Jump to content
T-PAGEANT.COM
  • advertisement_alt
  • advertisement_alt
  • advertisement_alt

ชลันธร

Members
  • Posts

    3,691
  • Joined

  • Last visited

  • Days Won

    1

ชลันธร last won the day on January 22 2018

ชลันธร had the most liked content!

Profile Information

  • Gender
    Not Telling

ชลันธร's Achievements

Newbie

Newbie (1/14)

  • First Post Rare
  • Collaborator Rare
  • Posting Machine Rare
  • Week One Done Rare
  • One Month Later Rare

Recent Badges

601

Reputation

  1. ถ้ามีใจก็มา อย่ากลัวว่าจะเอาตำนานมาทิ้ง เพราะตำนานไม่จำเป็นต้องมีแค่บทเดียว
  2. เรื่องการเดินของนางงาม แม้มันจะเป็นองค์ประกอบหนึ่งแต่มันก็สะท้อนอะไรได้หลายอย่าง มองให้มันยาก มันก็ยาก มองให้ง่าย มันก็ง่าย... มองให้ง่าย อะไรที่ทำแล้วทำให้ภาพรวมออกมาดูกังวล เครียด ประหม่า กดดัน หรือ ไม่มั่นใจ ล้วนแต่ไม่ดี เพราะขัดกับคอนเซ็ปส์ "Confidently Beautiful" มองให้ง่าย กลับสู่พื้นฐาน "การเดินของนางงามต่างจากนางแบบคือนางงามเดินเพื่อนำเสนอตัวเอง" อะไรที่ทำแล้วไม่ใช่ตัวเอง ไม่ได้มาจากตัวตนที่แท้จริงของตัวเอง ล้วนไม่ดี
  3. หลังจากที่ได้ดูการประกวดรอบพริลิม ทำให้ได้ข้อคิดและมุมมองใหม่ๆ ก่อนหน้านี้เคยตั้งข้อสังเกตว่านางงามไทยมักจะทำผลงานรอบชุดว่ายน้ำได้ดีกว่ารอบชุดราตรี (ยกเว้นน้ำตาล) แต่พอได้ดูการประดวดรอบพริลิมอย่างละเอียดวันนี้จึงได้รู้ว่าจริงๆแล้วนางงามส่วนใหญ่มักจะเดินในรอบชุดว่ายน้ำได้ดีกว่ารอบชุดราตรีอยู่แล้ว อาจจะเป็นเพราะว่าผู้หญิงทุกคนมีความสวยงามตามธรรมชาติในตัวเองทุกคนและการเดินในชุดว่ายน้ำมีความสะดวกสบายและเป็นตัวเองได้มากกว่า ขณะที่การเดินรอบชุดราตรีมันคือการประโคม คือการปรุงแต่ง เพื่อให้ทุกอย่างออกมาดูดีที่สุด และชุดราตรีรวมถึงรองเท้ามันคือสิ่งที่สร้างมาเพื่อความสวยงามไม่ได้สร้างมาเพื่อการก้าวเดินได้อย่างสบาย เอาจริงๆผู้หญิงเป็นเพศที่มีความพยายามและความอดทนสูงนะ ชีวิตผู้หญิงไม่ได้ง่าย ต้องทำอะไรมากมายหลายขั้นตอนก่อนที่จะก้าวเดินออกมาได้อย่างมั่นใจ ในการประกวดรอบพริลิม ภาพรวมปีนี้นางงามทำ performance ได้ดีมาก ในรอบชุดว่ายน้ำมีคนที่เดินดีร่วมยี่สิบคน ละลานตาไปหมด แต่เมื่อเฉลี่ยภาพรวมกับรอบชุดราตรีกลับมีนางงามอยู่เพียงไม่กี่คนที่ทำผลงานได้โดดเด่นทั้งสองรอบ บางคนแม้รอบชุดว่าน้ำจะดูดีมากแต่เมื่อมาเฉลี่ยกับรอบชุดราตรีภาพรวมก็ยังไม่โดดเด่นพอ เช่น ฟิลิปปินส์รอบชุดว่ายน้ำดีแต่รอบชุดราตรีดูเตี้ยตันไม่สง่างาม เนปาลรอบชุดว่ายน้ำดีมากแต่รอบชุดราตรีดูพยายามเกินไปเหมือนจริตนางงามละติน B-B+ หรือแม้แต่อินเดียรอบชุดราตรีภาพรวมก็ยังสู้บรรดาตัวแม่ไม่ได้จริงๆโอกาสเข้ารอบห้าคนยากมาก กรณีของแคนาดา ทำให้รู้ว่าวงการนางงามก็มีครูเหมือนศาสตร์และศิลป์อื่นๆเหมือนกัน ว่าไม่ได้ แม้โนวาจะมีประสบการณ์นางแบบอาชีพมาก่อน แต่ performance ในบริบทนางงามมันต่างจากนางแบบมาก วันนี้เห็นชัดเลยว่าแค่มุมกล้องก็ต่างกันมาก มุมกล้องรันเวย์ของนางแบบมันคือมุมตรงมุมเดียวเป็นหลัก ไม่ได้ช้อนหน้าช้อนหลัง turn around 360 องศาแบบนี้ วันนี้เห็นชัดว่าโนวาเอาไม่อยู่ สู้บรรดา beauty queen ตัวแม่ไม่ได้ การที่จะผ่านเข้ารอบลึกๆนั้นไม่ง่ายเลย สำหรับนางงามที่ทำผลงานได้โดดเด่นชัดเจนทั้งสองรอบ ส่วนตัวให้ Mexico ผลงานวันนี้ทำให้นึกถึงพอลลี่รอบพริลิม MUT2020 คือดูออกชัดเจนว่าปล่อยของไม่หมด อาจจะแค่ 40-50% ด้วยซ้ำ แต่แค่นี้ก็ยังโดดเด่นสะดุดตามากทั้งรอบชุดว่ายน้ำและรอบชุดราตรี เป็นผู้หญิงที่สวยนำ สวยกินขาด โอกาสที่จะเข้ารอบห้าคนสุดท้ายคือ 100% Puerto Rico ส่วนตัวไม่ได้ชอบเปอร์โตริโก้ปีนี้ เพราะมองแล้วรู้สึกว่าเธอช่างดูเหมือนนางงามที่มาจากอีกยุค