Jump to content
T-PAGEANT.COM
  • advertisement_alt
  • advertisement_alt
  • advertisement_alt

ชลันธร

Members
  • Posts

    3,705
  • Joined

  • Last visited

  • Days Won

    1

Everything posted by ชลันธร

  1. Oh my god! เพิ่งมีโอกาสได้ดูรอบพริลิมจริงจัง ต้องรีบบอกแอนชิลีก่อนที่จะไม่มีโอกาสได้บอก ปัญหาที่แอนชิลีต้องแก้ตอนนี้ไม่ใช่ความมั่นใจหรือไม่มั่นใจบนเวที ไม่ใช่ความกังวลหรือความประหม่าใดๆ ไม่ใช่เพราะแอนชิลีไม่มีวินัยหรือไม่ฝึกซ้อม แต่มันเกิดจากการที่แอนชิลีติดกับดักกับคำว่า practice อยู่ ทุกๆอย่างที่แสดงให้เห็นบนเวทีมันชัดเจนว่าแอนชิลีฝึกฝนมาหนักมาก มากๆ แอนชิลีกำลังพยายามเป็นในสิ่งที่คนคาดหวัง แบกความคาดหวังของผู้คนอยู่ มันหนักมากและกำลังบีบรัดความเป็นตัวเองไม่ให้ฉายแสงออกมา การเดินของนางงามบนเวทีมันไม่ใช่การ practice แต่คือการปลดปล่อยความรู้สึกและตัวตนของเราออกมา ให้ถึงคนดู ทั้งรอบชุดว่ายน้ำและชุดราตรีสิ่งที่แสดงออกมามันดูเป็นจังหวะและจัดวางไปหมด มันดูออกว่าคิดมาแล้วว่าจะทำอะไรตอนไหนโดยเฉพาะจังหวะยิ้ม จังหวะโพส การแสดงสีหน้า แววตา หรือแม้แต่การหุบปากเผยอปาก มันดูออกว่านี่คือกำลังแสดงสิ่งที่ practice มาอยู่ ซึ่งมันออกมาดูแล้วไม่ fluent และไม่เป็นธรรมชาติ ในวันจริง แอนชิลีต้องปลดล็อค และปลดเปลื้องพันธนาการทั้งหลายออกไปให้หมด ***การที่นางงามจะโชนแสงบนเวทีได้ทุกอย่างมันต้องออกมาจากความรู้สึกจริงๆ ณ ขณะนั้นจริงๆ ไม่ใช่เพราะฝึกซ้อมมาว่าจะต้องทำแบบนั้นแบบนี้ และอย่าพยายามเป็นในสิ่งที่คนอื่นอยากเห็น แต่จงเป็นในสิ่งที่ตัวเราอยากให้คนอื่นเห็น***
  2. ลุคนี้สวยมากนะ เหมือน Denyse Floreano นางงามเวเนซุเอลา ปี 1995 ทรงหน้า ตา คิ้ว จมูก รูปร่าง ใช่เลย ชอบมาก อย่างที่เคยบอก แอนชิลี สวยคลาสสิก เหมือนนางงามละตินเกรด A ยุค 90
  3. องค์ประกอบของการตอบคำถามมีสองอย่างคือ ความรู้ และความคิดเห็น แน่นอนว่าเราไม่สามารถแสดงความคิดเห็นในสิ่งที่เราไม่รู้ได้ แต่คนเราก็ไม่ได้รู้ทุกสิ่งทุกอย่าง ส่วนตัวชอบที่แอนไม่ลงรายละเอียดข้อมูล climate change ในเชิงวิทยาศาสตร์อะไรให้เสียเวลา แค่ยกคำว่า empirical evidence มาคำเดียวจบ แล้วเน้นในเชิงสังคมที่แอนเรียนมา ในคำตอบมีข้อความที่เป็นไม้เด็ดคือเปรียบเทียบว่าถ้าคุณวางกลางก็แปลว่าคุณอยู่อีกฝ่ายนั่นแหละ การตระหนักรู้เกี่ยวกับ climate change ก็เช่นกันถ้าคุณเพิกเฉยก็แสดงว่าคุณกำลังปล่อยให้โลกเดินทางสู่ความวิบัติ ซึ่งตรงนี้ทำได้ดีมาก อย่างที่บอกว่าในการตอบคำถามเราไม่จำเป็นต้องพยายามตอบในส่วนที่เราไม่ได้รู้ลึกซึ้ง แต่สามารถแสดงความเห็นในมุมที่เรามีความรู้ได้ ถึงแม้ว่าปีนี้จะชัดเจนว่า MUO ชูประเด็น climate change แต่ส่วนตัวมองว่าไม่จำเป็นเลยที่กองไทยจะต้องผุดโครงการหรือแคมเปญใดๆที่เกี่ยวของกับ climate change ขึ้นมา แค่ศึกษาหาข้อมูลและคำศัพท์ที่เกี่ยวข้องไว้เพื่อให้สามารถตอบคำถามได้ก็พอ ส่วน story ที่จะนำเสนอก็ใช้ Real size beauty ที่แอนต้องการจะนำเสนอจริงๆตั้งแต่แรกนั่นแหละ ส่วนอินเดียก็ตอบดี มุ่งเน้นการเปรียบเปรยต่างๆนานาโน้มน้าวให้คนฟังคล้อยตาม แต่ฟังๆไปมันก็มีความพริตตี้ พีอาร์ พิธีกร อยู่ในนั้นนะ ยิ่งประโยคสุดท้าย start now from tonight อะไรเนี่ย ใช่เลย ด้วยความที่เป็นดารานักแสดงด้วยมั้งเลยพูดออกมาลักษณะนั้น ก็แล้วแต่กรรมการแล้วล่ะว่าจะชอบแบบไหน คำตอบของอินเดียทำให้นึกถึงคำตอบของจาไมก้า 2014 และล่าสุดก็เปรู 2020 อารมณ์เดียวกันเลย ฟังเผินๆเหมือนจะดีมากแต่เนื้อในก็ไม่ได้มีอะไรเท่าไหร่
  4. 5. ทารีน่า ทารีน่า ทราบมาเหมือนกันว่าทารีน่าเป็นนางงามที่มีคนรัก มีคนชอบ และให้การสนับสนุนมากมาย ส่วนตัวก็เป็นหนึ่งในนั้น ถ้าจะถามหาเหตุผลว่าทำไมเราถึงชอบใครบางทีมันก็ตอบยาก... เสน่ห์ของทารีน่าคืออะไร? มันคือการรวมกันของทุกๆอย่างในตัวตนของน้องและชีวิตของน้อง ในส่วนของหน้าตาส่วนตัวมองว่าทารีน่าสวย สวยมาโดยตลอด หน้าตาน้องมีความน่าค้นหา บางทีก็เกิดความฉงนสนเท่ห์เมื่อได้มอง ทราบว่าน้องเป็นลูกครึ่งไทย-แอฟริกัน(เชื้อสายฝรั่ง) แต่พอมองหน้าแล้วกลับดูไปทาง Polynesian เหมือนสาวชาวเกาะ เหมือนมิสฮาวายที่มีเชื้อสายฝรั่งจางๆ อารมณ์ประมาณ บรู้ค ลี หรือพี่ปุ๋ย ภรทิพย์ ที่หน้าตาออกมาทางเอเชียปนฝรั่งจางๆ ซึ่งเป็นนางงามที่ส่วนตัวมองว่าสวยมากเช่นกัน มันดูแล้วไม่เบื่อ ดูแล้วอยากดูอีก ถามว่าดูเพื่อหาความสวยหรือ…ใช่…คนเรามันไม่จำเป็นต้องสวยไปทุกมุมหรอก มีมุมสวยบ้าง ไม่สวยบ้าง มีโมเม้นต์ที่ดูแล้วน่าเอ็นดูชวนให้ยิ้มตามบ้าง นี่แหละมันคืออรรถรส เหมือนชีวิตคนที่ไม่ว่าจะเป็นใครจะจนจะรวยแค่ไหน ไม่มีทางที่ทุกวันจะเป็นวันที่มีแต่สุข หรือ ทุกข์ ชีวิตทุกชีวิตย่อมมีทุกข์ มีสุข มีวันที่ดีวันที่แย่บ้างคละเคล้ากันไป นี่แหละ คือสีสันของชีวิต… ประเด็นเรื่องศัลยกรรมส่วนตัวมองข้ามเรื่องนี้ไปนานแล้ว เหมือนกับ beauty standard เรื่องอื่นๆที่เปิดกว้างมากขึ้นแล้วในยุคนี้ เรื่องริมฝีปากของน้อง เท่าที่ดูมันก็ทรงนี้มาตั้งนานแล้วล่ะ น้องก็ไม่ใช่คนปากเล็กปากบางมาตั้งแต่ไหนแต่ไร อาจจะด้วยน้องผอมลง lean ขึ้น หน้าเล็กลง ปากมันเลยดูเด่นขึ้น จะด้วยการเติมแต่งอะไรก็แล้วแต่ แต่มันก็ไม่อยู่โดยถาวร ประเด็นโบทอก ฟิลเลอร์อะไรเนี่ยจะมาพูดว่าเป็นศัลยกรรมไม่ได้นะ เพราะมันสลายไปตามกาลเวลาไม่ได้อยู่ถาวร ในชีวิตจริงมีคนมากมายที่ผ่านโบทอก ฟิลเลอร์ มาเหมือนกัน เป็นเรื่องธรรมดามากๆ ถ้าทำแล้วมีความสุข มั่นใจมากขึ้น และไม่เกิดอันตราย ก็ทำไป ถามว่าทำไมเรื่องราวของทารีน่าถึงทัชใจแฟนนางงามจำนวนมาก เพราะเรื่องราวการเป็นนักสู้ การมุ่งมั่นไขว่คว้าเพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ไฝ่ฝัน มันอาจจะได้ใจคนที่เคยมีประสบการณ์ทำนองนั้นมาเหมือนกัน ในสังคมของประเทศกำลังพัฒนาที่โลกแห่งความจริงและโลกแห่งความฝัน ยังต่างกัน(พอสมควร) เคยไหม ที่ตื่นขึ้นมาแล้วรู้สึกว่าทุกอย่างช่างไม่เป็นใจ แม้ตะวันจะลับขอบฟ้าไปก็ยังไม่ใช่วันของเรา เคยไหม ที่ในแต่ละวันของชีวิต เจอแต่กับคำว่า “ไม่ใช่” แม้แต่ขับรถไป ก็เจอแต่ไฟแดงในทุกแยก เคยไหม ที่พยายามทำทุกอย่าง ปรับเปลี่ยนตัวเองในทุกทางแต่ก็ไม่เคยได้เป็น “คนที่ดีพอ” อาจมีคนคิดว่าชีวิตของนางงามถือว่าดีกว่าชีวิตของคนอีกมายในในชีวิตจริง แต่เรื่องราวของทารีน่าอาจจะเป็นการฉายภาพนั้นให้เห็นในอีกมุมนึงและมันทัชใจคนที่เคยมี moment แบบนั้นในชีวิต เคยถกกับความคิดของตัวเองเหมือนกันว่า มนุษย์ควรไขว่คว้าเพื่อให้ได้สิ่งที่ดีกว่า มากขึ้น…มากขึ้นเรื่อยๆ…ใช่หรือไม่ เพราะสิ่งเหล่านั้นเราเรียกมันว่า “การพัฒนา” หรือมนุษย์ควรเรียนรู้ที่จะ หยุด(บ้าง) และพอใจกับสิ่งที่มีอยู่ สิ่งที่เป็นอยู่ และมีความสุขกับมัน… เคยสงสัยเหมือนกันว่าทำไมนางงามต้องเดินให้คนดูเพื่อให้คะแนนตัดสิน ทำไปทำไม? ในรอบชุดว่ายน้ำล่าสุดที่ผ่านมา ทำให้รู้ว่า ทุกสิ่งทุกอย่างที่เราทำ มันสะท้อนสิ่งที่อยู่ภายในตัวตนของเราทั้งนั้น เราเห็นทารีน่า พยายาม พยายามเหลือเกินที่จะทำทุกอย่างให้ออกมาดีที่สุด ให้ถูกใจคนให้มากที่สุด ลีลาท่าทางที่แสดงออกมามากมายเหล่านั้น มันสะท้อนให้เห็นภาพของผู้หญิงคนหนึ่งที่รับแรงกดดันและแบกความคาดหวังของคนมากมายเอาไว้ สิ่งที่อยากจะบอกทารีน่าคือ ช่วงเวลาที่เหลือของการประกวดจากนี้ไป จงแสดงให้ผู้คนเห็นว่า ฉันมีความสุข สุขเหลือเกินที่ได้ยืนอยู่จุดนี้ เปลี่ยนทุกแรงกดดันทุกความคาดหวังที่แบกเอาไว้ให้เป็นพลัง และส่งกลับไปให้ทุกคน…
