Jump to content

กานกิ

Members
  • Posts

    3,710
  • Joined

  • Last visited

  • Days Won

    1

กานกิ last won the day on January 22 2018

กานกิ had the most liked content!

Profile Information

  • Gender
    Not Telling

Recent Profile Visitors

6,642 profile views

กานกิ's Achievements

Apprentice

Apprentice (3/14)

  • Very Popular Rare
  • Conversation Starter Rare
  • First Post Rare
  • Collaborator Rare
  • Posting Machine Rare

Recent Badges

609

Reputation

  1. 4. Perpetua เป็นคนที่สวยที่สุดในปีนี้ หน้าตาผิวพรรณ ส่วนสูง รูปร่างได้หมด เรื่องการพูดการตอบคำถามก็ดี ส่วนเรื่องที่พูดภาษาไทยแทบไม่ได้เลยและหนักกว่าทารีน่าอีก ส่วนตัวคิดว่าไม่มีผลต่อการประกวดนะ เพราะ TPN ไม่ได้กำหนดไว้ในคุณสมบัติของผู้เข้าสมัครว่าจะต้องพูดและใช้ภาษาไทยให้อยู่ในระดับที่สื่อสารได้ตั้งแต่แรก ดังนั้นจะเอาประเด็นนี้มาเป็นจุดหักคะแนนไม่ได้เลย แม้ส่วนตัวจะมองว่ามิสไทยแลนด์ควรสื่อสารภาษาไทยได้แต่เมื่อกฎกติกามันเป็นแบบนี้ก็ต้องแฟร์เกมส์ ถ้า TPN มองว่าเรื่องภาษาไทยสำคัญปีหน้าก็ต้องระบุลงไปในคุณสมบัติของผู้เขาประกวดเลยเป็นการบังคับนางงามกลายๆแล้วนางงามจะดิ้นรนขวนขวายเอง บางทีมันก็ต้องคิดนะว่าการเปิดกว้างกับการหละหลวมมันมีแค่เส้นบางๆคั่นไว้ ส่วนเรื่อง performance เราต้องคิดใหม่ก่อนว่าการที่นางแบบผันตัวมาเป็นนางงามไม่ได้แปลว่าจะเดินได้ดีในบริบทของนางงาม เพราะมันต่างกัน การเดินของเปปปี้ คนอาจจะมองว่ามันดูเยอะเกินไป แต่ส่วนตัวมองว่าปัญหามันไม่ได้อยู่ที่ว่าจะเดินแบบไหนแสดงออกมาในลักษณะใดมากหรือน้อยแค่ไหน แต่ขอให้มันจริง จริงในที่นี้หมายความว่าต้องแสดงออกมาจากความรู้สึกจริงๆไม่ใช่คิดเอาว่าจะทำอะไรตอนไหนอย่างไรเป็นจังหวะหนึ่งสองสามอย่างที่น้องทำ เรื่องเหล่านี้แก้ไขไม่ยากหรอกเชื่อว่านางงามรุ่นพี่จะปรับให้ได้ คำแนะนำสำหรับนางงามที่ไม่ได้ภาษาไทยเลยแบบเปปปี้คือ ต้องศึกษาค้นคว้าหาข้อมูลเกี่ยวกับประเทศไทยให้มาก ทั้งเรื่องประวิติศาสตร์ สังคม เศรษฐกิจ และการเมือง แม้จะพูดภาษาไทยไม่ได้แต่ถ้าเข้าใจในเรื่องพวกนี้ก็สามารถยอมรับว่าเป็นมิสไทยแลนด์ได้ ปล ชื่อน้องจำยากมากกก สำหรับคนไทยคือมันไม่มีคำนี้อยู่ในหน่วยความจำในสมองคนไทยเลยอ่ะ เลยเรียกถุกเรียกผิดตลอด ถ้ามงขึ้นมาจริงๆควรหาชื่อภาษาไทยมาเป็นชื่อกลางหรืออะไรนะ เช่นอย่างที่ ฟาริด้า หรือ วัลเนช่า ทำนะ [U1]
  2. 3. ฟ้า “I’ve fought and won depression and a heart surgery there is always a new beginning. Now it’s time for me to stand up for empathy and dreams.” จั่วหัว story มาแบบนี้เห็นแล้วคือสะดุดตาเลย ฟ้าเป็นนางงามหน้าใหม่ที่ยังไม่มีใครเคยรู้จักแต่เห็นแล้วอยากรู้จัก ฟ้ามีความ natural สูงมาก มีโปรไฟล์ที่ดีเลิศ ทำให้นึกถึงเสน่ห์ของนางงามยุคคุณแดง เป็นคนที่แตกต่างและฉีกออกไปจากคู่แข่งคนอื่นๆอย่างชัดเจน มีความสามารถที่ไม่ธรรมดา น้องทำงานศิลปะในรูปแบบของ NFT บางส่วนทำเพื่อการกุศล เรื่อง NFT เป็นเรื่องใหม่ที่คนไทยยังไม่รู้จักมากนักการที่น้องนำเรื่องนี้มานำเสนอถือว่าเป็นช่วงเวลาและจังหวะที่ดีมาก ยังมีคนอีกมากมายที่ยังไม่เข้าใจในสินทรัพย์ดิจิตอล ไม่ว่าจะเป็น Bitcoin, Altcoin, Defi, NFT, หรือแม้แต่ CBDC บางคนยังมองว่าเป็นเรื่องไร้สาระ แต่เชื่อเถอะสิ่งเหล่านี้นับวันจะเข้ามาอยู่ในชีวิตประจำวันอยู่รอบตัวเรามากขึ้น จำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องทำความเข้าใจและก้าวตามให้ทันเทคโนโลยีนี้ ฟ้าเป็นนางงามที่ไม่ได้มาเพื่อนำเสนอแค่ความงาม แต่น้องมีอะไรหลายๆอย่างที่จะมาสร้าง “productivity” ให้กับวงการนางงาม มีคำกล่าวจากนักลงทุนสายอนุรักษ์นิยมชื่อดังเคยพูดว่า บิทคอยน์และสินทรัพย์ดิจิตอลไม่ได้สร้าง productivity ใดๆให้กับมนุษยชาติ ส่วนตัวมองว่าไม่จริงนะ ฟ้า โอสถานนท์ เป็นนางงามที่น่าสนใจและน่าติดตามที่สุดในปีนี้ และเป็นนางงามที่มี potential ที่สามารถคว้ามงกุฎได้