บอกว่าเป็นเพื่อนร่วมรุ่นลูปิต้า โจนส์ ก็เชื่อนะ แต่ผลงานพริลิมก็ต้องยอมรับในความสามารถ pefrmance ทุกสิ่งทุกอย่างมันช่างดีจริงๆ เป็นอีกคนที่มั่นใจว่าเข้ารอบห้าคนสุดท้ายแน่นอน Colombia performance ดีมาก รูปร่างดีมาก จุดแข็งของนางงามโคลอมเบียคือความมั่นใจและพลังบนเวที ส่วนความสวยส่วนตัวมองว่านี่คือมาตรฐานของโคลอมเบียถ้าลอง zoom in เฉพาะหน้าดูดีๆ นางงามโคลอมเบียที่เข้ารอบลึกๆถึงรองหนึ่งเช่นปี 2017 หรือแม้แต่นางงามโคลอมเบียยุค 90ที่ได้รองหนึ่งบ่อยๆก็หน้าบล็อกนี้แหละ Brazil ทำผลงานได้ดีทั้งสองรอบ แม้จะไม่ที่หนึ่งแต่ก็ดีมาก รูปร่างดีมาก เป็นอีกคนที่ควรจะได้ไปโชว์ศักยภาพในการตอบคำถามรอบห้าคน Thailand ยอมรับว่าอแมนด้าไม่ใช่นางงามที่ชอบเป็นการส่วนตัว แต่ผลงานวันนี้ต้องยอมรับจริงๆว่าทำได้ดี ดีในที่นี้ไม่ใช่แค่ดีมาก แต่คือดีเยี่ยม “perfect performance” อแมนด้าเป็นนางงามไทยที่ทำผลงานในรอบพริลิมได้ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา….ก่อนหน้านี้เคยพูดว่าเป็นห่วงด้วยความที่เป็นนางงามที่ตัวค่อนข้างเล็กและคู่แข่งก็แกร่งมาก แต่วันนี้อแมนด้าคือดีมาก ดูแล้วไม่รู้สึกว่าตัวเล็กเลย การแสดงสีหน้าแววตาและสื่อสารทำได้ดีมาก มีจริตเฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใครและมี sex appeal ทำให้นึกถึง Pia 2015 จากที่เคยประเมินว่าอแมนด้าจะเข้ารอบสิบคนแต่ตอนนี้พูดเลยว่า การแข่งขันที่แท้จริงของอแมนด้าเริ่มที่รอบการตอบคำถาม และมีโอกาสสูงที่จะเป็นผู้ชนะขึ้นอยู่กับการตอบคำถามแล้วจริงๆในเรื่องการตอบคำถามคงไม่พูดอะไรมาก เพราะได้พูดไปเยอะแล้วในการวิเคราะห์ยกแรก แต่สิ่งที่อยากจะบอกอแมนด้าคือ เมื่อตอบคำถามจงตอบจากความคิดทั้งหมดของตัวเองที่ดึงมาจาก ความรู้ และความเชื่อที่สั่งสมจากประสบการณ์ชีวิตตลอด 27 ปีที่ผ่านมา สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ อย่ากลัว อย่ากลัวที่จะตอบผิด เพราะในความเป็นจริงไม่มนุษย์คนไหนที่จะสามารถตอบทุกสิ่งทุกอย่างได้อย่างได้ถูกต้องและสมบูรณ์แบบทั้งหมด จำเป็นต้องอาศัยทุกความคิด ทุกความเห็นและทุกความรู้สึกของทุกคนมาแชร์กัน เปิดใจให้กันและกัน รับฟังกัน เพื่อหาแนวทางที่จะทำให้ทุกคนสามารถเดินไปด้วยกันได้ และนี่คือเหตุผลที่มนุษย์ต้องมาอยู่ร่วมกันเป็นสังคม
  4. 4. Brazil http://imperiummiss.pl/wp-content/uploads/2020/08/Julia-Gama-Miss-Brasil-2020-1.jpg Qualified beauty คือคำจำกัดความของ Julia เรื่องโปรไฟล์คือหายห่วง สามารถพูดได้ห้าภาษา (Portuguese, Spanish, English, Mandarin and German) ได้เป็นเป็นดารานักแสดงทั้งในประเทศและต่างประเทศ ผ่านการทำงานในประเทศที่ห่างไกลกันคนละซีกโลกมาแล้ว เป็นผู้หญิงวัย 27 ที่ผ่านประสบการณ์ชีวิตมาอย่างมากมาย แม้ในวัยเด็กจะเติบโตมากับชีวิตที่ยากลำบากในสลัม แต่ก็สามารถนำพาชีวิตไปในจุดที่ดีได้ ภาพรวมของ Brazil คล้ายๆกับ Mexico คือเป็นนางงามที่ full package และ performance ดี ส่วนเรื่องประเด็นที่ดูสูงวัยไปหน่อย เอาจริงๆ miss Brazil ก็ประมาณนี้ทุกปีแหละเป็นปกติของความงามแบบบราซิล miss Brazil 2012 ยังสามารถเข้ารอบห้าคนสุดท้ายได้เลย ซึ่งถ้าเทียบกัน จูเลียนี่ดู(หน้า)เด็กไปเลย