  5. 4. นันทิยา จุดเด่นของมดอยู่ที่หน้าตา ส่วนตัวชอบมาก สะดุดตาตั้งแต่แรกเห็น เอาจริงๆไม่ว่าจะเป็นยุคนางสาวไทย มิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ส จนมาถึงมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ เรายังไม่เคย(กล้า)ส่งนางงามสาย exotic จริงจังแบบนี้ไป MU สักคน ชลิตา 2016 อาจจะมีมุม exotic อยู่บ้างแต่ก็ไม่ชัดขนาดนี้ หน้าของมดเป็นหน้าที่ไม่ซ้ำกับเอเชียชาติอื่นๆ มีอัตลักษณ์สูงมาก เสน่ห์อีกด้านของมดคือความเป็นธรรมชาติ และความจริงใจที่สัมผัสได้ตั้งแต่แรกเจอ ชอบที่มดหยิบเอาประเด็นเรื่องการศึกษามานำเสนอ ระบบการศึกษาไทยยังต้องการการพัฒนาจริงๆ เป็นปัญหาที่มีอยู่จริง และเป็นสิ่งที่ฉุดรั้งเราไว้ทำให้ไม่สามารถไปได้สุดทาง ในส่วนของทีมงานที่สนับสนุนอยู่เบื้องหลังต้องบอกว่าเป็นทีมที่น่าสนใจมาก ภาพ คลิป และเรื่องราวที่นำเสนอออกมาดูน่าสนใจมาก ทีมนี้เรียกว่าเป็น ยูนิคอร์น ในวงการนางงามได้เลย จากผลงานที่ผ่านมา มดมีรูปร่างที่พร้อมแล้ว มีทักษะการโพสการถ่ายภาพนิ่งที่ดีแล้ว แต่เมื่อ on stage มดต้อง focus และให้ความสำคัญเรื่องอินเนอร์ และการสื่อสารทางอารมณ์ให้ถึงคนดูให้ได้ ส่วนจะทำอย่างไร มดต้องหาวิธีให้ได้ ด้วยตัวเอง ในเรื่องการตอบคำถาม แม้มดจะไม่ใช่คนที่พูดภาษาอังกฤษได้ดี ไม่ใช่คนที่ฉลาดที่สุด ไม่ใช่คนที่พูดเก่งที่สุด แต่ถ้ามดจะชนะ มดต้องให้ใจ และชนะใจคนให้ได้
  6. 3. ศรินธรณ์ เสน่ห์ของลาร่าคือความคิด ความรู้ ทักษะการพูดระดับนักพูด บางคนมองว่าลาร่าเหมือนเอมมี่กลับมาประกวด แต่ส่วนตัวมองว่าลาร่าคือระดับ นิโคลลีน ลาร่ามีมุมมองที่กว้างและลึกซึ้งในทุกๆเรื่อง การพูดเต็มไปด้วยเนื้อหาที่น่าสนใจ เป็นการเปิดมุมมองใหม่ๆทุกครั้งที่ได้ฟัง ส่วนตัวไม่ใช่แค่ดีใจที่มีนางงามไทยแบบนี้ แต่อยากให้ประเทศเรามีคนแบบนี้เยอะๆ ในด้านกายภาพส่วนตัวมองว่าลาร่าเป็นนางงามที่มี potential สูง เป็นลูกครึ่งที่มีความเอเชียนลุค สวยสมวัย รูปร่างสูง ช่วงเอวและสะโพกสวยงามอย่างละติน ลาร่าสามารถสวยขึ้นได้อีกมากถ้าได้รับการพัฒนาจากทีมงานมืออาชีพ แม้ลาร่าจะไม่มีทีมใหญ่ๆคอยสนับสนุน ไม่มีกลยุทธ์ใดๆที่แยบยล แต่การไม่มี strategy ก็สามารถเป็น strategy ได้ในอีกทาง เพราะทุกอย่างคือความ real คือทุกอย่างที่เกิดขึ้นจริงๆ Story ของลาร่าคือพลังของคนรุ่นใหม่ พลังของความคิดที่อยากจะผลักดันสังคมและโลกให้ไปในทิศทางที่ดีขึ้น ทันสมัยมากขึ้น ส่วนตัวรู้สึกภูมิใจที่คนรุ่นใหม่มีความคิดและกล้าที่จะแสดงความคิดเห็นมากขึ้น แต่ทั้งหมดทั้งมวลไม่ว่าจะเป็นคนใน generation ใด ทุกควรควรเปิดใจและรับฟังเหตุผลของกันและกัน เพราะทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นและดำเนินไปในแต่ละช่วงเวลามันมีเงื่อนไขและสถานการณ์ที่แตกต่างกัน... มักจะมีคำถามว่า ถ้ามีนางงามที่ฉลาดมากสามารถเข้ารอบห้าคนสุดท้ายได้และตอบคำถามได้ดีมากจะทำให้คนอื่นๆที่(คิดว่า)จะมงดูไม่สมมงไหม ก็ต้องถามว่า TPN “กลัว” สิ่งนั้นไหม… ถ้ามีนางงามที่ตอบคำถามดีมากสามารถผ่านเข้ารอบตอบคำถามได้จะเป็นเรื่องที่น่ากลัวสำหรับตัวเก็งคนอื่นๆไหมผลการตัดสินจะพลิกหรือไม่...ก็ต้องถามต่อว่า ถ้าคุณยังไม่สามารถเอาชนะคนคนนั้นได้ แล้วคุณจะสามารถเอาชนะตัวแทนอีกหลายสิบประเทศที่เป็นที่หนึ่งของแต่ละประเทศมาแล้วได้อย่างไร... ถ้าเปรียบกับการลงทุน ลาร่าคือ Ark Innovation ETF ที่ลงทุนในนวัตกรรมใหม่ๆที่จะมาเปลี่ยนโลกรวมถึงแม้กระทั่ง blockchain technology และ cryptocurrency ที่จะมาพลิกโฉมวงการ finance ในอนาคต ถ้าเปรียบเทียบ MUT คือการส่งเพชรไปประมูลที่ Sotheby's ทีพีเอ็นอยากจะรับซื้อจากพ่อค้าคนกลางหรือเลือกที่จะทำเหมืองและเจียระไนเพชรเม็ดนั้นเอง ถ้าเปรียบการประกวดนางงามกับ cryptocurrency เราอยากจะแค่ trade (แน่นอนที่สุดว่าผ่านช่องทาง Bitkub) หรืออยากจะลงมือขุดเหรียญด้วยตัวเอง เคยตั้งคำถามกับตัวเองว่า การดูนางงามเป็นเรื่องไร้สาระไหม? ตอนนี้ได้คำตอบแล้ว...นางงามจะเป็นแค่เรื่องไร้สาระได้อย่างไร...เพราะนางงามเป็นเรื่องราวที่พูดถึง “ชีวิตคน” ถ้าเรารักในการดูนางงาม เราสามารถมีส่วนผลักดันให้วงการนางงามพัฒนาขึ้นได้ โดยการเลือกเสพเลือกใส่ใจในทุกมิติ ของชีวิตคน
  7. 2. พิมพ์นารา อย่างที่เคยพูดไปในยกแรก เสน่ห์แรกที่มองเห็นจากอูลี่คือรูปร่าง เคยสงสัยว่าทำไมนางงามบางคนเดินดีมากแต่บางคนเดินยังไม่ดี ส่วนตัวคิดว่ารูปร่างก็มีส่วนสำคัญ คนที่รูปร่างดีแค่ยืนอยู่เฉยๆก็สะดุดตาแล้วและมีแนวโน้มจะเดินดีได้ง่ายกว่าด้วยกายวิภาคที่เอื้อกว่า คนที่รูปร่างไม่ได้ดีเท่าอาจต้องการการฝึกฝนที่มากกว่า มันคือ body privilege ที่มีอยู่จริง ก่อนหน้านี้เคยมองว่าอูลี่ภาพรวมดีหมดแต่ไม่มีอะไรที่โดดเด่นขึ้นมาแบบสุดทาง แต่พอได้ดูรอบชุดว่ายน้ำที่ปล่อยออกมาล่าสุดทำให้ความคิดเปลี่ยนทันที ผู้หญิงคนนี้มี charisma ที่สูงมาก performance ที่ปล่อยออกมาคือว้าวมาก การเดินของอูลี่ดูแล้วรู้เลยว่าถูกพัฒนามาแล้วผ่านกระบวนการคิด ไตร่ตรอง และเลือกสรรมาจนลงตัวแล้ว จากทีมงานที่มีประสบการณ์จริง(ระดับจักรวาล) performance ของอูลี่พูดเลยว่าสามารถบินไปอิสราเอลด้วย performance นี้ได้เลย ย้อนกลับไปดู photoshoot รวมถึง commercial photo ต่างๆนานายอมรับว่าอูลี่คือดูดีสุด มืออาชีพ และพร้อมใช้ที่สุด ณ ตอนนี้ คิสโมเดลก็คือคิสโมเดล ความฉลาดในการเดินเกมส์นี้ เลือกที่จะมาแบบเรื่อยๆมาเรียงๆแต่ในจังหวะที่เหมาะสมก็พร้อมฆ่าทุกคน จับตารอดูรอบตอบคำถาม ถ้าโชคชะตานำพาให้อูลี่ได้คำถามที่หนัก มันจะเป็นบททดสอบที่สำคัญ ถ้าอูลี่สามารถตอบได้ดีและประทับใจ ด้วยความคิด เหตุผล และความเชื่อของตัวเอง อย่างแท้จริง อูลี่จะมงลงทันที!