  3. 2. แอนนา แอนนาเป็นคนสวยที่มองแล้วสวยเลย หน้าตามีเสน่ห์มากเป็นสาวไทยที่หวานและคมมีกลิ่นอายของฝรั่งจางๆ อารมณ์ประมาณน้ำตาล มาพร้อมกับรูปร่างที่ดีและส่วนสูงกำลังดี นอกจากความสวยยังมีเรื่องราวในชีวิตที่น่าสนใจและเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้อื่นได้ แอนนาเป็นคนที่พูดจาน่าฟังมาก มีความหนักแน่นในทุกคำพูด เวลาพูดสายตาดูมีพลังบ่งบอกถึงความมุ่งมั่นและความเชื่อมั่นในตัวเอง เป็นคุณสมบัติที่มิสยูนิเวิร์สพึงมี เป็นนางงามที่ครบมากคนนึงและน่าติดตามมาก
  4. 1. พิชาภา นิโคลลีนเป็นนางงามที่มีองค์ประกอบครบทั้งสองด้านคือเป็นนางงาม type AB ที่ค่อนมาทาง A มากกว่า B หน่อย เรื่องความรู้ ความคิด การพูดการตอบคำถาม คือดีที่สุดนับตั้งแต่พี่ปุ๋ยเป็นต้นมา เป็นคนที่มีความรู้รอบตัวเยอะมาก นางงามบางคนอาจจะพูดดีเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับตัวเองหรือเรื่องที่ตัวเองสนใจ แต่นิโคลลีนสามารถตอบได้ทุกประเด็นไม่ว่าจะเป็นเรื่องภายในประเทศ หรือระดับ global ส่วนเรื่องความสวยมากสวยน้อย คิดว่าคนที่เชียร์นิโคลมองข้ามเรื่องนี้ไปแล้วล่ะ เพราะนิโคลมีข้อดีอื่นๆที่ชดเชยได้หมด นิโคลลีนได้สร้างแบรนด์ของตัวเองที่คนซื้อแล้ว ในเรื่อง performance ย้อนกลับไปดูผลงานตอน MUT2018 นิโคลเป็นคนมีพื้นฐานที่ดีอยู่แล้ว ส่วนตัวติดนิดนึงเรื่องการเดินและการแสดงออกของนิโคลยังดูเป็น pattern ไปหน่อย เหมือนคิดมาแล้วว่าจะต้องทำอะไรเป็น step 1 2 3 ถ้าเพิ่มความเป็นธรรมชาติ ความไหลลื่น และการแสดงออกของอารมณ์ที่เกิดขึ้น ณ ขณะนั้น มันจะดีมากขึ้น ซึ่งเรื่องพวกนี้แก้ไขได้ไม่ยากเลยเชื่อว่าการฝึกฝนช่วงเก็บตัวจะทำให้ performance ของนิโคลพัฒนาจากระดับดีเป็นดีมากได้ เรื่องการตอบคำถาม นิโคลเป็นคนที่ตอบคำถามดีมาก แต่การการตอบคำถามของนิโคลส่วนมากก็ยังอยู่ในบริบทอยู่ในขนบของนางงาม คือเป็นคำตอบที่นางงามมักจะตอบแบบนี้แหละแต่ก็ดีมาก มันจะมีการตอบคำถามของนางงามบางลักษณะที่ฉีกออกไป ที่ฟังแล้วว้าว แบบที่คนคาดไม่ถึง เช่นคำตอบของ บรู้ค ลี นาตาลี หรือแม้แต่นุ๊กในปี 2018 ดังนั้นส่วนตัวไม่ได้คิดว่าถ้านิโคลจับไมค์แล้วจะปิดจ๊อบ เพราะยังมีคนอื่นๆที่ตอบคำถามดีมากเหมือนกัน ต้องลุ้นที่หน้างาน
  5. เข้าสู่ฤดูกาลแห่งการประกวดอีกครั้ง มงกุฎที่สามยังคงเป็นความหวังสูงสุดของแฟนนางงามและ TPN ในระยะหลังๆมิสไทยแลนด์ได้เข้าใกล้มงกุฎมากขึ้น เข้ารอบเกือบทุกปี แต่ก็ยังไม่สามารถคว้ามงกุฎได้หรือแม้แต่รองนางงามจักรวาลก็ยังไม่ได้ เป็นโจทย์ที่ยังแก้ไม่ได้สักที เพราะอะไร? ส่วนตัวเป็นแค่คนดูนางงามคนนึงเท่านั้น จากการที่ดูนางงามมามากกว่ายี่สิบปี พอจะเห็นข้อสังเกตบางอย่างเกี่ยวกับนางงามไทยที่น่าสนใจ กล่าวคือ นางงามไทยหลายๆคนมีทักษะทางความคิด มี speech และการตอบคำถามที่ดีมาก แต่มักจะอ่อนในเรื่องจริตอินเนอร์ และ performance ทำให้พลาดโอกาสในการเข้ารอบหรือเข้ารอบลึกไปอย่างน่าเสียดายเช่นกัน เช่น ลิต้า ปี 2013 นิ้ง ปี 2018 (ถ้านิ้งมี performance ที่ดีกว่านี้เชื่อว่าถ้าเข้ารอบห้าคนจะสามารถผ่านเข้ารอบสามคนได้ด้วยการตอบคำถาม) และล่าสุด แอนชิลี ปี 2021 ส่วนตัวขอเรียกนางงามเหล่านี้ว่า นางงาม type A นางงามไทยหลายๆคนมีจริตอินเนอร์และ performance ที่ดี มักจะไม่ได้เก่งเรื่อง speech และการตอบคำถาม ตัวอย่างที่ชัดที่สุดเช่น น้ำตาล ปี 2016 หรือจริงๆไม่ต้องคิดเยอะในยุค TPN รองสองทุกปีมักจะเป็นนางงาม type นี้ นับตั้งแต่ เบลล่า พอลลี่ และ มด นันทิยา นางงาม type นี้มักจะเป็นที่ชื่นชอบของแฟนนางงามแต่ก็พลาดโอกาสไปอย่างน่าเสียดายทั้งเวทีในบ้าน และเวที MU ส่วนตัวขอเรียกนางงามเหล่านี้ว่า นางงาม type B แฟนนางงามเองก็มีจริตการเชียร์นางงามที่แตกต่างกัน บ้างชอบนางงาม type A บ้างชอบนางงาม type B ไม่มีถูกผิด และไม่ต้องเถียงกัน เพราะทั้งนางงาม type A และ นางงาม type B มีโอกาสตกรอบแรกด้วยกันทั้งคู่ ไม่ว่าจะเป็นนางงามไทยหรือนางงามต่างชาติ ตัวอย่างมีให้เห็นเยอะ เพราะคำว่านางงามจักรวาล ไม่ว่าจะยุคทรั้มป์ หรือยุคไอเอ็มจี จำเป็นต้องมีคุณสมบัติทั้งสองด้าน ทั้งจริตอินเนอร์ performance และทักษะการพูดการตอบคำถามที่ดี นั้นคือมีทั้งคุณสมบัติของนางงาม type A และ type B ส่วนตัวขอเรียกนางงามเหล่านี้ว่า นางงาม type AB Type AB มันมีให้เห็นโดยประจักษ์ หรือจะเรียกว่านางงาม