  5. 3. Mexico นี่คือตัวอย่างของ beauty privilege ที่ชัดเจน Mexico ปีนี้สวยมาก นี่คือ น้ำตาลเวอร์ชั่นละติน หรือละตินเวอร์ชั่นน้ำตาล ความน่าสนใจของ Mexico ปีนี้คือหน้าตาที่ดูแตกต่างกับมิสเม็กซิโกที่เราคุ้นเคยและเห็นกันบ่อยๆอย่างเช่นปี 2019 2010 และอีกหลายๆปี หรือแม้แต่ ND ลูปิต้า โจนส์ ก็หน้าบล็อกนั้น แต่ Mexico ปีนี้มีความสวยที่ลงตัวมาก มีความผสมผสานทั้งละตินและมีมุมที่ดูเป็นเอเชีย มีความ exotic อยู่ในที ดูเป็นละตินก็ได้ ดูเป็นเอเชียได้ เป็นฟิลิปปินส์ได้ หรือแม้แต่ดูเป็นมิสฮาวายก็ยังได้ ส่วนตัวมองว่าเป็นตัวแทนที่สวยที่สุดในปีนี้ ในส่วนของ performance ก็ไม่ต้องห่วง ผู้หญิงคนนี้มีไฟในตัวที่พร้อมจะแผดเผาทุกคนให้มอดไหม้เป็นจุลไปต่อหน้าได้เลย อย่างที่บอกว่าแค่เดินออกมาก็ชนะไปครึ่งทางแล้ว ด้วยความที่สวยมากจึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องไปสืบคนเรื่องราวอะไรมากมาย แต่ด้วยดีกรีถึงรองหนึ่งมิสเวิลด์คงจะการันตีเรื่อง speech ได้อย่างแน่นอน ส่วนตัวมองว่า แอนเดรีย เข้ารอบ TOP5/TOP3 อย่างแน่นอน ปัญหาเดียวของแอนเดรียคือคือความสมบูรณ์แบบ ในยุคไอเอ็มจี นางงามที่สวยสมบูรณ์แบบ นางงามที่เฟียสจัดๆมักจะไปได้ไกลสุดแค่รองหนึ่ง อาจจะเพื่อตอกย้ำ concept ทางความงามที่เปลี่ยนไปของยุคไอเอ็มจี และแอนเดรียเองก็จัดอยู่ในนางงาม type นั้นชัดเจนมากๆ
  6. 2. Canada โนวาเป็นหนึ่งในนางงามที่มีความโดดเด่นและน่าสนใจ มีภาพลักษณ์ของความเป็นนางแบบที่ชัดเจน บางคนอาจมองว่าโนวาเหมาะกับการเป็นนางแบบมากกว่า แต่จริงๆนางงามแล้วยุคนี้เปิดกว้างมากขึ้น ผู้หญิงจากทุกสาขาอาชีพสามารถเป็นนางงามได้ นางงามก็ไม่จำเป็นต้องต่อยอดในวงการบันเทิงเสมอไปเพราะจุดมุ่งหมายและทางเดินชีวิตของแต่ละคนย่อมแตกต่างกัน โนวาเป็นคนที่มีความโดดเด่น เวลาถ่ายภาพนิ่งแล้วดูโก้เก๋ ดูมีคลาส มีรูปร่างอย่างนางแบบ อกเล็ก ข้อดีของผู้หญิงอกเล็กคือสามารถแต่งตัว sexy ได้มาก เพราะจะดูไม่โป๊ ถ้าเทียบกับนางแบบผิวสีในยุครุ่งเรืองของนางแบบ (ยุค 90-2000) โนวาอาจจะไม่ใช่นางแบบผิวสีสาย beauty จ๋าแบบนาโอมิ หรือไทร่า แบงส์ แต่คือ Alex Wex นางแบบผิวสีชื่อดังในยุคนั้นที่เป็นผิวสี original จริงๆ บางคนอาจจะจำกัดนิยามความงามของสาวผิวสีไว้แบบ นาโอมิ ไทร่า ไลล่า หรือแม้แต่ miss USA ปีนี้ แต่เอาจริงๆสาวผิวสีที่กล่าวมาทั้งหมดเป็นผิวสีที่ผสมกับเชื้อชาติอื่นทั้งนั้น ไม่ใช่ความงามแบบผิวสี original จริงๆ จุดแข็งของโนวาคือเป็นนางงามที่มีความชัดเจนมาแล้ว มีเป้าหมายชีวิตที่ชัดเจน มีทักษะการพูดที่น่าฟังและมีพลัง แม้เรื่องราวที่เธอนำเสนออาจจะมีคนที่ไม่เห็นด้วย แต่ก็เป็นเรื่องปกติ ไม่มีเรื่องใดที่ทุกคนจะเห็นด้วยและถูกใจอยู่แล้ว ในชีวิตจริงเราชอบฟังความเห็นของคนที่คิดต่างจากเรานะ ไม่ได้อยากฟังคนที่พูดแล้วเราเห็นด้วยเสมอไป เหมือนการดูภาพยนตร์ ภาพยนตร์ที่เราชอบคือเรื่องที่ดูแล้วสามารถเปลี่ยนความคิดบางอย่างของเราได้ เกิดการเติบโตและพัฒนาทางความคิด การฟังคนเห็นต่างแม้จะไม่เห็นด้วยแต่ก็ได้เรียนรู้ หรืออย่างน้อยก็ได้เข้าใจว่ามีคนคิดแบบนั้น แต่คนที่เราไม่อยากฟังคือคนที่ไม่กล้าที่จะพูดความคิดที่แท้จริงของตัวเอง ส่วนตัวเชื่อว่าแคนาดาปีนี้จะเข้ารอบลึกและอยากให้เข้าสู่รอบตอบคำถาม
  7. http://beauty-around.com/images/sampledata/mISS_UNIVERSE/6.2005GLEBOVA.jpg เข้าสู่ช่วงเวลาของการประกวดนางงามจักรวาลอีกครั้ง แม้ว่าหลายๆอย่างในวงการนางงามกำลังเปลี่ยนไป จะว่าเป็นขาลงของวงการนางงามก็ไม่ผิด เรื่องนางงามไม่ได้อยู่ในกระแสหลักที่สังคมส่วนใหญ่รู้จักและให้ความสนใจเหมือนในอดีต แต่ก็เหมือนกับหลายๆอย่างในโลกที่เปลี่ยนไปแล้ว ยุคนี้คนให้ความสนใจกับเรื่องราวเฉพาะด้านที่เกี่ยวข้องและมีผลกระทบกับตัวเอง มากกว่าที่จะสนใจอะไรที่ดูห่างไกลจากความเป็นจริงและชีวิตจริง หลายปีให้หลัง การประกวดนางงามจักรวาลเริ่มมีการปรับตัวและเปลี่ยนแปลงเช่นกัน ความที่คนไม่ได้คลั่งไคล้ความงามที่เหนือมาตรฐานทั่วไปแบบสุดโต่ง ที่จับต้องไม่ได้ และดูห่างไกลกับตัวเองจนเกินไป ตัวอย่างเช่นการล่มสลายของ Victoria Secret Fashion Show นิยามความงามยุคใหม่เริ่มให้ความสำคัญกับความสวยงามที่เกิดขึ้นจากภายในมากขึ้น เราจะทำอย่างไรให้ตัวเองดีขึ้นได้ตามศักยภาพของเรา