  8. 1. แอนชิลี charisma ที่แอนมีเริ่มจากใบหน้าเลย หน้านี้เป็นหน้าที่สามารถเป็นนางงามจักรวาลได้ แอนเป็นลูกครึ่งที่หน้าออกไปทางละติน และเป็นละตินเกรด A ไม่ใช่ B หรือ C+ ความสวยของแอนทำให้นึกถึงนางงามเวเนซุเอลาในยุค 90 ที่หวานและคม โดยเฉพาะปี 1995 (ปีเชลซี สมิท) และนางงามเวเนซุเอลาในยุค 90 มักจะตัวใหญ่มากเช่นกัน นอกจากความสวยลีลาการพูดของแอนทำให้มีเสน่ห์ขึ้นมาก อย่างที่เคยบอกว่าแอนเป็นคนที่พูดแล้วมีอรรถรส สีหน้าแววตาท่าทางไปหมด ดึงดูดสายตา เป็นคนที่พูดแล้วสวย(โดยไม่ต้องฟังด้วยซ้ำ) strategy หรือการเดินเกมส์ของแอนและทีมงานต้องบอกว่า ฉลาดมาก ฉลาดในการนำเสนอ story โดยเลือกนำเสนอในประเด็นที่กระแทกใจ ไม่ลงรายละเอียดในเรื่องของ science มาก เน้นประเด็นทางจิตใจและสังคมมากกว่า เอาจริงๆทั้งกระแสบวกหรือแม้แต่กระแสลบยิ่งทำให้ story ของแอนดูมีพลังและอิมแพคมากขึ้นนะ หลังจากที่โดนกระแสลบเรื่องหุ่นจากรอบชุดว่ายน้ำ signature walk แอนกลับเลือกที่จะใส่ชุดราตรีสี metallic แทนที่จะใส่ชุดสีเข้มเพื่ออำพรางรูปร่างในงานเลี้ยงตอนเย็นวันเดียวกัน และเป็นชุดเดียวกันกับคลิปล่าสุดที่ปล่อยออกมาซึ่งพูดได้ดีมากเรียกว่ากระชากอามรมณ์คนฟังได้เลย ยังยืนยันคำเดิมว่าถ้าแอนได้เข่าร่วมประกวดนางงามจักรวาลจะเป็นคนที่สามารถผ่านด่านการตอบคำถามและสามารถผ่านเข้ารอบสามคนสุดท้ายได้อย่างแน่นอน ส่วนตัวชอบระบบคัดเลือกที่มีรอบสามคนสุดท้ายมากกว่านะ เพราะท้าทายดี การที่ผู้หญิงคนนึงจะได้เป็นรองนางงามจักรวาล(เป็นอย่างต่ำ) แค่สวยและเดินดีในรอบชุดว่ายน้ำและชุดราตรีในวันจริงก็ได้เป็นรองนางงามจักรวาลแล้ว ส่วนตัวคิดว่ามันง่ายเกินไป ควรจะผ่านทั้งสาม categories รวมถึงการตอบคำถามด้วย
  9. ความสนุกของการดูนางงามคือการที่มีคนสวยหลายๆคนมารวมกัน คนดูสนุกที่ได้เลือก ได้คิด ได้วิจารณ์ในมุมมองของตัวเอง แต่ละคนชอบต่างกัน มีมุมมองที่ต่างกัน บางคนมองที่ความสวย บางคนใคร่มองที่รูปร่าง บางคนหลงใหลในท่วงท่าและบุคลิก บางคนไฝ่มองที่ความคิด การพูดจา บางคนประทับใจในเรื่องราวของชีวิต สุดท้ายทุกอย่างมันก็รวมๆกันกลายเป็นความชอบและความประทับใจ มันคือ “charisma” “ความสวย” ปัจจุบันนิยามของความงามในการประกวดนางงามได้ถูกพัฒนาขึ้น ให้กว้างและครอบคลุมมากขึ้น ซึ่งจริง MU ก็พยายามนำเสนอความงามที่หลากหลายมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันแล้ว เช่นความงามของสีผิวที่หลากหลายประเด็นนี้ก็ทำกันมานานแล้ว ปัจจุบันในยุคไอเอ็มจีได้ขยายขอบเขตไปถึง รูปร่างที่หลากหลาย หรือแม้แต่การยอมรับผู้หญิงข้ามเพศเข้ามาในการประกวด “ความฉลาด” คำนี้มักจะถูกพูดถึงบ่อยๆ เป็นสิ่งที่จะต้องมาคู่กับความสวย แล้วนางงามฉลาดควรเป็นแบบไหน? คือนางงามที่จบการศึกษาจากสถาบัณการศึกษาที่มีชื่อเสียงใช่หรือไม่? ด้วยคะแนนเกียรตินิยมหรืออย่างไร? ส่วนตัวมองว่า ไม่จำเป็น เพราะทุกอย่างที่กล่าวมานั้นเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในอดีตและจบลงไปแล้ว คนฉลาดที่แท้จริงคือคนที่สามารถทำสิ่งที่ทำอยู่ ณ ปัจจุบันได้ดี ในชีวิตจริง ในสถานการณ์จริง และสามารถทำให้ “อนาคต” ดีขึ้นได้… ต้องยอมรับว่าการประกวดในยุคปัจจุบันการมีทีมงานสนับสนุนที่มีคุณภาพมีผลมากต่อการประกวด เพราะ strategy เป็นสิ่งสำคัญ ที่จะทำให้นางงามดูโดดเด่นและน่าสนใจขึ้นมาได้ การประกวด MUT2021 ได้ดำเนินมาเกินครึ่งทาง ส่วนตัวมองว่านางงามที่น่าสนใจและมี charisma มากที่สุด 5 คน มีดังนี้
  10. 4. มด นันทิยา เป็นนางงามที่ชอบมากที่สุดในปีนี้ นอกจากความสวยแบบไทยแท้ ใบหน้าที่มีเอกลักษณ์ exotic ความงามที่ดูแล้วจัดจ้าน ดูแล้วรู้สึก fulfill ในจิตใจ ยังมีเหตุผลอื่นๆอีกที่เชียร์มด เคยตั้งคำถามเหล่านี้ไหม? เหตุใดนางงามที่ประสบความสำเร็จใน MU มักจะเป็นนักเรียนนอกหรือเป็นคนที่เติบโตในต่างประเทศ เช่น อาภัสรา (นักเรียนนอกปีนัง) จีรนันท์นั(นักเรียนนอกอังกฤษ) สาวีณี(นักเรียนนอกอเมริกา) ภรทิพย์(อิมพอร์ตจาก USA) หรือแม้แต่มารีญา ฟ้าใส ก็เป็นนักเรียนนอกทั้งนั้น เหตุใดในหลายๆปีให้หลัง นางงามที่เป็นลูกครึ่งที่เติบโตมากับสองวัฒนธรรมหรือต่างระบบการศึกษาถึงประสบความสำเร็จในการประกวดมากกว่า เหตุใดผู้หญิงไทยที่เกิดและเติบโตในประเทศไทย ภายใต้ระบบการศึกษาและวัฒนธรรมไทยแบบ 100% ถึงสู้สาวลูกครึ่งหรือสาวอิมพอร์ตไม่ได้ ต้นตอของสาเหตุอยู่ที่ไหน และเราจะยอมให้เป็นอย่างนี้ตลอดไปหรือ? ถ้าใครได้ติดตามข่าวสารเกี่ยวกับเศรษฐกิจอาจจะเคยได้เห็นเรื่องราวเหล่านี้ ทศวรรษที่ (อาจ) หายไป (Lost decades) ของไทย หลายๆปีให้หลังเศรษฐกิจไทยไม่ค่อยเดินหน้าไปไหน ประเทศเรามีดีแค่ Assembly แต่ไม่มี Know How เราเป็นได้แค่ฐานการผลิตแต่ไม่มีนวัตกรรมใหม่ๆที่เป็นของตัวเอง เศรษฐกิจไทยผูกไว้กับการท่องเที่ยวเป็นหลัก มีแต่ Old Economy ไม่มี New Economy ที่เป็น Innovation ใหม่ๆ เรื่องเศรษฐกิจกับนางงามอาจฟังดูเหมือนอยู่คนละโลก แต่แท้ที่จริงแล้วมารากฐานเดียวกัน เพราะเป็นเเรื่องที่เกี่ยวกับศักยภาพของคน ในมุมของแฟนนางงามย่อมมีคำถามเสมอว่าอยากได้นางงามแบบไหนเพื่อไปสู้กับคู่แข่งบนเวทีโลก อยากให้ย้อนกลับมาถามตัวเองว่า แล้วเราอยากเห็นคนรุ่นใหม่ที่จะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศต่อไปในอนาคตเป็นแบบไหนล่ะ เพราะนางงามก็คือตัวแทนของคนไทย เป็นตัวแทนของคนรุ่นใหม่ในรูปแบบหนึ่ง เราอยากได้คนที่แค่สวย หุ่นฟาด เดินสับ ดูแล้วต้องกรี๊ดออกมาเท่านั้นหรือ หรืออยากได้คนที่สวยและฉลาด มีความรู้ความสามารถ และก้าวทันโลกในระดับสากลได้ จริงๆไม่ได้พูดถึงแค่มดนะ แต่อยากฝากถึงสาวงามคนอื่นๆทุกคนว่า ถึงเวลาแล้วที่ผู้หญิงไทยที่เกิดและเติบโตในประเทศไทย ภายใต้ระบบการศึกษาและวัฒนธรรมไทย ต้องพัฒนาศักยภาพของตัวเองในทุกๆด้านให้เทียบเท่าสากลให้ได้ เราจะไม่เป็นแค่คนที่ยืนอยู่ข้างหลังอีกต่อไปต้องสามารถก้าวขึ้นมาอยู่ข้างหน้า เป็น front runner ได้อย่างภาคภูมิ
  11. 3. อูลี่ “สะโอดสะอง” ขอใช้คำโบราณเพื่อบรรยายความงามของผู้หญิงคนนี้ จุดเด่นของอูลี่คือไม่ใช่แค่ใบหน้างามแต่คืองามทั้งร่าง เป็นคนที่รูปร่างสวยที่สุดในบรรดาสามสิบคน สมส่วนสวยงาม สูงโปร่ง ระหง อ้อนแอ้น อรชร ดุจดังเทพธิดาหรือนางกินรีในป่าหิมพานต์ ส่วนตัวมองว่าส่วนสูง 175-176 cm คือลงตัวที่สุดแล้วสำหรับนางงามไทย ด้วยโครงสร้างทางกายภาพของผู้หญิงไทยหรือแม้แต่ลูกครึ่งก็ตาม ถ้าสูงเกิน 180 cm มักจะมีสัดส่วนที่แปลกไปเช่นอาจจะดูผอมเก้งก้าง ลำตัวยาว หรือโครงร่างใหญ่แลดูล่ำสัน (นี่คือความจริง) จุดแข็งอีกอย่างของอูลี่คือความเป็นธรรมชาติ ด้วยประสบการณ์ในวงการนางแบบทำให้บุคลิก การเดิน และท่วงท่าสง่างามโดยไม่ต้องพยายาม Story คิดบวกที่อูลี่นำเสนอส่วนตัวก็เชื่อนะว่าน้องเป็นคนคิดบวกจริงๆ แต่อยากให้อธิบายขยายความให้มากกว่านี้ เช่นการยกตัวอย่างจากประสบการณ์ชีวิตหรือเรื่องราวรอบตัวมาช่วยเสริมให้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้นเพราะตอนนี้รู้แค่คิดบวกแต่ยังไม่ชัดเจนว่าคิดบวกอย่างไร ด้วยบริบทการประกวด MU ที่เปลี่ยนไป มันคงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะแค่พูดว่า ฉันคิอบวกแล้วมงลงได้แบบนาตาลี สรุปภาพรวมของอูลี่คือสวย สดใส เป็นธรรมชาติ เข้าถึงง่าย ทำให้นึกถึง miss Australia หลายๆปีบนเวที MU ที่เห็นภาพชัดสุด เช่นปี 2009 หรือ 2015 ซึ่งมักจะสวยมาก เป็นตัวเก็ง มักจะเข้ารอบลึก แต่ไม่มง เพราะไม่มีอะไรที่อิมแพคพอ