full package ก็ได้ เช่น ปี 2017 และ 2019 และแน่นอนว่าทั้งสองปีทำผลงานได้ดีที่สุดและเข้าใกล้มงกุฎมากที่สุด ตรงไปตรงมา แต่ทว่าในชีวิตจริง นางงาม type AB ไม่ได้มีทุกปี บางปีเราอาจจได้ตัวแทนที่เป็นนางงาม type A หรือ type B ความน่าสนใจคือทำอย่างไรที่จะทำให้นางงาม type A หรือ type B สามารถ transform เป็นนางงาม type AB ที่สมบูรณ์แบบได้ ส่วนตัวได้นั่งคิด วิเคราะห์ แยกแยะอยู่นาน จึงได้ข้อสรุปว่าเหตุใดนางงามที่ performance ดีมัก speech ไม่ดี และเหตุใดนางงามที่ speech ดี มักจะ performance ไม่ดี อาจเป็นเพราะในชีวิตจริง ในสังคมไทย คนที่เรียนดีเรียนเก่ง และคนที่โดดเด่นในเรื่องกิจกรรมและกล้าแสดงออก มักจะไม่ใช่คนๆเดียวกันตั้งแต่แรกอยู่แล้ว สังคมไทยเหมือนวางมาตรฐานไว้ว่าเด็กที่ดีต้องตั้งใจเรียนเป็นหลัก แบ่งแยกเด็กเรียนกับเด็กกิจกรรมออกจากกัน และไม่ส่งเสริมให้เด็กไทยได้ทำกิจกรรมอื่นๆนอกเหนือจากหลักสูตรการเรียน ไม่ส่งเสริมให้เด็กไทยให้ทำงานระหว่างเรียน และไม่ส่งเสริมให้เด็กไทยได้ใช้ชีวิตในแบบที่วัยรุ่นควรจะเป็น ได้ลองผิด ลองถูกและเลือกทางเดินชีวิตด้วยตัวเอง ยกตัวอย่างให้เห็นภาพชัดยิ่งขึ้น นางงาม type A ทำกิจกรรมเสร็จอาจจะมีพ่อแม่ขับรถมารับและห้ามกลับเกินเวลา นางงาม type A แทบจะไม่ได้ไปท่องเที่ยวยามราตรี หรือถ้าไปก็จะมีกฎเกณฑ์เรื่องเวลา ห้ามกลับเกินห้าทุ่ม นางงาม type A ไม่รู้หรอกว่า after midnight life นั้น เป็นอย่างไร นางงาม type A มักจะมีต้นทุนชีวิตที่ดีกว่าคนอื่น ไม่รู้หรอกว่าความลำบากของชีวิตนั้น เป็นอย่างไร นางงาม type A มักจะมีชีวิตที่เป็นสุข ไม่รู้หรอกว่าชีวิตที่เต็มไปด้วยอุปสรรคและความยากลำบากนั้นเป็นเช่นไร และถ้าเจอกับสิ่งนั้นจะก้าวข้ามผ่านมันไปได้อย่างไร นางงาม type A มักจะขาดทักษะในการแสดงออกทางอารมณ์ แม้เวลาพูดจะดูมาดมั่นและมั่นใจ แต่เมื่อต้องโชว์ stage performance บนเวที นางงาม type นี้กลับมีลักษณะที่คล้ายกันนั่นคือ ยิ้มแหยๆ และแววตาตื่นกลัว ซึ่งเป็นสิ่งต้องห้ามสำหรับ confidently beautiful หรือ beautifully confident ซึ่งเป็นบริบทชอง MU ขณะที่นางงาม type B ด้วยความที่ชีวิตจะไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ชีวิตมีอะไรที่ต้องฝ่าฟันมากมาย ผ่านร้อน ผ่านหนาว สุข ทุกข์ จึงผ่านประสบการณ์ชีวิตด้วยอารมณ์ที่หลากหลาย คิดว่าเพราะสิ่งนี้แหละที่ทำให้นางงาม type A สามารถถ่ายทอดอารมณ์ต่างๆออกมาได้ดี มีจริตอินเนอร์ที่ดี มี performance และการแสดงออกที่ดีบนเวที เพราะมันเป็นเรื่องของ “อารมณ์” คำถามต่อไปคือ ทำอย่างไรนางงาม type A ที่มีสปีชที่ดี จึงจะสามารถพัฒนาตัวเองให้เป็นนางงามที่มีจริตอินเนอร์และ performance ที่ดีได้ และทำอย่างไรนางงาม type B ที่มี performance ดีจะพัฒนาตัวเองเป้นนางงามที่พูดและตอบคำถามดีด้วยได้ ส่วนตัวมองว่าทักษะการพูดและตอบคำถามนั้นฝึกยากกว่าเพราะมันเทรนกันยาก ตัวนางงามต้องมีความฝักไฝ่ในการอ่าน การติดตามข่าวสาร และมีกระบวนการคิดรวบยอดด้วยตัวเอง ส่วนในเรื่องของ performance เอาจริงๆมันก็ไม่ได้สร้างกันได้ง่ายๆเช่นเดียวกัน นางงามบางคนฝึกให้ตายมันก็ไม่ได้ เป็นเพราะอะไร? มันมีคำพูดนึงของพี่เต๋า ทีวีพูล ที่ฟังแล้วรู้สึก click มาก คือนั่นไงใช่เลย พี่เต๋าเคยพูดในรายการนึงว่า “การเดินของนางงามนั้นคือการเดินกึ่งการเต้น” ฟังแล้วก็รู้สึกว่ามันใช่นะ การเดินของนางงามต่างจากนางแบบ นางแบบไม่ต้องแสดงสีหน้าและอารมณ์ ขณะที่นางงามต้องทั้งเดินและต้องแสดงสีหน้าและอารมณ์ไปพร้อมๆกัน การเดินแบบมักจะใช้เพลงบรรเลง เพลงที่ไม่ใช่เพลงดังหรือเพลงป้อป แค่ใช้จังหวะดนตรีเป็นพื้นเท่านั้น แต่เพลงที่ใช้ให้นางงามเดินมักจะเป็นเพลงที่คนรู้จัก และใส่มาทั้งเนื้อร้องและดนตรี จำเป็นที่นางงามจะต้องเดินให้เข้าจังหวะ และมีอารมณ์ร่วมกับเพลงนั้นๆ ซึ่งเพลงส่วนมากที่ใช้มักจะมีเนื้อร้องและทำนองที่รู้สึก proud รู้สึกฮึกเหิม (ไม่มีใครเอาเพลงเศร้ามาเปิดให้นางงามเดิน) การที่นางงามจะเดินได้ดีนั้น นอกจากจะต้องมีทักษะพื้นฐานในการเดินที่ดี จับจังหวะเพลงได้เพื่อเดินให้เข้ากับจังหวะ ยังต้องมีความสามารถในการถ่ายทอดอารมณ์ให้ถึงคนดู กล้าที่จะแสดงสีหน้า