และมองหาคนที่เป็นแรงบันดาลใจนั้น การประกวด MU ในปีที่สถานการณ์ไม่ปกติ ผู้คนอยู่ในภาวะ exhaust และเศรษฐกิจที่ต้องไปต่อให้ได้ ยิ่งจะทำให้คนสนใจเรื่องนางงามลดลง ดังนั้นการประกวดในปีนี้ส่วนตัวอยากเห็นการนำเสนออะไรที่เป็นแก่นสารของวงการนางงามมากกว่าแค่ความงามฉาบฉวยภายนอก เช่นการนำเสนอเรื่องราวที่จะทำให้เกิด positive impact ต่อสังคม ภาพรวมของนางงามปีนี้แม้จะไม่ได้สวยจัดแต่ก็มีหลายคนที่โดดเด่นในแบบของตัวเอง การเก็ง top5 ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แม้แต่นางงามสายแข็งอย่าง South Africa ก็ยังไม่ชัวร์ว่าจะเข้าห้าคนหรือไม่…ในยกแรกขอพูดถึงนางงามที่โดดเด่นห้าคนดังนี้ 1. Thailand แม้วงการนางงามในภาพใหญ่จะอยู่ในขาลง แต่วงการนางงามไทยพัฒนาขึ้นมากในหลายๆปีที่ผ่านมา แม้ไทยจะยังไม่ได้ครองมงกุฎนางงามจักรวาล แต่ก็ได้เห็นพัฒนาขึ้น สำหรับยุค TPN สิ่งที่พัฒนาขึ้นมากคือการสนับสนุนเตรียมความพร้อมในเรื่องของปัจจัยภายนอก แต่สิ่งที่ TPN ยังทำได้ไม่ค่อยดีคือ ความลุ่มลึก ในการนำเสนอเรื่องราวของนางงาม เรามักได้ยินบ่อยๆว่าเป้าหมายของ TPN คือการคว้ามงกุฎที่สาม แต่จริงๆควรจะต้องตอบตัวเองให้ได้ว่าเป้าหมายของการเข้ามาทำนางงามคืออะไร เพราะนางงามมีอะไรมากกว่าแค่การแข่งขัน การประกวดนางงามจักรวาลมักจะถูกนำไปเปรียบเทียบว่าเป็นโอลิมปิกทางความงาม แต่จริงๆแล้วการประกวดนางงามมิใช่การแข่งขัน 100% เหมือนการแข่งกีฬาแต่เป็นการแข่งขันกึ่งการคัดเลือก ซึ่งผู้ที่จะถูกคัดเลือกต้องเป็นผู้ที่ตรงกับ concept ที่องค์กรตั้งไว้มากที่สุด อย่างที่เราเห็นๆกัน การแข่งขันจริงๆจะเริ่มที่รอบสิบคนเป็นต้นไป รอบยี่สิบคนเหมือนเปิดโอกาสให้นางงามประเทศต่างๆได้พูดในสิ่งที่อยากนำเสนอต่อชาวโลกแต่ไม่ได้มีผลต่อการเข้ารอบๆต่อไปสักเท่าไหร่ สิบคนที่เข้ารอบดูเหมือนคือคนที่เค้าวางไว้ตั้งแต่แรกแล้ว สำหรับอแมนด้า มั่นใจว่าเข้ารอบสิบคนสุดท้ายอย่างแน่นอน แต่การที่จะผ่านเข้ารอบห้าคนเอาจริงๆแต่ละปีมีความยากง่ายไม่เท่ากันอยู่ที่ ภาพรวม performance ของคู่แข่งด้วย เช่นถ้าอแมนด้าประกวดในปี 2016 หรือแม้แต่ 2019 การเข้ารอบห้าคนสุดท้ายอาจไม่ยากนัก แต่ถ้าอแมนด้าประกวดในปี 2018 ก็ยังนึกไม่ออกว่าจะผ่านเข้ารอบห้าคนสุดท้ายได้อย่างไรเพราะแม้แต่การประกวดในบ้านอแมนด้าก็ไม่ได้ชนะขาดในเรื่องของ stage performance เหมือนกรณีมารีญา/ ฟ้าใส (สองคนนี้เข้ารอบห้าคนตั้งแต่อยู่ในบ้านแล้วการแข่งขันจริงๆเริ่มที่การตอบคำถาม) ตัวเต็งที่คาดว่าจะเข้ารอบสิบคนในปีนี้มีหลายคนที่ดูแววมี performance ที่แกร่งมากไม่แพ้ปี 2018 เช่น Mexico ที่แค่เดินออกมาก็ดูเป็นตัวแม่ ดูเป็นหัวหน้าของนางงามที่เหลือโดยที่ยังไม่ต้องทำอะไร Colombia พูดเลยว่าคนนี้จะมี performance ที่แกร่งระดับเดียวกับ Gabriela Isler ด้วยความที่รูปร่างดีมาก ดีแบบเหนือจริงชนิดที่ว่าต่อให้กินพิซซ่าสองถาดก่อนขึ้นเวทีก็ยังสวย เป็นนางงามที่เคลื่อนไหวแล้วดูดีมาก ระหง และสง่างามเป็นที่สุด Canada นางงามสายนางแบบอินเตอร์ที่แท้จริง พูดเลยว่าคนนี้คือสู้ตายแน่นอน ต่อให้เธอตีลังกาม้วนหน้าหกรอบบนเวทีก็ไม่ผิดสำหรับคนคนนี้ เวียดนามก็น่าสนใจ performance ดีมาก สูงสง่า และหลังๆเวียดนามได้รับความสนใจจากชาวโลกมากขึ้นด้วยความที่เป็นประเทศ Emerging Market ที่มีความเติบโตสูง เข้ารอบแน่นอน Brazil ก็สวยมาก รูปร่างดีมากประสบการณ์เหลือล้น อแมนด้าถ้าจะชนะต้องทำให้ได้ประมาณเปีย 2015 ที่ภาพรวมคู่แข่งมีแต่คนสวยและสูงสง่า นางงามที่ตัวเล็กอาจต้องใช้จริตนางงามมากหน่อยเพื่อจะได้ไม่จมหายบนเวที การสื่อสารทางสายตาและอารมณ์เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด เอาใจช่วยนะขอให้อแมนด้าผ่านเข้ารอบห้าคนสุดท้าย