  12. 2. ทารีน่า ทารีน่ามีสิ่งที่ไม่ใช่ว่านางงามทุกคนจะมี มันจะมีนางงามประเภทนึงที่มีคนรักมากมาย ทั้งที่ยังหาเหตุผลได้ไม่ชัดเจน มีนางงามประเภทนึงที่แม้จะไม่ได้เพียบพร้อมแต่ก็ยังมีคนให้กำลังใจและคอยสนับสนุนเสมอ ส่วนตัวก็เฝ้ามองและติดตามทารีน่ามาตลอด เพราะยังมีความเชื่อว่าทุกสิ่งทุกอย่างในโลกจะดีขึ้นได้ไม่ได้เกิดจากคนที่ดีที่สุดเพียงคนเดียว มันจะดีกว่าถ้าคนส่วนมากหรือคนส่วนใหญ่ในสังคมได้รับโอกาสและสามารถพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นได้ ดังนั้นถ้ามีคนที่เจอกับความล้มเหลวก็พร้อมจะให้กำลังใจ หรือแม้แต่คนที่เคยผิดพลาดมาก่อนก็อยากจะให้โอกาส แม้จะมีคนมองว่า story ของทารีน่าดูเชย แต่มันก็ยังใช้ได้ดีกับแฟนนางงามไทย อาจเป็นเพราะในยุคก่อนๆ เราไม่ค่อยเจอนางงามที่อยากจะเป็นนางงามจริงๆ นางงามบางคนมาประกวดก็เพียงเพราะอยากเปลี่ยนแปลงชีวิตหรือเป็นบันไดสู่วงการบันเทิงเท่านั้น และมาตรฐานของความงามในยุคก่อนอาจจะถูกจำกัดด้วยค่านิยมที่ค่อนข้างจำกัดกว่ายุคนี้ ดังนั้น นางงามที่เป็นสาย fighter จึงได้ใจแฟนนางงามไทยเสมอ Story ที่ทารีน่านำเสนอแม้จะมีบางคนคิดว่าแตกต่างจากแอนชิลีอย่างสิ้นเชิง มีการนำเสนอภาพในอดีตของทารีน่า เห็นการเปลี่ยนแปลงต่างๆ หลายคนมองว่ามันคือการตอกย้ำหรือ bully แต่ส่วนตัวมองว่าไม่ใช่ ถ้าพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้วแก่นแท้ของเรื่องราวของแอนชิลีและของทารีน่านั้นคือเรื่องเดียวกัน นั่นคือ “การยอมรับตัวเอง” การยอมรับตัวเองเป็นพื้นฐานแรกของการเป็นนางงามเพราะการประกวดนางงามจะต้องนำเสนอความเป็นตัวเองให้ผู้อื่นได้เห็น ดังนั้นเราต้องสามารถดูภาพตัวเองในอดีตและสามารถพูดถึงเรื่องราวในอดีตได้อย่างคนที่มีวุฒิภาวะและเติบโตทางความคิด ส่วนตัวมองว่าทารีน่าคืออีกคนที่มีโอกาสคว้ามงกุฎในปีนี้มากที่สุด ด้วยความพร้อมในองค์ประกอบต่างๆที่อยู่ในเกณฑ์ที่ดีหมด มีสิ่งเดียวที่ทารีน่าอาจจะมองข้ามไป แต่เป็นสิ่งที่สำคัญมาก เวลาที่เรามี passion กับสิ่งใดมากๆ เราจะลืมสิ่งอื่น เวลาที่เรามุ่งมั่นอยากได้ชัยชนะมากๆ เราจะลืมมองสิ่งที่อยู่รอบตัว เวลาที่เราใช้สมอง concentrate กับอะไรมากๆ เราจะใช้จิตใจกับสิ่งนั้นน้อยลง สิ่งที่อยากจะบอกทารีน่าคือ ทารีน่าไม่จำเป็นที่จะต้องค้นหาคำเป็นล้านๆคำเพื่อมาใช้ในการแข่งขันหรอก ไม่จำเป็นที่จะต้องมานั่งเก็งว่า keyword ที่ได้น่าจะเป็นคำไหน แต่จงหยุด focus เพียงแต่คำว่าการแข่งขัน และมองดูสิ่งรอบตัว รับฟังเรื่องราวที่เกิดขึ้นรอบตัวและที่เกิดขึ้นในสังคมด้วยหัวใจ ทารีน่าไม่จำเป็นต้องทำให้ทุกคนเชื่อว่าทารีน่าคือคนที่พิเศษที่สุดที่จะเป็นมิสยูเวิร์สไทยแลนด์ได้ แต่จงทำให้ทุกคนเชื่อว่าทารีน่าคือผู้หญิงไทย คือคนไทยคนหนึ่งที่คู่ควรที่จะได้รับตำแหน่งนั้น…
  13. 1. แอนชิลี Crowning material ขอมอบคำนี้ให้ หลายปีที่ผ่านมานางงามไทยทำผลงานได้ดีและเข้าใกล้มงกุฎมากขึ้น แต่ยังมีเรื่องเดียวที่ยังเป็นด่านทดสอบที่สาวไทยยังไม่สามารถผ่านไปได้คือการตอบคำถาม แอนเป็นคนที่พูดแล้วรู้ว่าเป็นคนฉลาด มีมุมมองต่อเรื่องต่างๆที่ลึกซึ้ง ซึ่งมาพร้อมกับจังหวะการพูดและน้ำเสียงที่ไพเราะน่าฟัง เป็นคนที่เวลาพูดแล้วดึงดูดสายตามี facial expression คือไม่ใช่แค่ปากพูด แต่แสดงออกทั้งสีหน้าและแววตาทำให้นึกถึงนางงามที่พูดเก่งๆอย่าง เชลซี สมิทธ์ หรือ เดมี่ ลี เนลส์ปีเตอร์ พูดเลยว่านอกจากนิ้ง โสภิดา แล้ว แอนชิลีนี่แหละที่ถ้าสามารถเข้าสู่รอบตอบคำถามได้จะสามารถผ่านเข้าสู่รอบสามคนสุดท้ายได้อย่างแน่นอน ในส่วนของสตอรี่ที่นำเสนอคือน่าสนใจมาก เป็นเรื่องที่ยังไม่ค่อยมีคนพูดถึงและบางคนยังเข้าใจผิดว่าเป็นเรื่องของ plus size อยู่(แม้แต่กรรมการบางท่านในรอบคีย์เวิร์ดก็ยังเข้าใจผิด) แอนต้องขยายความเรื่อง real size beauty ให้คนเข้าใจมากกว่านี้นะ เพราะเป็นแนวคิดที่น่าสนใจมาก นอกจากเรื่องในเชิงจิตใจและสังคม แอนอาจจะต้องโยงถึงเรื่องหลักฐานทางวิทยศาสตร์ด้วย เช่นเรื่อง BMI และปัจจัยทางสุขภาพอื่นๆ เพราะเรื่องนี้สามารถขยายวงกว้างออกไปได้อีกนอกจากแค่วงการนางงาม เอาจริงๆถ้าใครติดตามเรื่องวงการฟิตเนส(ชาย) จะเห็นประเด็นดราม่าร้อนแรง ที่เพิ่งเกิดขึ้นไม่นาน (เดี๋ยวจะแปะลิงค์ให้) ซึ่งประเด็นนี้อิมแพคมากนะ เคยตั้งคำถามไหมว่าทำไมผู้หญิงถึงอยากผอมหรือตัวเล็กกว่าที่ควรจะเป็น เหตุใดผู้ชายถึงปรารถนาอยากมีกล้ามใหญ่หรือตัวใหญ่กว่าที่ควรจะเป็น แล้วเคยสงสัยหรือไม่ว่าบนเวทีประกวดนางงาม การประกวดเพาะกาย หรือแม้แต่เวทีประกวดความงามฝ่ายชายที่เราคิดว่าตัวแทนของเราช่างมีรูปร่างห่างชั้นกับคู่แข่งประเทศอื่นๆมากนักนั้น…แท้ที่จริงมันคือรูปร่างที่ควรจะเป็น เป็น natural หรือ real size หรือไม่? ซึ่งส่วนตัวไม่ได้มองว่าเป็นเรื่องถูกหรือผิด อยู่ที่เหตุผลที่สนับสนุนและนำเสนอคืออะไร แอนเป็นนางงามที่ต้นทุนชีวิตสูง ทั้งแอนและครอบครัวมีส่วนช่วยสังคมมาโดยตลอด ทำให้นึกถึงคำพูดของ miss world 2018 ที่ว่า คนเราสามารถช่วยเหลือสังคมได้หลายทาง ถ้าคุณมีเงินแต่ไม่มีเวลาคุณสามารถใช้เงินของคุณช่วยเหลือสังคมได้ ถ้าคุณไม่มีเงินแต่มีเวลาคุณสามารถใช้เวลาของคุณทำประโยชน์เพื่อสังคมได้ แต่ถ้าคุณไม่มีทั้งเงินและเวลาคุณสามารถเป็นกระบอกเสียงเพื่อช่วยเหลือสังคมได้ สำหรับแอนผู้มีครบทุกอย่างและกำลังจะได้ใช้ platform ของความเป็นนางงามเพื่อนำเสนอเรื่องราวดีๆสู่สังคม และยกระดับการประกวดนางงามให้สูงขึ้นด้วย Strategy ที่จะทำให้แอนคว้ามงกุฎได้ ต้องยอมรับนะ ว่าบริบทการประกวด MUT หรือแม้แต่ MU ก็ยังต้องอาศัยองค์ประกอบภายนอกอื่นๆนอกจากเรื่องความคิด ทัศนคติ และการตอบคำถาม (ยกเว้น MUSA ที่เน้นปัจจัยภายในมากกว่า) สิ่งที่แอนจะต้อง focus มากที่สุดคือ stage performance อย่างเดียวจริงๆ เพราะอย่างอื่นพร้อมมากแล้ว stage performance เป็นสิ่งที่จะส่งแอนไปสู่จุดหมายได้ เพราะในโลกของความเป็นจริงการแข่งขันอาจจะไม่ได้ง่ายอย่างที่เราคิด สำหรับนางงามที่ไม่ได้มีรูปร่างเพอร์เฟค ยกตัวอย่างให้เห็นภาพชัดคือ ถ้าแอนคือผู้เข้าประกวด MU ปี 2018 จะสามารถฝ่าด่าน 10 คน เข้าสู่รอบห้าคนได้หรือไม่ถ้าเดินด้วย step ธรรมดา พื้นๆ หรือถ้า แคทริโอน่า เกรย์ เดินด้วยสเต็ปมิสเนปาล จะสามารถผ่านเข้ารอบห้าคนสุดท้ายได้หรือไม่ ดังนั้นแอนจะต้องมี stage performance ที่ดีมาก ไม่ใช่แค่ดี ล่าสุดที่เห็นแอนยังเดินด้วยสเต็ปฟ้าใส 2017 มีความโยกไหล่เป็นเด็กช่างกล(เบาๆ) อยู่นะ ดังนั้นถ้าอยากชนะจงทุ่มเทเรื่องนี้อย่างเต็มที่
  14. MUT ยังมีเสน่ห์สำหรับแฟนนางงามไทยเสมอ ยิ่งเป็น entertainment event แรกๆที่ได้จัดขึ้นในสถานการณ์โควิดที่เพิ่งเริ่มจะคลี่คลาย MUT2021 กับ concept “Power of Passion” ในปีนี้สะท้อนถึงจุดยืนเดิมของ TPN คือการมุ่งสู่ความสำเร็จในการคว้ามงกุฎที่สามให้ประเทศไทย พูดถึงความสำเร็จ แน่นอนว่าทุกคนย่อมอยากไปถึงจุดนั้น แต่เส้นทางของความสำเร็จนั้นไม่ได้ง่ายและไม่ใช่ทุกคนที่จะไปสู่จุดนั้นได้ การมี passion เพียงอย่างเดียวคงไม่พอ ต้องมีปัจจัยอีกสามอย่าง สามสิ่งที่จะบันดาลให้ทุกอย่างบนโลกนี้เป็นจริง คือ Idea ไม่ว่าจะทำอะไร ความคิด/แนวคิด คือสิ่งที่สำคัญที่สุด เพราะเป็นจุดเริ่มต้น และเป็นสิ่งที่จะนำพาเราให้ทำสิ่งต่างๆตามมา เท่าที่สัมผัสได้แนวคิดหลักของ TPN ก็ยังเป็นการคว้ามงกุฎที่สามเหมือนเดิม ซึ่งจริงๆแนวคิดนี้มันก็ตอบโจทย์แฟนนางงามนะ ถ้าเทียบกับแนวคิดของทีม ND ก่อนหน้านี้ที่ดูจะไม่ได้มุ่งเน้นเรื่องนี้ทั้งหมดซึ่งจริงๆมันก็ไม่ผิดนะ เพราะในโลกของความเป็นจริงๆมันเป็นไปไม่ได้ทุกการแข่งขันจะจบลงด้วยการชนะ เป็นไปไม่ได้ที่ momentum จะเหวี่ยงมาที่เราทุกปี ถ้าเราไม่ได้ชัยชนะแล้วเราได้อะไรบ้าง เช่นได้นำเสนอความเป็นผู้หญิงไทยที่หลากหลายในสายตาชาวโลก