Jump to content
T-PAGEANT.COM
  • advertisement_alt
  • advertisement_alt
  • advertisement_alt

บุษรา ซิงห์

Members
  • Posts

    9,539
  • Joined

  • Last visited

  • Days Won

    4

Everything posted by บุษรา ซิงห์

  1. บอกเลยสมเพชค่ะ ไม่ตายด้วยจั่ว ก็อัพยาเกินขนาดจนคุมสติไม่อยู่ ไม่มีใครตายดีหรอก หากหากินเสี่ยงแบบนี้
  2. เจอเฟดเดอร์เรอร์สนุกสูสีมากทุกครั้ง แต่กะรอดดิก ฮีวิตต์ จะแพ้ขาดลอย ถึงแม้ผลงานแกรนด์สแลมดีสุดแค่รอบ4 แต่การเข้าSFระดับ master1000 ถึง3รายการก็ถือว่าประสบความสำเร็จมากๆ นี่ถ้าช่วงพีคๆได้โค้ชต่างชาติเริดๆ น่าจะไปได้ไกลกว่านี้
  3. แทมมี่ตีเหนียวมาก และตีแฟลตชนิดที่ซุปเปอร์แฟลตเลย จึงได้เปรียบในคอร์ตหญ้า ที่วิมนางมักทำผลงานได้ดี โค้ชเก่งๆค่าจ้างแพงลิ่ว แถมยังมีการแย่งชิงโค้ชหันอีก อย่างสองสาวเชค ควิโตว่า กะพริสโคว่าที่ไม่ถูกกันก็มาจากการแย่งโค้ชนี่แหล่ะถ้าบรรดาซุปตาร์นี่ ทีมโค้ชแบยพร้อมมากแยกเป็นเฉพาะด้านเลย
  4. ด้วบสไตล์การเล่นของพี่แกด้วยแหละ มันเผาร่า มันไม่ flexible ไม่แปลกที่จะเล่นอาชีพได้ไม่นาน ส่วนตัวไม่ชอบการเล่นสไตล์แบบนี้ แต่ก็ยอมรับในความสำเร็จของพี่แก
  5. ที่ป้าๆไปไหนไม่ได้ ดูบอลแรก เพียว บิ๋ม บีมด้วย ขิตทุกนาง อยากให้รุ่นใหม่ฝึกเลนเบสิคบอลแรกต้องเป๊ะ
  6. ป้าบุ๋มยังไม่จบนะ ไปออกตกมันอีก เราว่านางเยอะนะ เสียสติกว่าเอ๋อีกมั้ง
  7. วิเคราะห์ไทมไลน์ เอ๋ โพสแขวะบุ๋ม จากนั้นบุ๋มร่ายยาว เอ๋หยุดไปพักใหญ่(คงไปวางเกม) จากนั้นเอ๋โพสรัวๆ แบบยั่วประสาทจนป้าบุ๋มคลั่ง บุ๋มเดินตามเกมเลย รุ่งเช้าบุ๋มออกสัมทั้งวัน เอ๋คงนั่งจิบกาแฟสวยๆ
  8. คุยแซบโชว์วันนี้มดดำมาออก นางก็บอกรู้จักปรณม่นาน นานพอตัวเลย ก็แปลว่าสนิกันจริงแหละ เผลอๆสนิทกว่าป้าบุ๋มอีก
  9. ชัดเจนคือ ตอนปารีณาสัม บุ๋มจะออกอาการไม่พอใจชัดเจนมาก แต่พอบุ๋มสัม ปรณ กลับพูดสวนด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง รู้เลยใครควบคุมอารมณ์ได้ดีกว่ากันใจเชียร์ป้าบุ๋มนะ แต่เมื่อคืนปรณชนะขาดหลายช่วงตัว
  10. นางเอาตัวรอดได้เสมอ ยังไม่ฉลาดอีกหรอ เป็นบางคนเจอขนาดนี้คงทรุดไปแล้ว นอกจากฉลาด นางยังแข็งแกร่งมากพอตัว
  11. คหสต. คงปืนลั่นนั่นแหล่ค่ะ ไม่มีใครยิงหรอก
  12. ๙ มิถุนายน “วันอานันทมหิดล” วันนี้เมื่อ ๗๔ ปีที่แล้ว “กระสุนนัดเดียว ได้ยินทั้งประเทศ” แล้วเหตุการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิดก็ได้เกิดขึ้น สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล รัชกาลที่ ๘ สวรรคต เช้าวันที่ ๙ มิถุนายน ๒๔๘๙ เวลาประมาณ ๙.