แววตา และภาษากาย สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ต้องเปิดใจ ไม่เขินอายตัวเอง enjoy กับสิ่งที่ทำ และปลดปล่อยอารมณ์ที่อยู่ข้างใน ให้พุ่งถึงคนดู ขอยกตัวอย่างน้ำตาล ชลิตา เรื่องแววตาตื่นกลัว ยิ้มแหยๆ ในช่วงแรกนี่มาเต็มนะ แต่ในที่สุดน้ำตาลก็เหมือนปลดล้อคตัวเองได้ ส่วนตัวมองว่าไม่ใช่เพราะว่าไปเทรนกับใคร หรือฝึกหนักแค่ไหนเพียงเท่านั้น แต่เพราะตัวนางงามมีเชื้อไฟอยู่ข้างในอยู่แล้ว เพราะน้ำตาลเป็นนางงาม type B ที่ชัดเจนมาก แต่ไม่ว่าคุณจะเป็นนางงาม type ไหน ก็สามารถเติมเต็มในส่วนที่ขาดได้ ถ้าคุณมีความตั้งใจและเข้าใจในสิ่งที่ทำ อย่างแท้จริง… ข้อเสนอแนะในการประกวดปีนี้ เอาจริงๆ TPN วางรูปแบบการประกวดที่น่าสนใจอยู่แล้วล่ะ ปีนี้น่าจมีอะไรให้ดูเยอะ และเข้าใจว่าจะเน้นเรื่อง stage performance ให้มากขึ้นเพื่อแก้ไขข้อผิดพลาดจากปีที่แล้ว ยิ่งปีนี้ได้นางงามรุ่นพี่ที่ความสามารถโดดเด่นทั้งสามคนมาช่วยด้วยคาดหวังว่า final show ปีนี้ต้องออกมาดีมากแน่นอน สิ่งที่อยากจะแนะนำเป็นการส่วนตัวคือในเรื่องของเพลงและนักร้องที่จะมาแสดงในวัน final ปีนี้อยากให้เป็นนักร้องชายบ้าง เพราะใช้นักร้องหญิงมาหลายปีแล้ว นักร้องชายในที่นี้หมายถึงนักร้องชายที่ออกแนวผู้ชายมากๆ (ไม่ใช่แบบ นักร้องคู่จิ้นแบบปี 2020) อาจจะเป็นนักร้องวงร็อคไปเลยอย่าง ซิลลี่ ฟูล หรือ บิ๊กแอส อะไรทำนองนั้น ส่วนตัวมองว่านักร้องชายมันแก้เลี่ยนในการประกวดที่มีแต่เรื่องของเพื่อนหญิงพลังหญิงและ LGBT ได้ ทั้งยังเป็นการขยายฐานคนดู แฟนคลับ ไปในวงกว้างมากกว่าจะเป็นในกลุ่มของผู้หญิงและ LGBT ด้วย โชว์ในการประกวดนางงามจักรวาลในปีที่ตรงตรึง น่าจดจำและเป็นตำนานอย่างเช่นรอบชุดราตรี ปี 2006 หรือ final look ปี 2014 หรือ ปี 2018 สังเกตสิ นักร้องเป็นผู้ชายทั้งนั้น เชื่อเถอะไม่มีอะไรที่จะดึงจริตอินเนอร์และเสน่ห์ของผู้หญิงออกมาได้ดีเท่าผู้ชายหรอก ปีนี้มีผู้เข้าประกวดที่น่าสนใจมาก แต่ละคนมีความหลากหลาย มีข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกัน แต่คนที่น่าสนใจที่สุดในความเห็นส่วนตัวมีสี่คนดังนี้.....
  6. Oh my god! เพิ่งมีโอกาสได้ดูรอบพริลิมจริงจัง ต้องรีบบอกแอนชิลีก่อนที่จะไม่มีโอกาสได้บอก ปัญหาที่แอนชิลีต้องแก้ตอนนี้ไม่ใช่ความมั่นใจหรือไม่มั่นใจบนเวที ไม่ใช่ความกังวลหรือความประหม่าใดๆ ไม่ใช่เพราะแอนชิลีไม่มีวินัยหรือไม่ฝึกซ้อม แต่มันเกิดจากการที่แอนชิลีติดกับดักกับคำว่า practice อยู่ ทุกๆอย่างที่แสดงให้เห็นบนเวทีมันชัดเจนว่าแอนชิลีฝึกฝนมาหนักมาก มากๆ แอนชิลีกำลังพยายามเป็นในสิ่งที่คนคาดหวัง แบกความคาดหวังของผู้คนอยู่ มันหนักมากและกำลังบีบรัดความเป็นตัวเองไม่ให้ฉายแสงออกมา การเดินของนางงามบนเวทีมันไม่ใช่การ practice แต่คือการปลดปล่อยความรู้สึกและตัวตนของเราออกมา ให้ถึงคนดู ทั้งรอบชุดว่ายน้ำและชุดราตรีสิ่งที่แสดงออกมามันดูเป็นจังหวะและจัดวางไปหมด มันดูออกว่าคิดมาแล้วว่าจะทำอะไรตอนไหนโดยเฉพาะจังหวะยิ้ม จังหวะโพส การแสดงสีหน้า แววตา หรือแม้แต่การหุบปากเผยอปาก มันดูออกว่านี่คือกำลังแสดงสิ่งที่ practice มาอยู่ ซึ่งมันออกมาดูแล้วไม่ fluent และไม่เป็นธรรมชาติ ในวันจริง แอนชิลีต้องปลดล็อค และปลดเปลื้องพันธนาการทั้งหลายออกไปให้หมด ***การที่นางงามจะโชนแสงบนเวทีได้ทุกอย่างมันต้องออกมาจากความรู้สึกจริงๆ ณ ขณะนั้นจริงๆ ไม่ใช่เพราะฝึกซ้อมมาว่าจะต้องทำแบบนั้นแบบนี้ และอย่าพยายามเป็นในสิ่งที่คนอื่นอยากเห็น แต่จงเป็นในสิ่งที่ตัวเราอยากให้คนอื่นเห็น***
  7. ลุคนี้สวยมากนะ เหมือน Denyse Floreano นางงามเวเนซุเอลา ปี 1995 ทรงหน้า ตา คิ้ว จมูก รูปร่าง ใช่เลย ชอบมาก อย่างที่เคยบอก แอนชิลี สวยคลาสสิก เหมือนนางงามละตินเกรด A ยุค 90