การได้สร้าง role model ผู้หญิงไทยที่น่าเอาเป็นแบบอย่างในแต่ละยุคสมัย การยกระดับการประกวดนางงามให้เข้าใกล้สังคมที่พัฒนา(ทางความคิด)แล้ว หรือแม้แต่การได้ให้โอกาสและเปลี่ยนแปลงชีวิตของผู้หญิงคนนึงตลอดไป สิ่งเหล่านี้ก็สำคัญและน่าสนใจไม่แพ้กัน Information การมี idea ที่ดีแต่ถ้าขาดการค้นคว้าหาข้อมูลที่ดีและเพียงพอย่อมไม่สามารถนำพาเราไปสู่ความสำเร็จได้ ซ้ำยังจะทำให้เราหลงทาง ในยุคของ TPN มีการ เปิดกว้าง รับฟัง และยอมรับความคิดเห็นจากคนนอกรวมถึงแฟนนางงามมากขึ้น ซึ่งเป็นข้อดีนะ แต่บางทีถ้ามันเยอะมากเกินไปจะทำให้เราขาดจุดยืนและขาดความชัดเจนในแนวทางได้ อย่างไรก็ตามภาพรวมTPN ถือว่าทำผลงานได้ดี โดยเฉพาะการสนับสนุนนางงามในเรื่องต่างๆโดยเฉพาะปัจจัยภายนอก มีเดินเกมส์ผิดและเดินถอยหลังไปหนึ่งก้าวในปีล่าสุดเรื่อง stage performance เพราะขาดการค้นคว้าหาข้อมูลที่ถูกต้องและเพียงพอ การเดินของนางงามมันไม่ได้มีอะไรที่เข้าใจยากเลย การที่มีคนมาเดินบนเวที มีคนเชียร์ มีการแข่งขัน ดังนั้นอารมณ์ร่วมเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด การเดินของนางงามแตกต่างจากการเดินของนางแบบ เวทีเดินแบบส่วนมากจะไม่ใช้เพลงที่เป็นเพลง pop มากๆ หรือเพลงในกระแสหลัก หรือใส่เนื้อร้องมาเต็มๆแบบเวทีนางงามหรอก นางงามจำเป็นต้องเดินตามจังหวะและอารมณ์ของเพลง ไม่ใช่เดินเพื่อจะให้แตกต่างจากคนอื่นจนเหมือนอยู่คนละ feel เข้าใจนะว่านางงามเป็นบุคคลที่ต้องรับฟังข้อมูลที่หลากหลายและจากหลายทางมากๆ แต่ถึงอย่างไรก็ตามต้องมีความสามารถในการคัดกรองและสามารถตัดสินใจเลือกสิ่งที่ดีที่สุดและเหมาะสมที่สุด ณ สถานการณ์นั้นๆให้ได้ สิ่งนี้เรียกว่า “Common Sense of Leadership” Strategy กลยุทธ์ก็เป็นสิ่งสำคัญเพราะทุกการแข่งขันย่อมมีคู่แข่ง การศึกษากฎ กติกา การประเมินทั้งตัวเองและคู่แข่งก็เป็นสิ่งที่สำคัญ อย่างที่ทราบว่าปัจจุบันการประกวดนางงามจักรวาลได้มีการปรับบริบทตามยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป มีการปรับเปลี่ยน beauty standard ให้กว้างขึ้น (แต่ก็ยังมีอยู่) การให้ความสำคัญกับองค์ประกอบอื่นๆนอกจากความสวยงามทางกายภาพมากขึ้น โดยเฉพาะการนำเสนอเรื่องราวของนางงาม ซึ่งตรงนี้มองว่ายังเป็นจุดอ่อนของ TPN นะ TPN ยังขาดทีมงานที่จะทำเรื่องนี้ได้ดีพอ ขอยกตัวอย่างทีมงานที่นำเสนอ story ของนางงามได้มี มีความลุ่มลึก มีมิติ และน่าสนใจ คือ ทีมงานคุณออน ทีมที่สนับสนุนเฌอเอมปีที่แล้วซึ่งทำได้ดีมากๆ (ไม่เกี่ยวกับประเด็นดราม่าอื่นๆ) ในปีนี้เท่าที่เห็นว่านำเสนอสตอรี่ของนางงามได้ดีคือทีมของ แอน ชิลี ความน่าสนใจของการประกวดในปีนี้คือ 1. Sponsor แน่น และที่น่าสนใจมากๆ คือการที่ bitkub academy มาเป็นสปอนเซอร์ในปีนี้ มันส่งเสริมภาพลักษณ์ของ MUT ให้ดูทันสมัยมากขึ้น เพราะ blockchain technology เป็นเทคโนโลยีใหม่ และเป็นเทคโนโลยีแห่งอนาคต ที่จะมา disrupt วงการการเงินในรูปแบบเดิมๆ เอาจริงๆเรื่องการลงทุนเป็นเรื่องที่ต้องพูดกันอีกยาว อันนี้หมายถึงการลงทุนในสินทรัพย์อื่นๆด้วยนะ ไม่ใช่แค่การลงทุนใน cryptocurrency คนไทยยังขาดความรู้ในเรื่องการลงทุนอยู่มาก ทั้งที่การลงทุนเป็นสิ่งที่สำคัญมากในชีวิต แต่ไม่เคยได้รับการสนับสนุนและนำเสนอในหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน 2. รอบ keyword MUT เป็นเวทีแรกๆที่ทำ จนเวทีแม่ก็ทำตาม เรื่องนี้ขอชม เพราะถือเป็นการยกระดับการประกวดนางงามให้ดูมีคุณค่ามากขึ้น 3. การได้นางงามรุ่นพี่จากเวทีเดียวกันมาดูและเรื่อง stage performance ในฐานะ runway coach ซึ่งตรงนี้น่าสนใจและน่าติดตาม เพราะที่ผ่านมาเราเห็น coach ที่เป็นครูฝึกสอนแต่ไม่ได้เป็นนางงามจริงๆ หรือเป็นนางงามที่(อาจจะ)ไม่ได้เข้าใจบริบทของเวทีอย่างแท้จริง พูดเลยว่าปีนี้คาดหวังสูงมาก เพราะผิดหวังจากรอบพริลิมปีที่แล้วที่นางงามทุกคนเดินในรอบชุดว่ายน้ำด้วยการสะบัดผ้าแบบย้อนยุค (copy Charm 2006) ทุกคน ซึ่งแปลกมาก….สิ่งที่อยากเห็นในปีนี้คือการที่นางงามเดินได้ดีด้วยมาตรฐานที่สูงทุกคน ไม่ใช่แค่กลุ่มตัวเก็ง ที่ต้องเน้นย้ำเรื่อง stage performance เพราะปีนี้มีเวลาเตรียมตัว 25 วันถ้าไม่ฝึกตอนนี้จะไปฝึกตอนไหน อยากให้พอลลี่โฟกัสนางงามที่ไม่ได้อยู่ในกระแสหลักหรือคนที่ performance อ่อนด้วย ให้ความสำคัญกับนางงามทุกคนเพราะไม่ใช่ทุกคนที่จะได้เดินในวันจริง รอบพริลิมอาจจะเป็นแค่โอกาสเดียวที่เค้าจะได้โชนแสงบนเวทีก็ได้… หลังจากได้ทราบผลผู้เข้ารอบสามสิบคนสุดท้าย สาวงามที่น่าสนใจและมี potential ที่จะเป็น miss universe Thailand ได้มีสี่คนดังนี้ คือ
  15. ถ้ามีใจก็มา อย่ากลัวว่าจะเอาตำนานมาทิ้ง เพราะตำนานไม่จำเป็นต้องมีแค่บทเดียว
  16. เรื่องการเดินของนางงาม แม้มันจะเป็นองค์ประกอบหนึ่งแต่มันก็สะท้อนอะไรได้หลายอย่าง มองให้มันยาก มันก็ยาก มองให้ง่าย มันก็ง่าย... มองให้ง่าย อะไรที่ทำแล้วทำให้ภาพรวมออกมาดูกังวล เครียด ประหม่า กดดัน หรือ ไม่มั่นใจ ล้วนแต่ไม่ดี เพราะขัดกับคอนเซ็ปส์ "Confidently Beautiful" มองให้ง่าย กลับสู่พื้นฐาน "การเดินของนางงามต่างจากนางแบบคือนางงามเดินเพื่อนำเสนอตัวเอง" อะไรที่ทำแล้วไม่ใช่ตัวเอง ไม่ได้มาจากตัวตนที่แท้จริงของตัวเอง ล้วนไม่ดี
  17. หลังจากที่ได้ดูการประกวดรอบพริลิม ทำให้ได้ข้อคิดและมุมมองใหม่ๆ ก่อนหน้านี้เคยตั้งข้อสังเกตว่านางงามไทยมักจะทำผลงานรอบชุดว่ายน้ำได้ดีกว่ารอบชุดราตรี (ยกเว้นน้ำตาล) แต่พอได้ดูการประดวดรอบพริลิมอย่างละเอียดวันนี้จึงได้รู้ว่าจริงๆแล้วนางงามส่วนใหญ่มักจะเดินในรอบชุดว่ายน้ำได้ดีกว่ารอบชุดราตรีอยู่แล้ว อาจจะเป็นเพราะว่าผู้หญิงทุกคนมีความสวยงามตามธรรมชาติในตัวเองทุกคนและการเดินในชุดว่ายน้ำมีความสะดวกสบายและเป็นตัวเองได้มากกว่า ขณะที่การเดินรอบชุดราตรีมันคือการประโคม คือการปรุงแต่ง เพื่อให้ทุกอย่างออกมาดูดีที่สุด และชุดราตรีรวมถึงรองเท้ามันคือสิ่งที่สร้างมาเพื่อความสวยงามไม่ได้สร้างมาเพื่อการก้าวเดินได้อย่างสบาย เอาจริงๆผู้หญิงเป็นเพศที่มีความพยายามและความอดทนสูงนะ ชีวิตผู้หญิงไม่ได้ง่าย ต้องทำอะไรมากมายหลายขั้นตอนก่อนที่จะก้าวเดินออกมาได้อย่างมั่นใจ ในการประกวดรอบพริลิม ภาพรวมปีนี้นางงามทำ performance ได้ดีมาก ในรอบชุดว่ายน้ำมีคนที่เดินดีร่วมยี่สิบคน ละลานตาไปหมด แต่เมื่อเฉลี่ยภาพรวมกับรอบชุดราตรีกลับมีนางงามอยู่เพียงไม่กี่คนที่ทำผลงานได้โดดเด่นทั้งสองรอบ บางคนแม้รอบชุดว่าน้ำจะดูดีมากแต่เมื่อมาเฉลี่ยกับรอบชุดราตรีภาพรวมก็ยังไม่โดดเด่นพอ เช่น ฟิลิปปินส์รอบชุดว่ายน้ำดีแต่รอบชุดราตรีดูเตี้ยตันไม่สง่างาม เนปาลรอบชุดว่ายน้ำดีมากแต่รอบชุดราตรีดูพยายามเกินไปเหมือนจริตนางงามละติน B-B+ หรือแม้แต่อินเดียรอบชุดราตรีภาพรวมก็ยังสู้บรรดาตัวแม่ไม่ได้จริงๆโอกาสเข้ารอบห้าคนยากมาก กรณีของแคนาดา ทำให้รู้ว่าวงการนางงามก็มีครูเหมือนศาสตร์และศิลป์อื่นๆเหมือนกัน ว่าไม่ได้ แม้โนวาจะมีประสบการณ์นางแบบอาชีพมาก่อน แต่ performance ในบริบทนางงามมันต่างจากนางแบบมาก วันนี้เห็นชัดเลยว่าแค่มุมกล้องก็ต่างกันมาก มุมกล้องรันเวย์ของนางแบบมันคือมุมตรงมุมเดียวเป็นหลัก ไม่ได้ช้อนหน้าช้อนหลัง turn around 360 องศาแบบนี้ วันนี้เห็นชัดว่าโนวาเอาไม่อยู่ สู้บรรดา beauty queen ตัวแม่ไม่ได้ การที่จะผ่านเข้ารอบลึกๆนั้นไม่ง่ายเลย สำหรับนางงามที่ทำผลงานได้โดดเด่นชัดเจนทั้งสองรอบ ส่วนตัวให้ Mexico ผลงานวันนี้ทำให้นึกถึงพอลลี่รอบพริลิม MUT2020 คือดูออกชัดเจนว่าปล่อยของไม่หมด อาจจะแค่ 40-50% ด้วยซ้ำ แต่แค่นี้ก็ยังโดดเด่นสะดุดตามากทั้งรอบชุดว่ายน้ำและรอบชุดราตรี