๐๐ น. เสียงปืนนัดหนึ่งได้ดังขึ้นในห้องพระบรรทม ณ พระที่นั่งบรมพิมาน ในพระบรมมหาราชวัง มหาดเล็กหน้าห้องพระบรรทมได้รีบเข้าไปดู เห็นสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๘ บรรทมอยู่ มีพระโลหิตไหลเปื้อน พระองค์และเสด็จสวรรคตเสียแล้ว ข่าวในหลวง รัชกาลที่ ๘ สวรรคตนำความโศกสลดมาสู่พสกนิกรชาวไทยในขณะนั้นอย่างใหญ่หลวง เสียงร่ำไห้ รำพัน และความเงียบสงัดแผ่ไปทั่วทุกมุมเมือง ความทุกข์โศกเศร้าอาลัยของปวงชาวไทยมีมากมาย จนเหลือที่จะพรรณาได้ “...ข่าวการสวรรคต ของรัชกาลที่ ๘ ถูกปิดมิให้สมเด็จฯ พระพันวัสสาทรงทราบ...หญิงจีนเดินร้องไห้เมื่อทราบข่าวการสวรรคต...” หนังสือพิมพ์ในสมัยนั้นลงข่าวถึงการสวรรคตของ รัชกาลที่ ๘ อย่าวโศกสลด “วันสวรรคต ถูกปกคลุมด้วยเมฆสีดำเป็นระยะ” สมาคมพาณิชย์จีนและสมาคมพ่อค้าจีน เรียกว่าประชุมพิเศษให้พ่อค้าขายเครื่องไว้ทุกข์ราคาถูก เพื่อเป็นการแสดงความจงรักภักดีต่อสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทั่วโลกต่างสลดใจในข่าวสวรรคต วิทยุสิงคโปร์หยุด ๒ วัน บีบีซีหยุดครึ่งนาที ส่งสาสน์ถึงพระราชชนนีในหลวง คณะผู้สำเร็จราชการแผ่นดินและชาวไทย และหนังสือพิมพ์อังกฤษทุกฉบับถวายพระเกียรติอย่างเต็มที่ รัฐบาลของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอังกฤษ สถานทูตอังกฤษ กองทัพอังกฤษในประเทศไทยส่งสาสน์แสดงความเศร้าสลดในเหตุการณ์ครั้งนี้ “...รัฐบาลอเมริกันแสดงความโทมนัสมายังประชาชนชาวไทย...ที่ได้สูญเสียพระมหากษัตริย์อันเป็นที่รักและเคารพ..” “...สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระชันษาในวัยหนุ่มได้ทรงเป็นภาพพิมพ์ใจแก่บุคคลที่ได้เข้าเฝ้า ข้าพเจ้ารู้สึกโทมนัสยิ่งที่พระองค์ก็ทรงด่วนจากเราไป ข้าพเจ้าขอแสดงความเห็นอกเห็นใจอย่างแท้จริงต่อชาวไทยที่ได้สูญเสียสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวผู้ทรงเป็นที่เคารพสักการะและทรงเมตตากรุณาต่อพระบรมวงศานุวงศ์ในยามวิปโยคนี้...” ฯลฯ “...ด้วยนับแต่วันที่ ๒ มิถุนายน ศกนี้เป็นต้นมา สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เริ่มทรงพระประชวรเกี่ยวกับพระนาภีไม่เป็นปกติ และทรงเหน็ดเหนื่อยไม่มีพระกำลัง แม้กระนั้นก็ดีสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็ได้เสด็จประพาสเยี่ยมราษฏรอันเป็นพระราชกิจของพระองค์ ครั้นต่อมาพระอาการเกี่ยวกับพระนาภีก็ยังมิได้ทุเลา จึงต้องเสด็จประทับอยู่พระที่นั่งมิได้เสด็จออกงานตามหมายกำหนดการ ครั้นวันที่ ๙ มิถุนายน ศกนี้ ตอนเช้าเวลา ๖ นาฬิกา ได้เสวยพระโอสถน้ำมันละหุ่งแล้วเข้าห้องสรงซึ่งเป็นพระราชกิจประจำวัน แล้วเสด็จเข้าพระที่ ครั้งเวลาประมาณ ๙ นาฬิกา มหาดเล็กห้องพระบรรทมได้ยินเสียงปืนบนพระที่นั่ง จึงรีบเข้าไปดู สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรรทมอยู่บนพระที่มีพระโลหิตไหลเปื้อนพระองค์และสวรรคตเสียแล้ว มหาดเล็กห้องพระบรรทมจึงไปกราบทูลสมเด็จพระราชชนนีให้ทรงทราบ แล้วเสด็จไปถวายบังคมพระบรมศพ ต่อนั้นมามีพระบรมวงศ์ชั้นผู้ใหญ่ นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีได้เข้าไปกราบถวายบังคม