ถ้าสามารถผ่านเข้ารอบห้าคนได้ การตอบคำถามนี่แหละที่จะเป็นด่านหินของนางงามไทยซ้ำแล้วซ้ำอีก ส่วนตัวเชื่อว่าอแมนด้าเป็นคนที่เก่ง ฉลาดและมีความคิดที่ดีนะ แต่ยังขาดทักษะในการสื่อสารที่ดีพอ คือมันยังไม่มีความชัดเจนในตัวตน เวลาพูดยังไม่มี impressive word ที่จะดึงดูดให้คนหยุดฟังได้ นางงามจักรวาลยุคไอเอ็มจีต้องการคนที่มีความชัดเจนมาแล้ว ชัดเจนในความคิดที่ผ่านการกลั่นกรองมาอย่างดีจากประสบการณ์ชีวิต มีจุดมุ่งหมายที่ชัดเจนว่าอยากทำอะไรหรืออยากสื่อสารอะไรต่อชาวโลก ดูจาก speech จากเรื่องราวที่อแมนด้า(พยายาม)นำเสนอ ส่วนตัวยังมองว่ามันยังไม่ค่อยชัดเจนว่าจริงๆแล้วต้องการจะนำเสนออะไร อะไรที่เป็นเป็นประเด็นหลักกันแน่ แต่สิ่งหนึ่งที่สัมผัสได้ชัดเจนคือ อแมนด้าเป็นคนคิดบวก และมีทักษะการพูดและการเลือกใช้คำที่ประนีประนอม อันนี้ชัดเจนมากเช่น แม้แต่การพูดคุยอย่างไม่เป็นทางการในรายการหนึ่งที่มีคนพูดว่าการเป็นนางงามนั้นยาก ทำให้ถูกใจพ่อแม่ยังไม่ยากเท่าทำให้ถูกใจกะเทย อแมนด้าเลือกใช้คำว่า “ไม่เถียงเลย” แทนที่จะพูดว่าใช่เลย ถูกต้อง โดนใจมากแบบนางงามคนอื่นๆ แม้จะเป็นการพูดเล็กๆน้อยๆแบบไม่ได้ตั้งใจ แต่ก็สะท้อนตัวตนภายในได้ดี อแมนด้าเป็นคนที่เวลาพูดจะพูดอะไรที่กลางๆ รวมๆ ซึ่งอาจจะไม่โดนใจคนที่ชอบนางงามสายชัดเจนสายฟันธง ส่วนตัวสัมผัสได้ว่าอแมนด้าตัวตนจริงๆไม่ได้อยู่สุดขอบด้านใดด้านหนึ่งแต่อยู่กลางๆ(จริงๆก็กลางในทุกๆด้าน) แต่จริงๆกลางก็ไม่ผิดนะ ถ้ากลางอย่างชัดเจน กลางอย่างมีเหตุผล กลางอย่างสร้างสรรค์ และกลางอย่างมีทางออก เพราะในท้ายที่สุดไม่ว่าเรื่องใดๆเป็นไปไม่ได้หรอกที่ใครหรือฝ่ายใดจะได้ทุกอย่างหรืออยากให้ทุกอย่างเป็นไปตามที่ตัวเองต้องการ มันคือสัจธรรม ยิ่งในการตอบคำถามรอบสุดท้ายในบ้าน การพูดภายในเวลาที่จำกัด การพูดที่ต้องออกมาจากสิ่งที่อยู่ในสมองทันทียิ่งชัดเจนว่าอแมนด้าเป็นคนแบบนั้นแหละ เป็นคน positive เป็นคนให้โอกาส และเป็นคนมองอะไรในภาพรวมและเป็นคนประนีประนอม ในสังคมทุกวันนี้ ในยุคที่ social media เข้าถึงง่าย คนมีโอกาสที่จะแสดงความคิดเห็นในเรื่องต่างๆมากขึ้น แต่ก็ยังมีคนจำนวนไม่น้อยที่ยังแยก free speech กับ hate speech ไม่ออก การแสดงความเห็นไม่ว่าเรื่องใดๆถ้าเราแสดงความเห็นโดยใช้แต่อารมณ์เป็นตัวขับเคลื่อน คนจะยิ่งไม่รับฟังเนื้อหาที่เราอยากนำเสนอและจะยิ่งห่างไกลจากความเข้าใจมากยิ่งขึ้น แต่ถ้าเราแสดงความเห็นอย่างมีเหตุผล มีชั้นเชิง และมีทักษะในการเลือกใช้คำการสื่อสารที่หนักแน่นและมีเหตุผล คนก็จะรับฟังและเปิดใจมากขึ้น ซึ่งอแมนด้ามีทักษะนี้นะ แต่ต้องทำให้มันชัดเจนมากยิ่งขึ้น การพูดของอแมนด้า จริงๆถือว่าดี ดีในที่นี้คือดีในประเด็นหลักที่จะพูด แต่อแมนด้ายังขาดทักษะในการอธิบาย (ซึ่งตรงนี้คิดว่าอแมนด้าก็คงรู้ตัว) ทำให้คำตอบนั้นๆยังไม่โดนใจพอ การพูดอะไรก็ตามไม่สำคัญหรอกว่าเราจะมีความเห็นว่าอย่างไร แต่ต้องสื่อสารให้คนเชื่อและเข้าใจในเหตุผลที่เราต้องการจะสื่อจริงๆ เคยดูภาพยนตร์เรื่องหนึ่งที่พระเอกเป็นคนที่ไม่ค่อยชอบอธิบายอะไรเลย เป็นเหตุให้ต้องเลิกรากับคนรักคนแรก แต่สุดท้ายเขาก็ได้เรียนรู้ว่าเมื่อเราได้เจอคนที่อยากให้เป็นคนสุดท้ายของชีวิต เราจะอยากอธิบายทุกสิ่งทุกอย่างให้คนๆนั้นได้ฟัง สำหรับอแมนด้า ถ้าคิดว่านี่คือการประกวดครั้งสุดท้ายของชีวิต อแมนด้าจะอยากพูดอยากสื่อสารและอยากอธิบายทุกสิ่งทุกอย่างให้คนทั้งโลกได้ฟัง เช่นเดียวกัน....สำหรับมิสไทยแลนด์ถือเป็น timing ที่เหมาะสมที่สุดที่จะได้ครองมงกุฏที่สามเหมือนผลไม้ที่ใกล้สุกงอมเต็มที่ ภาพรวมนางงามไทยปีนี้สามารถคว้ามงกุฏได้ขึ้นอยู่กับว่าตัวนางงามจะสามารถดึงศักยภาพออกมาได้เต็มที่หรือไม่ แค่นั้น...
  8. ฟันธงคืนหมาหอน.... MUT2020:พรฟ้า ปุณิกา รองหนึ่ง: แพรว แพรวนิต รองสอง: อแมนด้า ชาลิสา ออบดัม Top5: วีณา ซามิน่า