  8. องค์ประกอบของการตอบคำถามมีสองอย่างคือ ความรู้ และความคิดเห็น แน่นอนว่าเราไม่สามารถแสดงความคิดเห็นในสิ่งที่เราไม่รู้ได้ แต่คนเราก็ไม่ได้รู้ทุกสิ่งทุกอย่าง ส่วนตัวชอบที่แอนไม่ลงรายละเอียดข้อมูล climate change ในเชิงวิทยาศาสตร์อะไรให้เสียเวลา แค่ยกคำว่า empirical evidence มาคำเดียวจบ แล้วเน้นในเชิงสังคมที่แอนเรียนมา ในคำตอบมีข้อความที่เป็นไม้เด็ดคือเปรียบเทียบว่าถ้าคุณวางกลางก็แปลว่าคุณอยู่อีกฝ่ายนั่นแหละ การตระหนักรู้เกี่ยวกับ climate change ก็เช่นกันถ้าคุณเพิกเฉยก็แสดงว่าคุณกำลังปล่อยให้โลกเดินทางสู่ความวิบัติ ซึ่งตรงนี้ทำได้ดีมาก อย่างที่บอกว่าในการตอบคำถามเราไม่จำเป็นต้องพยายามตอบในส่วนที่เราไม่ได้รู้ลึกซึ้ง แต่สามารถแสดงความเห็นในมุมที่เรามีความรู้ได้ ถึงแม้ว่าปีนี้จะชัดเจนว่า MUO ชูประเด็น climate change แต่ส่วนตัวมองว่าไม่จำเป็นเลยที่กองไทยจะต้องผุดโครงการหรือแคมเปญใดๆที่เกี่ยวของกับ climate change ขึ้นมา แค่ศึกษาหาข้อมูลและคำศัพท์ที่เกี่ยวข้องไว้เพื่อให้สามารถตอบคำถามได้ก็พอ ส่วน story ที่จะนำเสนอก็ใช้ Real size beauty ที่แอนต้องการจะนำเสนอจริงๆตั้งแต่แรกนั่นแหละ ส่วนอินเดียก็ตอบดี มุ่งเน้นการเปรียบเปรยต่างๆนานาโน้มน้าวให้คนฟังคล้อยตาม แต่ฟังๆไปมันก็มีความพริตตี้ พีอาร์ พิธีกร อยู่ในนั้นนะ ยิ่งประโยคสุดท้าย start now from tonight อะไรเนี่ย ใช่เลย ด้วยความที่เป็นดารานักแสดงด้วยมั้งเลยพูดออกมาลักษณะนั้น ก็แล้วแต่กรรมการแล้วล่ะว่าจะชอบแบบไหน คำตอบของอินเดียทำให้นึกถึงคำตอบของจาไมก้า 2014 และล่าสุดก็เปรู 2020 อารมณ์เดียวกันเลย ฟังเผินๆเหมือนจะดีมากแต่เนื้อในก็ไม่ได้มีอะไรเท่าไหร่
  9. 5. ทารีน่า ทารีน่า ทราบมาเหมือนกันว่าทารีน่าเป็นนางงามที่มีคนรัก มีคนชอบ และให้การสนับสนุนมากมาย ส่วนตัวก็เป็นหนึ่งในนั้น ถ้าจะถามหาเหตุผลว่าทำไมเราถึงชอบใครบางทีมันก็ตอบยาก... เสน่ห์ของทารีน่าคืออะไร? มันคือการรวมกันของทุกๆอย่างในตัวตนของน้องและชีวิตของน้อง ในส่วนของหน้าตาส่วนตัวมองว่าทารีน่าสวย สวยมาโดยตลอด หน้าตาน้องมีความน่าค้นหา บางทีก็เกิดความฉงนสนเท่ห์เมื่อได้มอง ทราบว่าน้องเป็นลูกครึ่งไทย-แอฟริกัน(เชื้อสายฝรั่ง) แต่พอมองหน้าแล้วกลับดูไปทาง Polynesian เหมือนสาวชาวเกาะ เหมือนมิสฮาวายที่มีเชื้อสายฝรั่งจางๆ อารมณ์ประมาณ บรู้ค ลี หรือพี่ปุ๋ย ภรทิพย์ ที่หน้าตาออกมาทางเอเชียปนฝรั่งจางๆ ซึ่งเป็นนางงามที่ส่วนตัวมองว่าสวยมากเช่นกัน มันดูแล้วไม่เบื่อ ดูแล้วอยากดูอีก ถามว่าดูเพื่อหาความสวยหรือ…ใช่…คนเรามันไม่จำเป็นต้องสวยไปทุกมุมหรอก มีมุมสวยบ้าง ไม่สวยบ้าง มีโมเม้นต์ที่ดูแล้วน่าเอ็นดูชวนให้ยิ้มตามบ้าง นี่แหละมันคืออรรถรส เหมือนชีวิตคนที่ไม่ว่าจะเป็นใครจะจนจะรวยแค่ไหน ไม่มีทางที่ทุกวันจะเป็นวันที่มีแต่สุข หรือ ทุกข์ ชีวิตทุกชีวิตย่อมมีทุกข์ มีสุข มีวันที่ดีวันที่แย่บ้างคละเคล้ากันไป นี่แหละ คือสีสันของชีวิต… ประเด็นเรื่องศัลยกรรมส่วนตัวมองข้ามเรื่องนี้ไปนานแล้ว เหมือนกับ beauty standard เรื่องอื่นๆที่เปิดกว้างมากขึ้นแล้วในยุคนี้ เรื่องริมฝีปากของน้อง เท่าที่ดูมันก็ทรงนี้มาตั้งนานแล้วล่ะ น้องก็ไม่ใช่คนปากเล็กปากบางมาตั้งแต่ไหนแต่ไร อาจจะด้วยน้องผอมลง lean ขึ้น หน้าเล็กลง ปากมันเลยดูเด่นขึ้น จะด้วยการเติมแต่งอะไรก็แล้วแต่ แต่มันก็ไม่อยู่โดยถาวร ประเด็นโบทอก ฟิลเลอร์อะไรเนี่ยจะมาพูดว่าเป็นศัลยกรรมไม่ได้นะ เพราะมันสลายไปตามกาลเวลาไม่ได้อยู่ถาวร ในชีวิตจริงมีคนมากมายที่ผ่านโบทอก ฟิลเลอร์ มาเหมือนกัน เป็นเรื่องธรรมดามากๆ ถ้าทำแล้วมีความสุข มั่นใจมากขึ้น และไม่เกิดอันตราย ก็ทำไป ถามว่าทำไมเรื่องราวของทารีน่าถึงทัชใจแฟนนางงามจำนวนมาก เพราะเรื่องราวการเป็นนักสู้ การมุ่งมั่นไขว่คว้าเพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ไฝ่ฝัน มันอาจจะได้ใจคนที่เคยมีประสบการณ์ทำนองนั้นมาเหมือนกัน ในสังคมของประเทศกำลังพัฒนาที่โลกแห่งความจริงและโลกแห่งความฝัน ยังต่างกัน(พอสมควร) เคยไหม ที่ตื่นขึ้นมาแล้วรู้สึกว่าทุกอย่างช่างไม่เป็นใจ แม้ตะวันจะลับขอบฟ้าไปก็ยังไม่ใช่วันของเรา เคยไหม ที่ในแต่ละวันของชีวิต เจอแต่กับคำว่า “ไม่ใช่” แม้แต่ขับรถไป ก็เจอแต่ไฟแดงในทุกแยก เคยไหม ที่พยายามทำทุกอย่าง ปรับเปลี่ยนตัวเองในทุกทางแต่ก็ไม่เคยได้เป็น “คนที่ดีพอ” อาจมีคนคิดว่าชีวิตของนางงามถือว่าดีกว่าชีวิตของคนอีกมายในในชีวิตจริง แต่เรื่องราวของทารีน่าอาจจะเป็นการฉายภาพนั้นให้เห็นในอีกมุมนึงและมันทัชใจคนที่เคยมี moment แบบนั้นในชีวิต เคยถกกับความคิดของตัวเองเหมือนกันว่า มนุษย์ควรไขว่คว้าเพื่อให้ได้สิ่งที่ดีกว่า