เป็นผู้หญิงที่สวยนำ สวยกินขาด โอกาสที่จะเข้ารอบห้าคนสุดท้ายคือ 100% Puerto Rico ส่วนตัวไม่ได้ชอบเปอร์โตริโก้ปีนี้ เพราะมองแล้วรู้สึกว่าเธอช่างดูเหมือนนางงามที่มาจากอีกยุค บอกว่าเป็นเพื่อนร่วมรุ่นลูปิต้า โจนส์ ก็เชื่อนะ แต่ผลงานพริลิมก็ต้องยอมรับในความสามารถ pefrmance ทุกสิ่งทุกอย่างมันช่างดีจริงๆ เป็นอีกคนที่มั่นใจว่าเข้ารอบห้าคนสุดท้ายแน่นอน Colombia performance ดีมาก รูปร่างดีมาก จุดแข็งของนางงามโคลอมเบียคือความมั่นใจและพลังบนเวที ส่วนความสวยส่วนตัวมองว่านี่คือมาตรฐานของโคลอมเบียถ้าลอง zoom in เฉพาะหน้าดูดีๆ นางงามโคลอมเบียที่เข้ารอบลึกๆถึงรองหนึ่งเช่นปี 2017 หรือแม้แต่นางงามโคลอมเบียยุค 90ที่ได้รองหนึ่งบ่อยๆก็หน้าบล็อกนี้แหละ Brazil ทำผลงานได้ดีทั้งสองรอบ แม้จะไม่ที่หนึ่งแต่ก็ดีมาก รูปร่างดีมาก เป็นอีกคนที่ควรจะได้ไปโชว์ศักยภาพในการตอบคำถามรอบห้าคน Thailand ยอมรับว่าอแมนด้าไม่ใช่นางงามที่ชอบเป็นการส่วนตัว แต่ผลงานวันนี้ต้องยอมรับจริงๆว่าทำได้ดี ดีในที่นี้ไม่ใช่แค่ดีมาก แต่คือดีเยี่ยม “perfect performance” อแมนด้าเป็นนางงามไทยที่ทำผลงานในรอบพริลิมได้ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา….ก่อนหน้านี้เคยพูดว่าเป็นห่วงด้วยความที่เป็นนางงามที่ตัวค่อนข้างเล็กและคู่แข่งก็แกร่งมาก แต่วันนี้อแมนด้าคือดีมาก ดูแล้วไม่รู้สึกว่าตัวเล็กเลย การแสดงสีหน้าแววตาและสื่อสารทำได้ดีมาก มีจริตเฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใครและมี sex appeal ทำให้นึกถึง Pia 2015 จากที่เคยประเมินว่าอแมนด้าจะเข้ารอบสิบคนแต่ตอนนี้พูดเลยว่า การแข่งขันที่แท้จริงของอแมนด้าเริ่มที่รอบการตอบคำถาม และมีโอกาสสูงที่จะเป็นผู้ชนะขึ้นอยู่กับการตอบคำถามแล้วจริงๆในเรื่องการตอบคำถามคงไม่พูดอะไรมาก เพราะได้พูดไปเยอะแล้วในการวิเคราะห์ยกแรก แต่สิ่งที่อยากจะบอกอแมนด้าคือ เมื่อตอบคำถามจงตอบจากความคิดทั้งหมดของตัวเองที่ดึงมาจาก ความรู้ และความเชื่อที่สั่งสมจากประสบการณ์ชีวิตตลอด 27 ปีที่ผ่านมา สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ อย่ากลัว อย่ากลัวที่จะตอบผิด เพราะในความเป็นจริงไม่มนุษย์คนไหนที่จะสามารถตอบทุกสิ่งทุกอย่างได้อย่างได้ถูกต้องและสมบูรณ์แบบทั้งหมด จำเป็นต้องอาศัยทุกความคิด ทุกความเห็นและทุกความรู้สึกของทุกคนมาแชร์กัน เปิดใจให้กันและกัน รับฟังกัน เพื่อหาแนวทางที่จะทำให้ทุกคนสามารถเดินไปด้วยกันได้ และนี่คือเหตุผลที่มนุษย์ต้องมาอยู่ร่วมกันเป็นสังคม
  18. 4. Brazil http://imperiummiss.pl/wp-content/uploads/2020/08/Julia-Gama-Miss-Brasil-2020-1.jpg Qualified beauty คือคำจำกัดความของ Julia เรื่องโปรไฟล์คือหายห่วง สามารถพูดได้ห้าภาษา (Portuguese, Spanish, English, Mandarin and German) ได้เป็นเป็นดารานักแสดงทั้งในประเทศและต่างประเทศ ผ่านการทำงานในประเทศที่ห่างไกลกันคนละซีกโลกมาแล้ว เป็นผู้หญิงวัย 27 ที่ผ่านประสบการณ์ชีวิตมาอย่างมากมาย แม้ในวัยเด็กจะเติบโตมากับชีวิตที่ยากลำบากในสลัม แต่ก็สามารถนำพาชีวิตไปในจุดที่ดีได้ ภาพรวมของ Brazil คล้ายๆกับ Mexico คือเป็นนางงามที่ full package และ performance ดี ส่วนเรื่องประเด็นที่ดูสูงวัยไปหน่อย เอาจริงๆ miss Brazil ก็ประมาณนี้ทุกปีแหละเป็นปกติของความงามแบบบราซิล miss Brazil 2012 ยังสามารถเข้ารอบห้าคนสุดท้ายได้เลย ซึ่งถ้าเทียบกัน จูเลียนี่ดู(หน้า)เด็กไปเลย
  19. 3. Mexico นี่คือตัวอย่างของ beauty privilege ที่ชัดเจน Mexico ปีนี้สวยมาก นี่คือ น้ำตาลเวอร์ชั่นละติน หรือละตินเวอร์ชั่นน้ำตาล ความน่าสนใจของ Mexico ปีนี้คือหน้าตาที่ดูแตกต่างกับมิสเม็กซิโกที่เราคุ้นเคยและเห็นกันบ่อยๆอย่างเช่นปี 2019 2010 และอีกหลายๆปี หรือแม้แต่ ND ลูปิต้า โจนส์ ก็หน้าบล็อกนั้น แต่ Mexico ปีนี้มีความสวยที่ลงตัวมาก มีความผสมผสานทั้งละตินและมีมุมที่ดูเป็นเอเชีย มีความ exotic อยู่ในที ดูเป็นละตินก็ได้ ดูเป็นเอเชียได้ เป็นฟิลิปปินส์ได้ หรือแม้แต่ดูเป็นมิสฮาวายก็ยังได้ ส่วนตัวมองว่าเป็นตัวแทนที่สวยที่สุดในปีนี้ ในส่วนของ performance ก็ไม่ต้องห่วง ผู้หญิงคนนี้มีไฟในตัวที่พร้อมจะแผดเผาทุกคนให้มอดไหม้เป็นจุลไปต่อหน้าได้เลย อย่างที่บอกว่าแค่เดินออกมาก็ชนะไปครึ่งทางแล้ว ด้วยความที่สวยมากจึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องไปสืบคนเรื่องราวอะไรมากมาย แต่ด้วยดีกรีถึงรองหนึ่งมิสเวิลด์คงจะการันตีเรื่อง speech ได้อย่างแน่นอน ส่วนตัวมองว่า แอนเดรีย เข้ารอบ TOP5/TOP3 อย่างแน่นอน ปัญหาเดียวของแอนเดรียคือคือความสมบูรณ์แบบ ในยุคไอเอ็มจี นางงามที่สวยสมบูรณ์แบบ นางงามที่เฟียสจัดๆมักจะไปได้ไกลสุดแค่รองหนึ่ง อาจจะเพื่อตอกย้ำ concept ทางความงามที่เปลี่ยนไปของยุคไอเอ็มจี และแอนเดรียเองก็จัดอยู่ในนางงาม type นั้นชัดเจนมากๆ
  20. 2. Canada โนวาเป็นหนึ่งในนางงามที่มีความโดดเด่นและน่าสนใจ มีภาพลักษณ์ของความเป็นนางแบบที่ชัดเจน บางคนอาจมองว่าโนวาเหมาะกับการเป็นนางแบบมากกว่า แต่จริงๆนางงามแล้วยุคนี้เปิดกว้างมากขึ้น ผู้หญิงจากทุกสาขาอาชีพสามารถเป็นนางงามได้ นางงามก็ไม่จำเป็นต้องต่อยอดในวงการบันเทิงเสมอไปเพราะจุดมุ่งหมายและทางเดินชีวิตของแต่ละคนย่อมแตกต่างกัน โนวาเป็นคนที่มีความโดดเด่น เวลาถ่ายภาพนิ่งแล้วดูโก้เก๋ ดูมีคลาส มีรูปร่างอย่างนางแบบ อกเล็ก ข้อดีของผู้หญิงอกเล็กคือสามารถแต่งตัว sexy ได้มาก เพราะจะดูไม่โป๊ ถ้าเทียบกับนางแบบผิวสีในยุครุ่งเรืองของนางแบบ (ยุค 90-2000) โนวาอาจจะไม่ใช่นางแบบผิวสีสาย beauty จ๋าแบบนาโอมิ หรือไทร่า แบงส์ แต่คือ Alex Wex นางแบบผิวสีชื่อดังในยุคนั้นที่เป็นผิวสี original จริงๆ บางคนอาจจะจำกัดนิยามความงามของสาวผิวสีไว้แบบ นาโอมิ ไทร่า ไลล่า หรือแม้แต่ miss USA ปีนี้ แต่เอาจริงๆสาวผิวสีที่กล่าวมาทั้งหมดเป็นผิวสีที่ผสมกับเชื้อชาติอื่นทั้งนั้น ไม่ใช่ความงามแบบผิวสี original จริงๆ จุดแข็งของโนวาคือเป็นนางงามที่มีความชัดเจนมาแล้ว มีเป้าหมายชีวิตที่ชัดเจน มีทักษะการพูดที่น่าฟังและมีพลัง แม้เรื่องราวที่เธอนำเสนออาจจะมีคนที่ไม่เห็นด้วย แต่ก็เป็นเรื่องปกติ ไม่มีเรื่องใดที่ทุกคนจะเห็นด้วยและถูกใจอยู่แล้ว ในชีวิตจริงเราชอบฟังความเห็นของคนที่คิดต่างจากเรานะ ไม่ได้อยากฟังคนที่พูดแล้วเราเห็นด้วยเสมอไป เหมือนการดูภาพยนตร์ ภาพยนตร์ที่เราชอบคือเรื่องที่ดูแล้วสามารถเปลี่ยนความคิดบางอย่างของเราได้ เกิดการเติบโตและพัฒนาทางความคิด การฟังคนเห็นต่างแม้จะไม่เห็นด้วยแต่ก็ได้เรียนรู้ หรืออย่างน้อยก็ได้เข้าใจว่ามีคนคิดแบบนั้น แต่คนที่เราไม่อยากฟังคือคนที่ไม่กล้าที่จะพูดความคิดที่แท้จริงของตัวเอง ส่วนตัวเชื่อว่าแคนาดาปีนี้จะเข้ารอบลึกและอยากให้เข้าสู่รอบตอบคำถาม