และอธิบดีกรมตำรวจกับอธิบดีกรมการแพทย์ได้ไปตรวจพระบรมศพและสอบสวน สันนิษฐานได้ว่า คงจะทรงจับคลำพระแสงปืนตามพระราชอัธยาศัยที่ทรงชอบ แล้วเกิดอุปัทวเหตุขึ้น...” สำนักพระราชวัง วันที่ ๙ มิถุนายน ๒๔๘๙ การสวรรคตของพระองค์เกิดจากอุบัติเหตุด้วยพระแสงปืนลั่นขณะทอดพระเนตรอยู่ ซึ่งได้สร้างความคลางแคลงใจให้กับประชาชนเป็นอย่างมาก ปรากฏว่าประชาชนส่วนใหญ่ไม่เชื่อคำแถลงการณ์ของราชการนี้ จึงมีแต่ความสงสัยว่า แท้จริงแล้วพระเจ้าอยู่หัวเสด็จสวรรคตด้วยเหตุใดกันแน่ ความสูญเสียที่สมเด็จพระราชชนนีและสมเด็จพระอนุชาทรงได้รับในครั้งนี้ ก็คงไม่ต้องกล่าวถึงว่า สาหัสและรุนแรงยิ่งกว่าสักเพียงไหน ในตอนหนึ่งของหนังสือพระมามลายโศกหล้าเหลือสุข ได้กล่าวถึงบันทึกความรู้สึกของผู้ที่เคยได้มีโอกาสเข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กับพระสมเด็จพระราชชนนีและสมเด็จพระอนุชาเอาไว้ดังนี้ “...ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยเห็นแม่ลูกที่ไหนรักกันมากเท่านี้ คำก็แม่สองคำก็แม่ แม่รักลูกเสียจริง ๆ ประเดี๋ยวๆ ก็เข้ากอดกันซ้ายคนขวาคน นันท์อย่างนั้น เล็กอย่างนี้ คำน้อยไม่กล่าวให้เป็นที่สะเทือนใจกันเลย ล้อกันเล่น มาตั้งแต่เล็กจนโตคิดดูเถิดลูกกำพร้าพ่ออยู่ในหัวอกแม่มาตั้งแต่น้อยคุ้มใหญ่ แม่กับลูก ลูกกับแม่จะรักกันสนิทสนมเพียงไร แต่ละพระองค์ล้วนแต่เป็นดวงพระราชหฤทัยของกันและกัน แต่เมื่อพระองค์หนึ่งต้องมาจากไป ด้วยอาการเช่นนี้ ใครเล่าจะเข้ามาอยู่ข้างขวา หัวอกสมเด็จพระราชชนนีจะเป็นอย่างไร ผู้สนิทสนมที่ได้เฝ้าอยู่โดยใกล้ชิดย่อมรู้ชัดเจนดีอยู่...” ความโศกเศร้าในพระราชหฤทัยในครั้งนั้น ท้าวโสภานิเวศน์ (ดำเนิน กัมปนานนท์) ได้ย้อนความทรงจำเหตุการณ์ในช่วงนี้เอาไว้มีความว่า “...พอเสด็จกลับ (จากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทที่ประดิษฐานพระบรมศพ) พระเจ้าอยู่หัวประทับข้างพระองค์สมเด็จพระราชชนนี ทั้งสองพระองค์ประทับบนพระเก้าอี้องค์เดียวกัน สมเด็จฯ ก็ทรงซ้อนพระบาทขึ้นมาวางบนพระเก้าอี้แล้วก็หมดพระกำลัง ต่างพระองค์หันพระพักตร์หนีกันทรงพระกันแสง คนหมอบเฝ้าฯ อยู่ต่างก้มเปิดหีบทำเป็นค้นอันนั้นอันนี้ ข่าวลือก็มีต่าง ๆ ว่าเขาจะมาฆ่าอีกพวกเราก็ไปนั่งเฝ้ากัน ผู้หญิงทั้งนั้น...” ที่มา หนังสือบันทึกอานันทมหิดล ยุวกษัตริย์พระองค์แรกในระบอบประชาธิปไตย และหนังสือเอกกษัตริย์ ใต้รัฐธรรมนูญ Cr.เพจโบราณนานมา
  13. หมุดทอง เวอร์ซาเช่ ทุกคนทั่วโลกก็รู้ยังกล้า อายมาคือกัน
  14. แบรนด์เสิ่นเจิ้น ก้อปเกรดเอน่ะหรอคะ เห็นก้อปไปหมด ชาแนล เวอร์ชาเข่ อีฟแซง
  15. ตอนพูดถึงรูมเมทปิน บอกเค้าคงไม่คิดว่าเราเป็นคู่แข่ง อีดอก เพราะเค้าคงดูออกว่าบ้ง
  16. จำอะไรไม่ได้สักอย่าง มันใข่หรอ ผีมาก นางไม่น่าออกสัมเลย ยิ่งตอกย้ำความบ้ง
×
×
  • Create New...