มากขึ้น…มากขึ้นเรื่อยๆ…ใช่หรือไม่ เพราะสิ่งเหล่านั้นเราเรียกมันว่า “การพัฒนา” หรือมนุษย์ควรเรียนรู้ที่จะ หยุด(บ้าง) และพอใจกับสิ่งที่มีอยู่ สิ่งที่เป็นอยู่ และมีความสุขกับมัน… เคยสงสัยเหมือนกันว่าทำไมนางงามต้องเดินให้คนดูเพื่อให้คะแนนตัดสิน ทำไปทำไม? ในรอบชุดว่ายน้ำล่าสุดที่ผ่านมา ทำให้รู้ว่า ทุกสิ่งทุกอย่างที่เราทำ มันสะท้อนสิ่งที่อยู่ภายในตัวตนของเราทั้งนั้น เราเห็นทารีน่า พยายาม พยายามเหลือเกินที่จะทำทุกอย่างให้ออกมาดีที่สุด ให้ถูกใจคนให้มากที่สุด ลีลาท่าทางที่แสดงออกมามากมายเหล่านั้น มันสะท้อนให้เห็นภาพของผู้หญิงคนหนึ่งที่รับแรงกดดันและแบกความคาดหวังของคนมากมายเอาไว้ สิ่งที่อยากจะบอกทารีน่าคือ ช่วงเวลาที่เหลือของการประกวดจากนี้ไป จงแสดงให้ผู้คนเห็นว่า ฉันมีความสุข สุขเหลือเกินที่ได้ยืนอยู่จุดนี้ เปลี่ยนทุกแรงกดดันทุกความคาดหวังที่แบกเอาไว้ให้เป็นพลัง และส่งกลับไปให้ทุกคน…
  10. 4. นันทิยา จุดเด่นของมดอยู่ที่หน้าตา ส่วนตัวชอบมาก สะดุดตาตั้งแต่แรกเห็น เอาจริงๆไม่ว่าจะเป็นยุคนางสาวไทย มิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ส จนมาถึงมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ เรายังไม่เคย(กล้า)ส่งนางงามสาย exotic จริงจังแบบนี้ไป MU สักคน ชลิตา 2016 อาจจะมีมุม exotic อยู่บ้างแต่ก็ไม่ชัดขนาดนี้ หน้าของมดเป็นหน้าที่ไม่ซ้ำกับเอเชียชาติอื่นๆ มีอัตลักษณ์สูงมาก เสน่ห์อีกด้านของมดคือความเป็นธรรมชาติ และความจริงใจที่สัมผัสได้ตั้งแต่แรกเจอ ชอบที่มดหยิบเอาประเด็นเรื่องการศึกษามานำเสนอ ระบบการศึกษาไทยยังต้องการการพัฒนาจริงๆ เป็นปัญหาที่มีอยู่จริง และเป็นสิ่งที่ฉุดรั้งเราไว้ทำให้ไม่สามารถไปได้สุดทาง ในส่วนของทีมงานที่สนับสนุนอยู่เบื้องหลังต้องบอกว่าเป็นทีมที่น่าสนใจมาก ภาพ คลิป และเรื่องราวที่นำเสนอออกมาดูน่าสนใจมาก ทีมนี้เรียกว่าเป็น ยูนิคอร์น ในวงการนางงามได้เลย จากผลงานที่ผ่านมา มดมีรูปร่างที่พร้อมแล้ว มีทักษะการโพสการถ่ายภาพนิ่งที่ดีแล้ว แต่เมื่อ on stage มดต้อง focus และให้ความสำคัญเรื่องอินเนอร์ และการสื่อสารทางอารมณ์ให้ถึงคนดูให้ได้ ส่วนจะทำอย่างไร มดต้องหาวิธีให้ได้ ด้วยตัวเอง ในเรื่องการตอบคำถาม แม้มดจะไม่ใช่คนที่พูดภาษาอังกฤษได้ดี ไม่ใช่คนที่ฉลาดที่สุด ไม่ใช่คนที่พูดเก่งที่สุด แต่ถ้ามดจะชนะ มดต้องให้ใจ และชนะใจคนให้ได้
  11. 3. ศรินธรณ์ เสน่ห์ของลาร่าคือความคิด ความรู้ ทักษะการพูดระดับนักพูด บางคนมองว่าลาร่าเหมือนเอมมี่กลับมาประกวด แต่ส่วนตัวมองว่าลาร่าคือระดับ นิโคลลีน ลาร่ามีมุมมองที่กว้างและลึกซึ้งในทุกๆเรื่อง การพูดเต็มไปด้วยเนื้อหาที่น่าสนใจ เป็นการเปิดมุมมองใหม่ๆทุกครั้งที่ได้ฟัง ส่วนตัวไม่ใช่แค่ดีใจที่มีนางงามไทยแบบนี้ แต่อยากให้ประเทศเรามีคนแบบนี้เยอะๆ ในด้านกายภาพส่วนตัวมองว่าลาร่าเป็นนางงามที่มี potential สูง เป็นลูกครึ่งที่มีความเอเชียนลุค สวยสมวัย รูปร่างสูง ช่วงเอวและสะโพกสวยงามอย่างละติน ลาร่าสามารถสวยขึ้นได้อีกมากถ้าได้รับการพัฒนาจากทีมงานมืออาชีพ แม้ลาร่าจะไม่มีทีมใหญ่ๆคอยสนับสนุน ไม่มีกลยุทธ์ใดๆที่แยบยล แต่การไม่มี strategy ก็สามารถเป็น strategy ได้ในอีกทาง เพราะทุกอย่างคือความ real คือทุกอย่างที่เกิดขึ้นจริงๆ Story ของลาร่าคือพลังของคนรุ่นใหม่ พลังของความคิดที่อยากจะผลักดันสังคมและโลกให้ไปในทิศทางที่ดีขึ้น ทันสมัยมากขึ้น ส่วนตัวรู้สึกภูมิใจที่คนรุ่นใหม่มีความคิดและกล้าที่จะแสดงความคิดเห็นมากขึ้น แต่ทั้งหมดทั้งมวลไม่ว่าจะเป็นคนใน generation ใด ทุกควรควรเปิดใจและรับฟังเหตุผลของกันและกัน เพราะทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นและดำเนินไปในแต่ละช่วงเวลามันมีเงื่อนไขและสถานการณ์ที่แตกต่างกัน... มักจะมีคำถามว่า ถ้ามีนางงามที่ฉลาดมากสามารถเข้ารอบห้าคนสุดท้ายได้และตอบคำถามได้ดีมากจะทำให้คนอื่นๆที่(คิดว่า)จะมงดูไม่สมมงไหม ก็ต้องถามว่า TPN “กลัว” สิ่งนั้นไหม… ถ้ามีนางงามที่ตอบคำถามดีมากสามารถผ่านเข้ารอบตอบคำถามได้จะเป็นเรื่องที่น่ากลัวสำหรับตัวเก็งคนอื่นๆไหมผลการตัดสินจะพลิกหรือไม่...