  21. http://beauty-around.com/images/sampledata/mISS_UNIVERSE/6.2005GLEBOVA.jpg เข้าสู่ช่วงเวลาของการประกวดนางงามจักรวาลอีกครั้ง แม้ว่าหลายๆอย่างในวงการนางงามกำลังเปลี่ยนไป จะว่าเป็นขาลงของวงการนางงามก็ไม่ผิด เรื่องนางงามไม่ได้อยู่ในกระแสหลักที่สังคมส่วนใหญ่รู้จักและให้ความสนใจเหมือนในอดีต แต่ก็เหมือนกับหลายๆอย่างในโลกที่เปลี่ยนไปแล้ว ยุคนี้คนให้ความสนใจกับเรื่องราวเฉพาะด้านที่เกี่ยวข้องและมีผลกระทบกับตัวเอง มากกว่าที่จะสนใจอะไรที่ดูห่างไกลจากความเป็นจริงและชีวิตจริง หลายปีให้หลัง การประกวดนางงามจักรวาลเริ่มมีการปรับตัวและเปลี่ยนแปลงเช่นกัน ความที่คนไม่ได้คลั่งไคล้ความงามที่เหนือมาตรฐานทั่วไปแบบสุดโต่ง ที่จับต้องไม่ได้ และดูห่างไกลกับตัวเองจนเกินไป ตัวอย่างเช่นการล่มสลายของ Victoria Secret Fashion Show นิยามความงามยุคใหม่เริ่มให้ความสำคัญกับความสวยงามที่เกิดขึ้นจากภายในมากขึ้น เราจะทำอย่างไรให้ตัวเองดีขึ้นได้ตามศักยภาพของเรา และมองหาคนที่เป็นแรงบันดาลใจนั้น การประกวด MU ในปีที่สถานการณ์ไม่ปกติ ผู้คนอยู่ในภาวะ exhaust และเศรษฐกิจที่ต้องไปต่อให้ได้ ยิ่งจะทำให้คนสนใจเรื่องนางงามลดลง ดังนั้นการประกวดในปีนี้ส่วนตัวอยากเห็นการนำเสนออะไรที่เป็นแก่นสารของวงการนางงามมากกว่าแค่ความงามฉาบฉวยภายนอก เช่นการนำเสนอเรื่องราวที่จะทำให้เกิด positive impact ต่อสังคม ภาพรวมของนางงามปีนี้แม้จะไม่ได้สวยจัดแต่ก็มีหลายคนที่โดดเด่นในแบบของตัวเอง การเก็ง top5 ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แม้แต่นางงามสายแข็งอย่าง South Africa ก็ยังไม่ชัวร์ว่าจะเข้าห้าคนหรือไม่…ในยกแรกขอพูดถึงนางงามที่โดดเด่นห้าคนดังนี้ 1. Thailand แม้วงการนางงามในภาพใหญ่จะอยู่ในขาลง แต่วงการนางงามไทยพัฒนาขึ้นมากในหลายๆปีที่ผ่านมา แม้ไทยจะยังไม่ได้ครองมงกุฎนางงามจักรวาล แต่ก็ได้เห็นพัฒนาขึ้น สำหรับยุค TPN สิ่งที่พัฒนาขึ้นมากคือการสนับสนุนเตรียมความพร้อมในเรื่องของปัจจัยภายนอก แต่สิ่งที่ TPN ยังทำได้ไม่ค่อยดีคือ ความลุ่มลึก ในการนำเสนอเรื่องราวของนางงาม เรามักได้ยินบ่อยๆว่าเป้าหมายของ TPN คือการคว้ามงกุฎที่สาม แต่จริงๆควรจะต้องตอบตัวเองให้ได้ว่าเป้าหมายของการเข้ามาทำนางงามคืออะไร เพราะนางงามมีอะไรมากกว่าแค่การแข่งขัน การประกวดนางงามจักรวาลมักจะถูกนำไปเปรียบเทียบว่าเป็นโอลิมปิกทางความงาม แต่จริงๆแล้วการประกวดนางงามมิใช่การแข่งขัน 100% เหมือนการแข่งกีฬาแต่เป็นการแข่งขันกึ่งการคัดเลือก ซึ่งผู้ที่จะถูกคัดเลือกต้องเป็นผู้ที่ตรงกับ concept ที่องค์กรตั้งไว้มากที่สุด อย่างที่เราเห็นๆกัน การแข่งขันจริงๆจะเริ่มที่รอบสิบคนเป็นต้นไป รอบยี่สิบคนเหมือนเปิดโอกาสให้นางงามประเทศต่างๆได้พูดในสิ่งที่อยากนำเสนอต่อชาวโลกแต่ไม่ได้มีผลต่อการเข้ารอบๆต่อไปสักเท่าไหร่ สิบคนที่เข้ารอบดูเหมือนคือคนที่เค้าวางไว้ตั้งแต่แรกแล้ว สำหรับอแมนด้า มั่นใจว่าเข้ารอบสิบคนสุดท้ายอย่างแน่นอน แต่การที่จะผ่านเข้ารอบห้าคนเอาจริงๆแต่ละปีมีความยากง่ายไม่เท่ากันอยู่ที่ ภาพรวม performance ของคู่แข่งด้วย เช่นถ้าอแมนด้าประกวดในปี 2016 หรือแม้แต่ 2019 การเข้ารอบห้าคนสุดท้ายอาจไม่ยากนัก แต่ถ้าอแมนด้าประกวดในปี 2018 ก็ยังนึกไม่ออกว่าจะผ่านเข้ารอบห้าคนสุดท้ายได้อย่างไรเพราะแม้แต่การประกวดในบ้านอแมนด้าก็ไม่ได้ชนะขาดในเรื่องของ stage performance เหมือนกรณีมารีญา/ ฟ้าใส (สองคนนี้เข้ารอบห้าคนตั้งแต่อยู่ในบ้านแล้วการแข่งขันจริงๆเริ่มที่การตอบคำถาม) ตัวเต็งที่คาดว่าจะเข้ารอบสิบคนในปีนี้มีหลายคนที่ดูแววมี performance ที่แกร่งมากไม่แพ้ปี 2018 เช่น Mexico ที่แค่เดินออกมาก็ดูเป็นตัวแม่ ดูเป็นหัวหน้าของนางงามที่เหลือโดยที่ยังไม่ต้องทำอะไร Colombia พูดเลยว่าคนนี้จะมี performance ที่แกร่งระดับเดียวกับ Gabriela Isler ด้วยความที่รูปร่างดีมาก ดีแบบเหนือจริงชนิดที่ว่าต่อให้กินพิซซ่าสองถาดก่อนขึ้นเวทีก็ยังสวย เป็นนางงามที่เคลื่อนไหวแล้วดูดีมาก ระหง และสง่างามเป็นที่สุด Canada นางงามสายนางแบบอินเตอร์ที่แท้จริง พูดเลยว่าคนนี้คือสู้ตายแน่นอน ต่อให้เธอตีลังกาม้วนหน้าหกรอบบนเวทีก็ไม่ผิดสำหรับคนคนนี้ เวียดนามก็น่าสนใจ performance ดีมาก สูงสง่า และหลังๆเวียดนามได้รับความสนใจจากชาวโลกมากขึ้นด้วยความที่เป็นประเทศ Emerging Market ที่มีความเติบโตสูง เข้ารอบแน่นอน Brazil ก็สวยมาก รูปร่างดีมากประสบการณ์เหลือล้น อแมนด้าถ้าจะชนะต้องทำให้ได้ประมาณเปีย 2015 ที่ภาพรวมคู่แข่งมีแต่คนสวยและสูงสง่า นางงามที่ตัวเล็กอาจต้องใช้จริตนางงามมากหน่อยเพื่อจะได้ไม่จมหายบนเวที การสื่อสารทางสายตาและอารมณ์เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด เอาใจช่วยนะขอให้อแมนด้าผ่านเข้ารอบห้าคนสุดท้าย ถ้าสามารถผ่านเข้ารอบห้าคนได้ การตอบคำถามนี่แหละที่จะเป็นด่านหินของนางงามไทยซ้ำแล้วซ้ำอีก ส่วนตัวเชื่อว่าอแมนด้าเป็นคนที่เก่ง ฉลาดและมีความคิดที่ดีนะ แต่ยังขาดทักษะในการสื่อสารที่ดีพอ คือมันยังไม่มีความชัดเจนในตัวตน เวลาพูดยังไม่มี impressive word ที่จะดึงดูดให้คนหยุดฟังได้ นางงามจักรวาลยุคไอเอ็มจีต้องการคนที่มีความชัดเจนมาแล้ว ชัดเจนในความคิดที่ผ่านการกลั่นกรองมาอย่างดีจากประสบการณ์ชีวิต มีจุดมุ่งหมายที่ชัดเจนว่าอยากทำอะไรหรืออยากสื่อสารอะไรต่อชาวโลก ดูจาก speech จากเรื่องราวที่อแมนด้า(พยายาม)นำเสนอ ส่วนตัวยังมองว่ามันยังไม่ค่อยชัดเจนว่าจริงๆแล้วต้องการจะนำเสนออะไร อะไรที่เป็นเป็นประเด็นหลักกันแน่ แต่สิ่งหนึ่งที่สัมผัสได้ชัดเจนคือ อแมนด้าเป็นคนคิดบวก และมีทักษะการพูดและการเลือกใช้คำที่ประนีประนอม อันนี้ชัดเจนมากเช่น แม้แต่การพูดคุยอย่างไม่เป็นทางการในรายการหนึ่งที่มีคนพูดว่าการเป็นนางงามนั้นยาก ทำให้ถูกใจพ่อแม่ยังไม่ยากเท่าทำให้ถูกใจกะเทย อแมนด้าเลือกใช้คำว่า “ไม่เถียงเลย” แทนที่จะพูดว่าใช่เลย ถูกต้อง โดนใจมากแบบนางงามคนอื่นๆ แม้จะเป็นการพูดเล็กๆน้อยๆแบบไม่ได้ตั้งใจ แต่ก็สะท้อนตัวตนภายในได้ดี อแมนด้าเป็นคนที่เวลาพูดจะพูดอะไรที่กลางๆ รวมๆ ซึ่งอาจจะไม่โดนใจคนที่ชอบนางงามสายชัดเจนสายฟันธง ส่วนตัวสัมผัสได้ว่าอแมนด้าตัวตนจริงๆไม่ได้อยู่สุดขอบด้านใดด้านหนึ่งแต่อยู่กลางๆ(จริงๆก็กลางในทุกๆด้าน) แต่จริงๆกลางก็ไม่ผิดนะ ถ้ากลางอย่างชัดเจน กลางอย่างมีเหตุผล กลางอย่างสร้างสรรค์ และกลางอย่างมีทางออก เพราะในท้ายที่สุดไม่ว่าเรื่องใดๆเป็นไปไม่ได้หรอกที่ใครหรือฝ่ายใดจะได้ทุกอย่างหรืออยากให้ทุกอย่างเป็นไปตามที่ตัวเองต้องการ มันคือสัจธรรม ยิ่งในการตอบคำถามรอบสุดท้ายในบ้าน การพูดภายในเวลาที่จำกัด การพูดที่ต้องออกมาจากสิ่งที่อยู่ในสมองทันทียิ่งชัดเจนว่าอแมนด้าเป็นคนแบบนั้นแหละ เป็นคน positive เป็นคนให้โอกาส และเป็นคนมองอะไรในภาพรวมและเป็นคนประนีประนอม ในสังคมทุกวันนี้ ในยุคที่ social media เข้าถึงง่าย คนมีโอกาสที่จะแสดงความคิดเห็นในเรื่องต่างๆมากขึ้น แต่ก็ยังมีคนจำนวนไม่น้อยที่ยังแยก free speech กับ hate speech ไม่ออก การแสดงความเห็นไม่ว่าเรื่องใดๆถ้าเราแสดงความเห็นโดยใช้แต่อารมณ์เป็นตัวขับเคลื่อน คนจะยิ่งไม่รับฟังเนื้อหาที่เราอยากนำเสนอและจะยิ่งห่างไกลจากความเข้าใจมากยิ่งขึ้น แต่ถ้าเราแสดงความเห็นอย่างมีเหตุผล มีชั้นเชิง และมีทักษะในการเลือกใช้คำการสื่อสารที่หนักแน่นและมีเหตุผล คนก็จะรับฟังและเปิดใจมากขึ้น ซึ่งอแมนด้ามีทักษะนี้นะ แต่ต้องทำให้มันชัดเจนมากยิ่งขึ้น การพูดของอแมนด้า จริงๆถือว่าดี ดีในที่นี้คือดีในประเด็นหลักที่จะพูด แต่อแมนด้ายังขาดทักษะในการอธิบาย (ซึ่งตรงนี้คิดว่าอแมนด้าก็คงรู้ตัว) ทำให้คำตอบนั้นๆยังไม่โดนใจพอ การพูดอะไรก็ตามไม่สำคัญหรอกว่าเราจะมีความเห็นว่าอย่างไร แต่ต้องสื่อสารให้คนเชื่อและเข้าใจในเหตุผลที่เราต้องการจะสื่อจริงๆ เคยดูภาพยนตร์เรื่องหนึ่งที่พระเอกเป็นคนที่ไม่ค่อยชอบอธิบายอะไรเลย เป็นเหตุให้ต้องเลิกรากับคนรักคนแรก แต่สุดท้ายเขาก็ได้เรียนรู้ว่าเมื่อเราได้เจอคนที่อยากให้เป็นคนสุดท้ายของชีวิต เราจะอยากอธิบายทุกสิ่งทุกอย่างให้คนๆนั้นได้ฟัง สำหรับอแมนด้า ถ้าคิดว่านี่คือการประกวดครั้งสุดท้ายของชีวิต อแมนด้าจะอยากพูดอยากสื่อสารและอยากอธิบายทุกสิ่งทุกอย่างให้คนทั้งโลกได้ฟัง เช่นเดียวกัน....สำหรับมิสไทยแลนด์ถือเป็น timing ที่เหมาะสมที่สุดที่จะได้ครองมงกุฏที่สามเหมือนผลไม้ที่ใกล้สุกงอมเต็มที่ ภาพรวมนางงามไทยปีนี้สามารถคว้ามงกุฏได้ขึ้นอยู่กับว่าตัวนางงามจะสามารถดึงศักยภาพออกมาได้เต็มที่หรือไม่ แค่นั้น...