  9. คำถามรอบ Top 5 MU ที่มิสไทยแลนด์ได้รับ มักจะวนเวียนตามมาให้เราได้คิด ทบทวน และตั้งคำถามกับตัวเองอยู่เสมอ security and privacy คือสิ่งที่เรายังขาดอยู่จริงๆสำหรับ MUT ปีนี้ Security ที่หละหลวมปล่อยให้คนที่ไม่เซนสัญญารักษาความลับของกองประกวดเข้าไปทำงานในกองอยู่ตั้งนานสองนานได้อย่างไร? Privacy ของ private messages ที่ควรจะจำกัดอยู่เฉพาะกลุ่มหลุดสู่สังคมโดยรวมได้อย่างไร? ทำให้ภาพลักษณ์การประกวดเหมือนจะดูดีในสายตาคนทั่วไปในตอนแรกกลับถูกฉุดให้ดูแย่ลง อย่างไรก็ตามภาพรวม MUT ปีนี้แม้จะดูเหมือนขึ้นรถไฟเหาะขึ้นๆลงๆใจหายใจคว่ำแต่ก็ชื่นชมในความตั้งใจของ TPN ที่พยายามจะนำเสนออะไรที่แปลกใหม่อยู่ตลอดเวลา แม้หลายอย่างยังต้องพัฒนากันต่อไปแต่การกล้าที่จะเปลี่ยนแปลงเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาของทุกสิ่ง MUT ปีนี้เลือกไม่ง่าย อย่างที่รู้ๆกันว่าแต่ละคนมีข้อดีข้อเสียต่างกันไป ปีนี้ไม่มีนางงามที่มีองค์ประกอบครบประเภท full package แบบ มารีญา ฟ้าใส ที่แฟนนางงามจะตั้งความหวังไว้ถึงมงที่สาม การจะเลือกใครต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วนว่าถ้ามงในบ้านแล้วจะต้องทำอะไรต่อ และเมื่อส่งไปเวทีแม่แล้วจะเป็นอย่างไร ก่อนอื่นขอแยกองค์ประกอบของความเป็นนางงามออกเป็นสามส่วนได้แก่ 1. Beauty queen qualification ได้แก่ ความสวย รูปร่าง stage performance และอินเนอร์ เรื่องความสวย รูปร่าง ถ้าผ่านมาถึง top 5 ได้มันก็ต้องมีทุกคนแหละ แต่ stage performance และอินเนอร์บางทีก็พูดยากนะ บางปีก็ทำให้เราเชื่อว่ามันพัฒนากันได้ไม่ยากเช่น 2016 แต่บางปีกลับทำให้เราเห็นว่าบางทีมันก็สร้างกันไม่ได้ง่ายๆภายในระยะเวลาอันสั้นเช่นปี 2018 เอาจริงๆทักษะนี้ทำมันให้คิดว่า “พรสรรค์” หรือความ “born to be” มันก็มีส่วนด้วยเหมือนกัน 2. Speech and communication skill ซึ่งก็คือ ทักษะการพูด การตอบคำถาม และความสารถในการสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษ เคยมีคนพูดว่าองค์ประกอบนี้พัฒนายากที่สุด ซึ่งก็จริง แต่ก็ไม่อยากให้คิดว่ามันพัฒนาไม่ได้ ไม่มีอะไรที่เกินความสามารถของมนุษย์หรอก ถ้าพยายามมากพอและถูกวิธี เรื่องภาษาเอาจริงๆอย่างที่เคยพูดว่าใครเริ่มก่อนย่อมได้ก่อน ตัวนางงามเองต้องกล้าที่จะใช้มันการพัฒนาถึงจะเกิดได้ ตรงไปตรงมา ส่วนการพูดการตอบคำถามจริงๆอยากให้มองว่ามันไม่ใช่ทักษะที่พิสดารหรือเป็นพลังพิเศษอะไร การที่เริ่มต้นคิดว่าฉันฉลาดไม่สู้คนอื่นหรือตอบคำถามไม่เก่งเท่าคนนั้นคนนี้ การคิดแบบนี้ก็คือแพ้ตั้งแต่แรก การที่คนเราจะพูดเก่งได้ย่อมต้องเคยผ่านการฟัง คิด อ่าน และเขียน มาอย่างมากพอ จนมีคลังความรู้ระดับหนึ่ง เกิดเป็นชุดความคิดและแนวคิดที่เป็นของตัวเอง และสามารถถ่ายทอดออกมาเป็นคำพูดที่น่าฟังและจับใจคนได้ ดังนั้นจึงต้องฝึกฝนทักษะดังกล่าวร่วมกันอย่างต่อเนื่อง 3. Charisma/เสน่ห์/X-factor/wow-factor แล้วแต่คนจะเรียก เออ อันนี้แหละที่ฝึกกันยากจริงๆ บางทีอาจจะไม่ได้เลยด้วยซ้ำ เพราะจริงๆมันไม่รู้ว่าคืออะไรกันแน่และไม่รู้จะสร้างขึ้นมาได้อย่างไร Top 5 ปีนี้ส่วนตัวมองว่า 4 ที่คือเดาไม่ยากได้แก่ 1. อแมนด้า คนนี้มีองค์ประกอบในสองข้อแรกค่อนข้างครบ แต่ข้อสามไม่แน่ใจ อย่างที่หลายๆคนบอกว่าอแมนด้าเหมือนขาดอะไรสักอย่าง ส่วนตัวก็คิดแบบนั้นมาตลอดนะ(ตั้งแต่ยกแรกเป็นต้นมา) เสน่ห์หรือคาริสมาที่หายไปของอแมนด้าส่วนตัวมองว่ามันอยู่ที่การพูดมากที่สุด อแมนด้าเป็นคนที่พูดอะไรแล้วจบแบบจบไปเลย เหมือนประตูที่เปิดเป็นช่วงๆแล้วปิดเลย ต้องรอว่าประตูจะเปิดอีกตอนไหน อารมณ์ประมาณวีณาปี 2018 แหละคือเวลาพูดแล้วคนฟังไม่รู้จะไปยังไงต่อ ลองวิเคราะห์ส่วนตัวดูสิ่งที่ขาดหายไปมันอาจจะเกี่ยวข้องกับ อารมณ์ขัน ความคิดสร้างสรรค์ หรือความแปลกใหม่ก็ได้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้มันไม่ได้มีกันทุกคน แต่ถ้าอแมนด้ามงก็ไม่ติดนะ น่าจะเป็นตัวแทนที่ดีคนนึงเลย แต่ถามว่าสนุกในการเชียร์ในการติดตามมั้ย ส่วนตัวคิดว่า “ได้อยู่” 2. แพรว แพรวนิต ถ้ามงขึ้นมาคนนี้คือสวยนำ กายภาพนำ ทะยานขึ้นแท่นตัวเต็งได้ทันทีและเข้ารอบลึกๆได้ไม่ยาก เข้ากองแม่แล้วสนุกแน่นอน เรื่องความคิด การพูดมีของ พัฒนาได้ แต่เรื่องภาษาไม่แน่ใจว่าน้องจะสามารถพัฒนาไปถึงจุดที่สื่อสารได้ในกองและมากพอที่จะทำให้สื่ออยากสัมภาษณ์อยากพูดคุยด้วยหรือไม่ ซึ่งภาพตรงนี้มันยังไม่ชัดเลยจริงๆ แต่ความที่ไม่สมบูรณ์พร้อมการที่มีอะไรให้ลุ้นให้ติดตามนี่แหละคือความสนุก 3. วีณา องค์ประกอบแรกถือว่าครบ ติดที่เรื่องหุ่นนิดนึง น้องเหมือนจะเป็นคนที่พอเวลาเครียดเวลาตั้งใจทำอะไรมากๆแล้วจะอวบขึ้น น้ำหนักขึ้น (คล้ายๆฟ้าใส) ซึ่งตรงกันข้ามกับบางคนที่พอเวลาเป็นอย่างนั้นแล้วจะผอมลง ถ้ามงต้องวางแผนเรื่องนี้ให้ดี อาจจะต้องลีนหุ่นให้ over ไว้หน่อยๆ(แบบน้ำตาลตอน kick-off) จุดแข็งของวีณาอีกอย่างคือพลังความรักจากผู้ที่สนับสนุน ส่วนเรื่องการพูดการตอบคำถามก็ยังเป็นจุดอ่อนของวีณา สิ่งที่ทำให้วีณายังขาดพลังในการพูดหรือพูดยังไม่จับใจพอส่วนตัวคิดว่า สิ่งที่น้องยังขาดคือ “ความเป็นผู้นำ” 4. พอลลี่ องค์ประกอบแรกหายห่วง ลอยลำ ถ้าเข้ากองแม่รับรองได้เลยว่าจะมีแต่คำว่า ฟาด ฟาด และฟาด เท่านั้น เรื่องภาษาถือว่าพอได้นะ สื่อสารได้เลย กล้าที่จะพูด คิดว่าถ้าเข้ากองแม่น่าจะไม่กลัวสื่อและสื่อก็ไม่กลัวที่จะเข้ามาคุยด้วย ส่วนเรื่องการพูดการตอบคำถามก็ยังเป็นปัญหาหลักของพอลลี่อยู่ โอกาสสุดท้ายที่จะมาถึงขอให้พอลลี่พูดทุกอย่างให้ออกมาจากก้นบึ้งของจิตใจ อย่าพูดเป็น pattern 5. คนที่ห้าสูสีมาก ได้แก่ ซินดี้ ซามิน่า เอมมี่ และ ควีน ซินดี้ จุดแข็งคือคาริสมาที่แรงมาก ควีน ข้อดีคือองค์ประกอบครบน่าลุ้นแม้ทุกองค์ประกอบยังต้องพัฒนาต่อทั้งสิ้นแม้กระทั่งความสวยแต่ก็เป็นคนที่ยังมีอะไรให้ค้นหาให้ทำความรู้จักอีกมาก เอมมี่ เด่นเรื่องภาษาและการพูด แต่เอาจริงๆยุคนี้เวทีแม่มีนางงามที่ได้ภาษาและพูดดีเยอะนะ คำว่าไม่จมหายไม่ตายละตินน่าจะใช้กับเอมมี่ไม่ได้ เพราะคาริสม่าที่ขาดหายไปอยู่ที่กายภาพ(ขออนุญาตพูดตรงๆ) ซามิน่า พลังเยอะมาก confidence สูงมาก amazing story และรอบพริลิมพิสูจน์แล้วว่าน้องคือคนที่ shine on stage สุดท้ายขอฟันธงตรงๆไปเลยว่าคนสุดท้ายที่จะเข้ารอบห้าคนคือ ซามิน่า เธอชนะเพราะแววตาคู่นั้นในรอบพริลิม แววตาแบบนั้นในบรรดา 29 คน มีเธอคนเดียวที่มี และขอฟันธงว่า MUT 2020 คือ พอลลี่ ปุณิกา กุลสุนทรรัตน์
  10. 5. พอลลี่ อย่างที่เคยบอกว่านี่คือนางงามคนแรกที่เชียร์ แม้เวลาจะผ่านไปเจ็ดปี แต่ยังอยู่ความทรงจำเสมอเหมือนรักครั้งแรกที่ไม่มีวันลืม เวลาเขียนถึงพอลลี่จะพยายามใช้มือซ้ายทั้งๆที่ถนัดขวาเพราะมือซ้ายมันใกล้หัวใจ (ผ่าม..พาม) ถามว่าแฟนนางงามมีอคติมั้ย เวลาเขียนถึงนางงาม…ตอบว่า มีแน่นอน แต่มันคือ ฉันทาคติ อคติเพราะรัก ถามว่าทำไมถึงรักพอลลี่ ทั้งๆที่ไม่ใช่นางงามที่สมบูรณ์แบบอะไร ก็เพราะความไม่สมบูรณ์แบบนี่แหละที่ทำให้เรารู้ว่ามนุษย์มีพลัง พลังที่จะสร้างสรรค์ พลังที่จะพัฒนาทุกอย่างให้ดีขึ้น ทั้งเพื่อตัวเองและเพื่อคนอื่น พอลลี่อาจจะไม่ได้มีอดีตที่สวยหรูอย่างที่คนคาดหวังอยากให้เป็น ในโลกใบนี้ที่มีผู้คนมากมาย แน่นอนว่าย่อมมีทั้งคนที่ชอบเราและไม่ชอบเรา มีคนที่เราชอบและไม่ชอบไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม แต่เราไม่สามารถแบ่งแยกโลกที่เราอยากให้เป็นออกจากโลกที่เป็นอยู่ได้หรอก เพราะโลกมันกลม