ก็ต้องถามต่อว่า ถ้าคุณยังไม่สามารถเอาชนะคนคนนั้นได้ แล้วคุณจะสามารถเอาชนะตัวแทนอีกหลายสิบประเทศที่เป็นที่หนึ่งของแต่ละประเทศมาแล้วได้อย่างไร... ถ้าเปรียบกับการลงทุน ลาร่าคือ Ark Innovation ETF ที่ลงทุนในนวัตกรรมใหม่ๆที่จะมาเปลี่ยนโลกรวมถึงแม้กระทั่ง blockchain technology และ cryptocurrency ที่จะมาพลิกโฉมวงการ finance ในอนาคต ถ้าเปรียบเทียบ MUT คือการส่งเพชรไปประมูลที่ Sotheby's ทีพีเอ็นอยากจะรับซื้อจากพ่อค้าคนกลางหรือเลือกที่จะทำเหมืองและเจียระไนเพชรเม็ดนั้นเอง ถ้าเปรียบการประกวดนางงามกับ cryptocurrency เราอยากจะแค่ trade (แน่นอนที่สุดว่าผ่านช่องทาง Bitkub) หรืออยากจะลงมือขุดเหรียญด้วยตัวเอง เคยตั้งคำถามกับตัวเองว่า การดูนางงามเป็นเรื่องไร้สาระไหม? ตอนนี้ได้คำตอบแล้ว...นางงามจะเป็นแค่เรื่องไร้สาระได้อย่างไร...เพราะนางงามเป็นเรื่องราวที่พูดถึง “ชีวิตคน” ถ้าเรารักในการดูนางงาม เราสามารถมีส่วนผลักดันให้วงการนางงามพัฒนาขึ้นได้ โดยการเลือกเสพเลือกใส่ใจในทุกมิติ ของชีวิตคน
  12. 2. พิมพ์นารา อย่างที่เคยพูดไปในยกแรก เสน่ห์แรกที่มองเห็นจากอูลี่คือรูปร่าง เคยสงสัยว่าทำไมนางงามบางคนเดินดีมากแต่บางคนเดินยังไม่ดี ส่วนตัวคิดว่ารูปร่างก็มีส่วนสำคัญ คนที่รูปร่างดีแค่ยืนอยู่เฉยๆก็สะดุดตาแล้วและมีแนวโน้มจะเดินดีได้ง่ายกว่าด้วยกายวิภาคที่เอื้อกว่า คนที่รูปร่างไม่ได้ดีเท่าอาจต้องการการฝึกฝนที่มากกว่า มันคือ body privilege ที่มีอยู่จริง ก่อนหน้านี้เคยมองว่าอูลี่ภาพรวมดีหมดแต่ไม่มีอะไรที่โดดเด่นขึ้นมาแบบสุดทาง แต่พอได้ดูรอบชุดว่ายน้ำที่ปล่อยออกมาล่าสุดทำให้ความคิดเปลี่ยนทันที ผู้หญิงคนนี้มี charisma ที่สูงมาก performance ที่ปล่อยออกมาคือว้าวมาก การเดินของอูลี่ดูแล้วรู้เลยว่าถูกพัฒนามาแล้วผ่านกระบวนการคิด ไตร่ตรอง และเลือกสรรมาจนลงตัวแล้ว จากทีมงานที่มีประสบการณ์จริง(ระดับจักรวาล) performance ของอูลี่พูดเลยว่าสามารถบินไปอิสราเอลด้วย performance นี้ได้เลย ย้อนกลับไปดู photoshoot รวมถึง commercial photo ต่างๆนานายอมรับว่าอูลี่คือดูดีสุด มืออาชีพ และพร้อมใช้ที่สุด ณ ตอนนี้ คิสโมเดลก็คือคิสโมเดล ความฉลาดในการเดินเกมส์นี้ เลือกที่จะมาแบบเรื่อยๆมาเรียงๆแต่ในจังหวะที่เหมาะสมก็พร้อมฆ่าทุกคน จับตารอดูรอบตอบคำถาม ถ้าโชคชะตานำพาให้อูลี่ได้คำถามที่หนัก มันจะเป็นบททดสอบที่สำคัญ ถ้าอูลี่สามารถตอบได้ดีและประทับใจ ด้วยความคิด เหตุผล และความเชื่อของตัวเอง อย่างแท้จริง อูลี่จะมงลงทันที!
  13. 1. แอนชิลี charisma ที่แอนมีเริ่มจากใบหน้าเลย หน้านี้เป็นหน้าที่สามารถเป็นนางงามจักรวาลได้ แอนเป็นลูกครึ่งที่หน้าออกไปทางละติน และเป็นละตินเกรด A ไม่ใช่ B หรือ C+ ความสวยของแอนทำให้นึกถึงนางงามเวเนซุเอลาในยุค 90 ที่หวานและคม โดยเฉพาะปี 1995 (ปีเชลซี สมิท) และนางงามเวเนซุเอลาในยุค 90 มักจะตัวใหญ่มากเช่นกัน นอกจากความสวยลีลาการพูดของแอนทำให้มีเสน่ห์ขึ้นมาก อย่างที่เคยบอกว่าแอนเป็นคนที่พูดแล้วมีอรรถรส สีหน้าแววตาท่าทางไปหมด ดึงดูดสายตา เป็นคนที่พูดแล้วสวย(โดยไม่ต้องฟังด้วยซ้ำ) strategy หรือการเดินเกมส์ของแอนและทีมงานต้องบอกว่า ฉลาดมาก ฉลาดในการนำเสนอ story โดยเลือกนำเสนอในประเด็นที่กระแทกใจ ไม่ลงรายละเอียดในเรื่องของ science มาก เน้นประเด็นทางจิตใจและสังคมมากกว่า เอาจริงๆทั้งกระแสบวกหรือแม้แต่กระแสลบยิ่งทำให้ story ของแอนดูมีพลังและอิมแพคมากขึ้นนะ หลังจากที่โดนกระแสลบเรื่องหุ่นจากรอบชุดว่ายน้ำ signature walk แอนกลับเลือกที่จะใส่ชุดราตรีสี metallic แทนที่จะใส่ชุดสีเข้มเพื่ออำพรางรูปร่างในงานเลี้ยงตอนเย็นวันเดียวกัน และเป็นชุดเดียวกันกับคลิปล่าสุดที่ปล่อยออกมาซึ่งพูดได้ดีมากเรียกว่ากระชากอามรมณ์คนฟังได้เลย ยังยืนยันคำเดิมว่าถ้าแอนได้เข่าร่วมประกวดนางงามจักรวาลจะเป็นคนที่สามารถผ่านด่านการตอบคำถามและสามารถผ่านเข้ารอบสามคนสุดท้ายได้อย่างแน่นอน ส่วนตัวชอบระบบคัดเลือกที่มีรอบสามคนสุดท้ายมากกว่านะ เพราะท้าทายดี การที่ผู้หญิงคนนึงจะได้เป็นรองนางงามจักรวาล(เป็นอย่างต่ำ) แค่สวยและเดินดีในรอบชุดว่ายน้ำและชุดราตรีในวันจริงก็ได้เป็นรองนางงามจักรวาลแล้ว ส่วนตัวคิดว่ามันง่ายเกินไป ควรจะผ่านทั้งสาม categories รวมถึงการตอบคำถามด้วย
  14. ความสนุกของการดูนางงามคือการที่มีคนสวยหลายๆคนมารวมกัน คนดูสนุกที่ได้เลือก ได้คิด ได้วิจารณ์ในมุมมองของตัวเอง แต่ละคนชอบต่างกัน มีมุมมองที่ต่างกัน บางคนมองที่ความสวย บางคนใคร่มองที่รูปร่าง บางคนหลงใหลในท่วงท่าและบุคลิก บางคนไฝ่มองที่ความคิด การพูดจา บางคนประทับใจในเรื่องราวของชีวิต สุดท้ายทุกอย่างมันก็รวมๆกันกลายเป็นความชอบและความประทับใจ มันคือ “charisma” “ความสวย” ปัจจุบันนิยามของความงามในการประกวดนางงามได้ถูกพัฒนาขึ้น ให้กว้างและครอบคลุมมากขึ้น ซึ่งจริง MU ก็พยายามนำเสนอความงามที่หลากหลายมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันแล้ว เช่นความงามของสีผิวที่หลากหลายประเด็นนี้ก็ทำกันมานานแล้ว ปัจจุบันในยุคไอเอ็มจีได้ขยายขอบเขตไปถึง รูปร่างที่หลากหลาย หรือแม้แต่การยอมรับผู้หญิงข้ามเพศเข้ามาในการประกวด “ความฉลาด” คำนี้มักจะถูกพูดถึงบ่อยๆ เป็นสิ่งที่จะต้องมาคู่กับความสวย แล้วนางงามฉลาดควรเป็นแบบไหน? คือนางงามที่จบการศึกษาจากสถาบัณการศึกษาที่มีชื่อเสียงใช่หรือไม่? ด้วยคะแนนเกียรตินิยมหรืออย่างไร? ส่วนตัวมองว่า ไม่จำเป็น เพราะทุกอย่างที่กล่าวมานั้นเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในอดีตและจบลงไปแล้ว คนฉลาดที่แท้จริงคือคนที่สามารถทำสิ่งที่ทำอยู่ ณ ปัจจุบันได้ดี ในชีวิตจริง ในสถานการณ์จริง และสามารถทำให้ “อนาคต” ดีขึ้นได้… ต้องยอมรับว่าการประกวดในยุคปัจจุบันการมีทีมงานสนับสนุนที่มีคุณภาพมีผลมากต่อการประกวด เพราะ strategy เป็นสิ่งสำคัญ ที่จะทำให้นางงามดูโดดเด่นและน่าสนใจขึ้นมาได้ การประกวด MUT2021 ได้ดำเนินมาเกินครึ่งทาง ส่วนตัวมองว่านางงามที่น่าสนใจและมี charisma มากที่สุด 5 คน มีดังนี้
  15. 4. มด นันทิยา เป็นนางงามที่ชอบมากที่สุดในปีนี้ นอกจากความสวยแบบไทยแท้ ใบหน้าที่มีเอกลักษณ์ exotic ความงามที่ดูแล้วจัดจ้าน ดูแล้วรู้สึก fulfill ในจิตใจ ยังมีเหตุผลอื่นๆอีกที่เชียร์มด เคยตั้งคำถามเหล่านี้ไหม? เหตุใดนางงามที่ประสบความสำเร็จใน MU มักจะเป็นนักเรียนนอกหรือเป็นคนที่เติบโตในต่างประเทศ เช่น อาภัสรา (นักเรียนนอกปีนัง) จีรนันท์นั(นักเรียนนอกอังกฤษ) สาวีณี(นักเรียนนอกอเมริกา) ภรทิพย์(อิมพอร์ตจาก USA) หรือแม้แต่มารีญา ฟ้าใส ก็เป็นนักเรียนนอกทั้งนั้น เหตุใดในหลายๆปีให้หลัง นางงามที่เป็นลูกครึ่งที่เติบโตมากับสองวัฒนธรรมหรือต่างระบบการศึกษาถึงประสบความสำเร็จในการประกวดมากกว่า เหตุใดผู้หญิงไทยที่เกิดและเติบโตในประเทศไทย ภายใต้ระบบการศึกษาและวัฒนธรรมไทยแบบ 100% ถึงสู้สาวลูกครึ่งหรือสาวอิมพอร์ตไม่ได้ ต้นตอของสาเหตุอยู่ที่ไหน และเราจะยอมให้เป็นอย่างนี้ตลอดไปหรือ? ถ้าใครได้ติดตามข่าวสารเกี่ยวกับเศรษฐกิจอาจจะเคยได้เห็นเรื่องราวเหล่านี้ ทศวรรษที่ (อาจ) หายไป (Lost decades) ของไทย หลายๆปีให้หลังเศรษฐกิจไทยไม่ค่อยเดินหน้าไปไหน ประเทศเรามีดีแค่ Assembly แต่ไม่มี Know How เราเป็นได้แค่ฐานการผลิตแต่ไม่มีนวัตกรรมใหม่ๆที่เป็นของตัวเอง เศรษฐกิจไทยผูกไว้กับการท่องเที่ยวเป็นหลัก มีแต่ Old Economy ไม่มี New Economy ที่เป็น Innovation ใหม่ๆ เรื่องเศรษฐกิจกับนางงามอาจฟังดูเหมือนอยู่คนละโลก แต่แท้ที่จริงแล้วมารากฐานเดียวกัน เพราะเป็นเเรื่องที่เกี่ยวกับศักยภาพของคน ในมุมของแฟนนางงามย่อมมีคำถามเสมอว่าอยากได้นางงามแบบไหนเพื่อไปสู้กับคู่แข่งบนเวทีโลก อยากให้ย้อนกลับมาถามตัวเองว่า แล้วเราอยากเห็นคนรุ่นใหม่ที่จะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศต่อไปในอนาคตเป็นแบบไหนล่ะ เพราะนางงามก็คือตัวแทนของคนไทย เป็นตัวแทนของคนรุ่นใหม่ในรูปแบบหนึ่ง เราอยากได้คนที่แค่สวย หุ่นฟาด เดินสับ ดูแล้วต้องกรี๊ดออกมาเท่านั้นหรือ หรืออยากได้คนที่สวยและฉลาด มีความรู้ความสามารถ และก้าวทันโลกในระดับสากลได้ จริงๆไม่ได้พูดถึงแค่มดนะ แต่อยากฝากถึงสาวงามคนอื่นๆทุกคนว่า ถึงเวลาแล้วที่ผู้หญิงไทยที่เกิดและเติบโตในประเทศไทย ภายใต้ระบบการศึกษาและวัฒนธรรมไทย ต้องพัฒนาศักยภาพของตัวเองในทุกๆด้านให้เทียบเท่าสากลให้ได้ เราจะไม่เป็นแค่คนที่ยืนอยู่ข้างหลังอีกต่อไปต้องสามารถก้าวขึ้นมาอยู่ข้างหน้า เป็น front runner ได้อย่างภาคภูมิ
×
×
  • Create New...