  22. ฟันธงคืนหมาหอน.... MUT2020:พรฟ้า ปุณิกา รองหนึ่ง: แพรว แพรวนิต รองสอง: อแมนด้า ชาลิสา ออบดัม Top5: วีณา ซามิน่า
  23. คำถามรอบ Top 5 MU ที่มิสไทยแลนด์ได้รับ มักจะวนเวียนตามมาให้เราได้คิด ทบทวน และตั้งคำถามกับตัวเองอยู่เสมอ security and privacy คือสิ่งที่เรายังขาดอยู่จริงๆสำหรับ MUT ปีนี้ Security ที่หละหลวมปล่อยให้คนที่ไม่เซนสัญญารักษาความลับของกองประกวดเข้าไปทำงานในกองอยู่ตั้งนานสองนานได้อย่างไร? Privacy ของ private messages ที่ควรจะจำกัดอยู่เฉพาะกลุ่มหลุดสู่สังคมโดยรวมได้อย่างไร? ทำให้ภาพลักษณ์การประกวดเหมือนจะดูดีในสายตาคนทั่วไปในตอนแรกกลับถูกฉุดให้ดูแย่ลง อย่างไรก็ตามภาพรวม MUT ปีนี้แม้จะดูเหมือนขึ้นรถไฟเหาะขึ้นๆลงๆใจหายใจคว่ำแต่ก็ชื่นชมในความตั้งใจของ TPN ที่พยายามจะนำเสนออะไรที่แปลกใหม่อยู่ตลอดเวลา แม้หลายอย่างยังต้องพัฒนากันต่อไปแต่การกล้าที่จะเปลี่ยนแปลงเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาของทุกสิ่ง MUT ปีนี้เลือกไม่ง่าย อย่างที่รู้ๆกันว่าแต่ละคนมีข้อดีข้อเสียต่างกันไป ปีนี้ไม่มีนางงามที่มีองค์ประกอบครบประเภท full package แบบ มารีญา ฟ้าใส ที่แฟนนางงามจะตั้งความหวังไว้ถึงมงที่สาม การจะเลือกใครต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วนว่าถ้ามงในบ้านแล้วจะต้องทำอะไรต่อ และเมื่อส่งไปเวทีแม่แล้วจะเป็นอย่างไร ก่อนอื่นขอแยกองค์ประกอบของความเป็นนางงามออกเป็นสามส่วนได้แก่ 1. Beauty queen qualification ได้แก่ ความสวย รูปร่าง stage performance และอินเนอร์ เรื่องความสวย รูปร่าง ถ้าผ่านมาถึง top 5 ได้มันก็ต้องมีทุกคนแหละ แต่ stage performance และอินเนอร์บางทีก็พูดยากนะ บางปีก็ทำให้เราเชื่อว่ามันพัฒนากันได้ไม่ยากเช่น 2016 แต่บางปีกลับทำให้เราเห็นว่าบางทีมันก็สร้างกันไม่ได้ง่ายๆภายในระยะเวลาอันสั้นเช่นปี 2018 เอาจริงๆทักษะนี้ทำมันให้คิดว่า “พรสรรค์” หรือความ “born to be” มันก็มีส่วนด้วยเหมือนกัน 2. Speech and communication skill ซึ่งก็คือ ทักษะการพูด การตอบคำถาม และความสารถในการสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษ เคยมีคนพูดว่าองค์ประกอบนี้พัฒนายากที่สุด ซึ่งก็จริง แต่ก็ไม่อยากให้คิดว่ามันพัฒนาไม่ได้ ไม่มีอะไรที่เกินความสามารถของมนุษย์หรอก ถ้าพยายามมากพอและถูกวิธี เรื่องภาษาเอาจริงๆอย่างที่เคยพูดว่าใครเริ่มก่อนย่อมได้ก่อน ตัวนางงามเองต้องกล้าที่จะใช้มันการพัฒนาถึงจะเกิดได้ ตรงไปตรงมา ส่วนการพูดการตอบคำถามจริงๆอยากให้มองว่ามันไม่ใช่ทักษะที่พิสดารหรือเป็นพลังพิเศษอะไร การที่เริ่มต้นคิดว่าฉันฉลาดไม่สู้คนอื่นหรือตอบคำถามไม่เก่งเท่าคนนั้นคนนี้ การคิดแบบนี้ก็คือแพ้ตั้งแต่แรก การที่คนเราจะพูดเก่งได้ย่อมต้องเคยผ่านการฟัง คิด อ่าน และเขียน มาอย่างมากพอ จนมีคลังความรู้ระดับหนึ่ง เกิดเป็นชุดความคิดและแนวคิดที่เป็นของตัวเอง และสามารถถ่ายทอดออกมาเป็นคำพูดที่น่าฟังและจับใจคนได้ ดังนั้นจึงต้องฝึกฝนทักษะดังกล่าวร่วมกันอย่างต่อเนื่อง 3. Charisma/เสน่ห์/X-factor/wow-factor แล้วแต่คนจะเรียก เออ อันนี้แหละที่ฝึกกันยากจริงๆ บางทีอาจจะไม่ได้เลยด้วยซ้ำ เพราะจริงๆมันไม่รู้ว่าคืออะไรกันแน่และไม่รู้จะสร้างขึ้นมาได้อย่างไร Top 5 ปีนี้ส่วนตัวมองว่า 4 ที่คือเดาไม่ยากได้แก่ 1. อแมนด้า คนนี้มีองค์ประกอบในสองข้อแรกค่อนข้างครบ แต่ข้อสามไม่แน่ใจ อย่างที่หลายๆคนบอกว่าอแมนด้าเหมือนขาดอะไรสักอย่าง ส่วนตัวก็คิดแบบนั้นมาตลอดนะ(ตั้งแต่ยกแรกเป็นต้นมา) เสน่ห์หรือคาริสมาที่หายไปของอแมนด้าส่วนตัวมองว่ามันอยู่ที่การพูดมากที่สุด อแมนด้าเป็นคนที่พูดอะไรแล้วจบแบบจบไปเลย เหมือนประตูที่เปิดเป็นช่วงๆแล้วปิดเลย ต้องรอว่าประตูจะเปิดอีกตอนไหน อารมณ์ประมาณวีณาปี 2018 แหละคือเวลาพูดแล้วคนฟังไม่รู้จะไปยังไงต่อ ลองวิเคราะห์ส่วนตัวดูสิ่งที่ขาดหายไปมันอาจจะเกี่ยวข้องกับ อารมณ์ขัน ความคิดสร้างสรรค์ หรือความแปลกใหม่ก็ได้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้มันไม่ได้มีกันทุกคน แต่ถ้าอแมนด้ามงก็ไม่ติดนะ น่าจะเป็นตัวแทนที่ดีคนนึงเลย แต่ถามว่าสนุกในการเชียร์ในการติดตามมั้ย ส่วนตัวคิดว่า “ได้อยู่” 2. แพรว แพรวนิต ถ้ามงขึ้นมาคนนี้คือสวยนำ กายภาพนำ ทะยานขึ้นแท่นตัวเต็งได้ทันทีและเข้ารอบลึกๆได้ไม่ยาก เข้ากองแม่แล้วสนุกแน่นอน เรื่องความคิด การพูดมีของ พัฒนาได้ แต่เรื่องภาษาไม่แน่ใจว่าน้องจะสามารถพัฒนาไปถึงจุดที่สื่อสารได้ในกองและมากพอที่จะทำให้สื่ออยากสัมภาษณ์อยากพูดคุยด้วยหรือไม่ ซึ่งภาพตรงนี้มันยังไม่ชัดเลยจริงๆ แต่ความที่ไม่สมบูรณ์พร้อมการที่มีอะไรให้ลุ้นให้ติดตามนี่แหละคือความสนุก 3. วีณา องค์ประกอบแรกถือว่าครบ ติดที่เรื่องหุ่นนิดนึง น้องเหมือนจะเป็นคนที่พอเวลาเครียดเวลาตั้งใจทำอะไรมากๆแล้วจะอวบขึ้น น้ำหนักขึ้น (คล้ายๆฟ้าใส) ซึ่งตรงกันข้ามกับบางคนที่พอเวลาเป็นอย่างนั้นแล้วจะผอมลง ถ้ามงต้องวางแผนเรื่องนี้ให้ดี อาจจะต้องลีนหุ่นให้ over ไว้หน่อยๆ(แบบน้ำตาลตอน kick-off) จุดแข็งของวีณาอีกอย่างคือพลังความรักจากผู้ที่สนับสนุน ส่วนเรื่องการพูดการตอบคำถามก็ยังเป็นจุดอ่อนของวีณา สิ่งที่ทำให้วีณายังขาดพลังในการพูดหรือพูดยังไม่จับใจพอส่วนตัวคิดว่า สิ่งที่น้องยังขาดคือ “ความเป็นผู้นำ” 4. พอลลี่ องค์ประกอบแรกหายห่วง ลอยลำ ถ้าเข้ากองแม่รับรองได้เลยว่าจะมีแต่คำว่า ฟาด ฟาด และฟาด เท่านั้น เรื่องภาษาถือว่าพอได้นะ สื่อสารได้เลย กล้าที่จะพูด คิดว่าถ้าเข้ากองแม่น่าจะไม่กลัวสื่อและสื่อก็ไม่กลัวที่จะเข้ามาคุยด้วย ส่วนเรื่องการพูดการตอบคำถามก็ยังเป็นปัญหาหลักของพอลลี่อยู่ โอกาสสุดท้ายที่จะมาถึงขอให้พอลลี่พูดทุกอย่างให้ออกมาจากก้นบึ้งของจิตใจ อย่าพูดเป็น pattern 5. คนที่ห้าสูสีมาก ได้แก่ ซินดี้ ซามิน่า เอมมี่ และ ควีน ซินดี้ จุดแข็งคือคาริสมาที่แรงมาก ควีน ข้อดีคือองค์ประกอบครบน่าลุ้นแม้ทุกองค์ประกอบยังต้องพัฒนาต่อทั้งสิ้นแม้กระทั่งความสวยแต่ก็เป็นคนที่ยังมีอะไรให้ค้นหาให้ทำความรู้จักอีกมาก เอมมี่ เด่นเรื่องภาษาและการพูด แต่เอาจริงๆยุคนี้เวทีแม่มีนางงามที่ได้ภาษาและพูดดีเยอะนะ คำว่าไม่จมหายไม่ตายละตินน่าจะใช้กับเอมมี่ไม่ได้ เพราะคาริสม่าที่ขาดหายไปอยู่ที่กายภาพ(ขออนุญาตพูดตรงๆ) ซามิน่า พลังเยอะมาก confidence สูงมาก amazing story และรอบพริลิมพิสูจน์แล้วว่าน้องคือคนที่ shine on stage สุดท้ายขอฟันธงตรงๆไปเลยว่าคนสุดท้ายที่จะเข้ารอบห้าคนคือ ซามิน่า เธอชนะเพราะแววตาคู่นั้นในรอบพริลิม แววตาแบบนั้นในบรรดา 29 คน มีเธอคนเดียวที่มี และขอฟันธงว่า MUT 2020 คือ พอลลี่ ปุณิกา กุลสุนทรรัตน์
×
×
  • Create New...