ทุกอย่างที่เกิดขึ้นย่อมส่งผลกระทบกับอีกอย่างเสมอไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม จะดีกว่าไหมถ้าเราจะเปิดใจ ยอมรับ และให้โอกาสกันและกัน และครั้งนี้เป็นโอกาสสุดท้ายของพอลลี่ในเส้นทางนางงาม บนเวทีที่รักและศรัทธา เรามองเห็นความตั้งใจของพอลลี่อย่างเหลือล้น น้องเต็มที่กับทุกสิ่งทุกอย่างากจริงๆ จนบางทีรู้สึกว่ามันดูตั้งใจมากเกินไป อยากให้น้องผ่อนคลายกว่านี้ น้องพยายามจะเป็น Gabriela Isler เมืองไทย ซึ่งก็ได้อยู่นะ แต่ Gabriela เค้าเป๊ะแบบดูไม่ตั้งใจเหมือนเป๊ะโดยธรรมชาติมากกว่านี้ เรื่องเสต็ปเรื่องท่ายากต่างๆนานา ทุกคนทราบโดยประจักษ์แล้วล่ะว่าพอลลี่คือตัวแม่ ในรอบที่เหลือทั้งพรีลิมและวันจริงอยากเห็นพอลลี่สื่อสารกับคนดูด้วยอินเนอร์ที่หลากหลายขึ้น ไม่จำเป็นต้องฟาดต้องเฟียสตลอดเวลาก็ได้ ยกตัวอย่างให้เห็นภาพชัดก็เช่น เบลล่าปีที่แล้ว เบลล่าเป็นนางงามไทยที่ stage performance ดีที่สุดคนนึงเลยนะ เบลล่าเดินด้วยอินเนอร์ที่ต่างกันชัดเจนในรอบชุดว่ายน้ำและชุดราตรี ชุดว่ายน้ำคืออินเนอร์ strong sexy and confident ขณะที่ชุดราตรีจะเดินอีกแบบเลยนั่นคืออินเนอร์ของ happiness อยากเห็นการใช้อินเนอร์ที่หลากหลายของพอลลี่บ้าง เน้นการแสดงสีหน้าให้มากขึ้น เชื่อมั่นว่าพอลลี่จะเข้าสู่รอบตอบคำถามได้นะ สิ่งที่สำคัญในรอบนี้คือการรวบรวมสติให้อยู่กับตัวให้ได้มากที่สุด เวลาตอบคำถามให้เข้าประเด็นเลยหลีกเลี่ยงการใช้ถ้อยคำที่ฟุ่มเฟือยที่ไม่จำเป็น วิธีการลดความตื่นเต้นคือ ใครถามเราให้เราคิดว่าเรากำลังคุยกับคนนั้น ให้เราคิดว่าเรากำลังคุยกับ PK สองคน ไม่ต้องพะวงว่ามีสายตากรรมการ สายตาคนดูทั้งที่เชียร์เราและไม่เชียร์เรากำลังจ้องมองอยู่ ตอบทุกอย่างจากใจ เราไม่รู้หรอกว่าพอลลี่จะชนะหรือไม่ แต่ไม่เคยเสียใจที่ได้เชียร์ผู้หญิงคนนี้ I want to say that, I am so proud to love you and support you, always.
  11. 4. แพรว ขอสรุปสั้นๆเลยละกันจะได้ไม่ยาวมาก….แพรวเป็นคนมีองค์ มีเทพคุ้มครอง ตอนประกวด MTW ช่วงเก็บตัวแพรวก็ประมาณนี้แหละ เรื่อยๆมาเรียงๆ บางทีจมหายด้วยซ้ำ แต่พอวันจริงโดยเฉพาะรอบตอบคำถามอยู่ดีๆก็องค์ลง สติสตังมาจากไหนก็ไม่รู้ คำตอบรอบสามคนสุดท้ายพูดเลยว่าแทบไม่ห่างจากนิโคลลีนเท่าไหร่เลยอีกนิดเดียวจริงๆ วัน final MUT ถ้าแพรวองค์ลงพูดเลยว่าจะเป็นคนที่น่ากลัวที่สุดพร้อมปาดมงทุกคน พูดถึงแพรวก็อดไม่ได้ที่จะเทียบกับพอลลี่เพราะมาทางสายความสวย+กายภาพเหมือนกัน เรื่องการตอบคำถามแพรวเหนือกว่าพอลลี่นะเพราะเป็นคนที่มีชุดความคิดที่ดีและไหวพริบดี แต่เรื่องภาษาพอลลี่เหนือกว่าแพรวตรงที่พอลลี่เป็นคนกล้าพูดกล้าใช้ภาษาอังกฤษมากกว่า เราเห็นพอลลี่พยายามใช้ภาษาอังกฤษมาตลอด เช่น เวลา live สดคุยกับแฟนนางงามต่างชาติหรือกับเพื่อนนางงามด้วยกัน จริงๆเคยเห็นพอลลี่เริ่มฝึกพูดตั้งแต่ปี 2013 แล้วล่ะตอนไปประกวด miss Earth มีแฟนนางงามต่างชาติมาสัมภาษณ์ประมาณว่าจะช่วยเหลือผู้คนที่ประสบอุทกภัยที่ฟิลิปปินส์อย่างไร ตอนนั้นพอลลี่พยายามใช้ภาษาอังกฤษโดยไม่กลัว ยังจำได้พอลลี่พูดว่า “I do everything that I can do” แม้จะเป็นคำพื้นๆบ้านๆแต่การที่เรากล้าที่จะพูดกล้าที่จะสื่อสารก็ถือว่าชนะไปหนึ่งก้าวแล้ว และการเริ่มก่อนย่อมได้เปรียบเสมอ ซึ่งยังไม่เห็นตรงนี้จากแพรว เหมือนแพรวยังไม่ค่อยกล้าพูด ยังมีกำแพงเรื่องนี้อยู่ ถามว่าในรอบห้องดำแพรวจะโดนถามภาษาอังกฤษมั้ย….โดนแน่นอน เรื่อง performance บนเวทีไม่ห่วงเท่าไหร่ แต่อยากให้แพรวเน้นโชว์หน้าให้มากขึ้น ยิ้มให้สุดและทิ้งจังหวะการยิ้มให้นานขึ้นอีกนิด เพราะเป็นคนหน้าสวย ยิ้มสวยมาก ใช้ให้เป็นประโยชน์ ลองดูเปอร์โตริโก้ 2018 รอบชุดราตรีเป็นแนวทางก็ได้ จังหวะการยิ้มตอนหยุดโพสสวยงามตราตรึงมาก และน่าจะเรียกคะแนนได้มากอยู่
×
×
  • Create New...