Jump to content



GD AD AD nk

AD AD


AD AD AD AD AD AD AD AD
AD AD AD AD AD AD AD AD
AD



2Devil

Member Since 09 Dec 2010
Offline Last Active Jul 01 2015 05:34 AM
*****

#3395367 เอาอีกแล้วเกาหลี !!!

Posted by 2Devil on 28 September 2014 - 04:04 PM


ไปเจอมา 555

Posted Image



#3373260 ชาวเกาหลีสวดยับ! พิธีเปิด "เอเชียนเกมส์" สุดกร่อย-ขายหน้า-บ้าดารา

Posted by 2Devil on 21 September 2014 - 02:46 PM

วัฒนธรรมเกาหลีไม่ได้ดังทั่วโลก มีเเต่ติ่งเเละคนชอบเกาหลีจำนวนนึงเท่านั้นที่ติดตาม

วัฒนธรรมตะวันออก จีน ญี่ปุ่น ดังกว่าตั้งเยอะ เพราะมัน เรียลจริง


บ้าหรือเปล่า งานกีฬาเเต่เชิดชูนักร้อง ดารา คนดัง นิดๆหน่อยคงไม่เป็นไร เเต่นี่เกือบทั้งหมด


เเละกระเเสเกาหลีมันไม่ได้ดังอย่างที่คิดเลย ส่วนมากเเค่ในเอเชียบางประเทศเเละโลกที่ 3 บางประเทศเท่านั้น


มันไม่ได้เป็นสากลที่พอจะเชิดชูได้ เเต่ก็เข้าใจประเทศเขานะ ถ้าเกาหลีไม่เอาตรงนี้มานำเสนอ ก็ไม่รู้จะเอาอะไรมานำเสนอเเล้ว

เพราะประเทศขายได้เเค่ สื่อปัญเทิงที่พอจะเป็นที่เชิดหน้าชูตา



นักกีฬาเกาหลีเก่งๆมีเยอะนะ ทำไมไม่เอามา บางคนเหรียญทอง เหรียญเงินโอลิมปิก มากมาย

เปนการเปิดเปิดเอเชี่ยนเกมส์ที่กะโหลกกะลามาก


Posted Image


#3352783 LIVE :>>>>>>>>>>>>>>...

Posted by 2Devil on 13 September 2014 - 01:34 PM


มีใครทราบผลการชิงอันดับ 3 ระหว่างญี่ปุ่นกับคาซัคสถานไหมคับ อีกคู่คือชิงที่ 7 ระหว่างเวียดนามกับอิหร่าน เป็นยังไงบ้างครับ


ญี่ปุ่นแพ้ 3-2 แล้วก็ อีแกวแพ้ 3 โบ๋

ปล

Posted Image

แก้วกัลยา ลูกสาว พอลล่า สูงขึ้นผิดหูผิดตา นางน่าเกิน 180 แล้วนะ


Posted Image


#3306171 LIVE :>>>>>>>>>>>>>>...

Posted by 2Devil on 24 August 2014 - 06:14 PM


2 เซตสวยๆ Posted Image


Posted Image



สวยเริ่ดมาก จะฟาร่า จะตั้งหม้อ ก็เริ่ดจริงไรจริง :P




Posted Image



#3293983 LIVE :>>>>>>>>>>>>>>...

Posted by 2Devil on 20 August 2014 - 10:52 AM

มีลิ้งค์ดูจีนกับเบลเยี่ยมไหมคะ


http://www.frombar.c...743-873312.html

http://www.frombar.c...485-873798.html

http://www.frombar.c...053-873799.html

https://football-hd....%2FTrue_Sport_7





Posted Image




#3260457 ข่าวด่วน USA ทิ้งระเบิดใส่ Iraq แล้วค่ะ

Posted by 2Devil on 08 August 2014 - 10:52 PM

จีน รัสเซีย อาหรับ เกาหลีเหนือ

ระวังให้ดีๆนะเมกัน ถ้า 4 ประเทศนี้รวมกันจะหนาว


#3230066 นร. >> พบผู้ต้องสงสัยว่าจะติดเชื้อไวรัสมรณะ "Ebola" ที่ฮ่องกง...

Posted by 2Devil on 30 July 2014 - 04:00 PM



เป็นโรคที่อันตรายมากของมวลมนุษยชาติ
เป็นเเล้วตายมากกว่าหาย ไม่มียารักษา


โรคติดเชื้อไวรัส อีโบลา ระบาดอย่างต่อเนื่องในแถบแอฟริกาตะวันตก ประเทศกินี ไลบีเรีย และเซียร์ราลีโอน
ซึ่งเริ่มแพร่ระบาดมาตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่าน และองค์การอนามัยโลกได้ออกมาเปิดเผยเมื่อวันที่ 1 ก.ค.
ที่ผ่านมาว่า จำนวนผู้ที่เสียชีวิตจากเชื้อไวรัสอีโบลานั้นพุ่งไปอยู่ที่ 467 คนแล้ว ถึงแม้ว่าโรคติดเชื้อไวรัส อีโบลา
จะระบาดอยู่ในแถบแอฟริกา แต่เราก็ควรทำความรู้จักกับโรคนี้ไว้ เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมหากว่าเชื้อร้ายนี้จะแพร่ระบาดมาสู่ประเทศไทย
หรือชาวไทยที่เดินทางไปท่องเที่ยวในแถบแอฟริกาจะได้ปฏิบัติตัวถูก เมื่อต้องเจอกับเชื้อโรคร้ายนี้
ไปทำความรู้จักกับโรคนี้กันเลยดีกว่าค่ะ


Posted Image

ลักษณะโรคติดเชื้อไวรัส อีโบลา

เป็นโรคติดเชื้อไวรัสชนิดเฉียบพลันรุนแรง เกิดจากเชื้อไวรัสอีโบลา (Ebola virus) ซึ่งอยู่ในตระกูล Filoviridae family ประกอบด้วย 5 สายพันธุ์ (species) ได้แก่ สายพันธุ์ไอวอรีโคสต์ สายพันธุ์ซูดาน สายพันธุ์ซาร์อี สายพันธุ์เรสตัน (Reston) และสายพันธุ์ Bundibugyo โดยสายพันธุ์ซูดาน สายพันธุ์ซาร์อี และสายพันธุ์ Bundibugyo ทำให้เกิดการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลาในแอฟริกาและทำให้มีอัตราป่วยตายประมาณ ร้อยละ 25-90 บางครั้งถึงร้อยละ 60-90 ในขณะที่ สายพันธุ์ไอวอรีโคสต์ และสายพันธุ์เรสตัน (Reston) มักไม่ทำให้เกิดอาการรุนแรง และยังไม่มีรายงานการเสียชีวิตจากสายพันธุ์เรสตัน (Reston)

อาการของโรคติดเชื้อไวรัส อีโบลา และระยะฟักตัว

ระยะฟักตัวประมาณ 2 – 21 วัน ผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลาจะมีไข้สูงทันทีทันใด อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ และเจ็บคอ ตามด้วยอาการ อาเจียน ท้องเสีย และมีผื่นนูนแดงตามตัว (maculopapular rash) ในรายที่มีอาการรุนแรงและเสียชีวิต จะพบมีเลือดออกง่าย โดยเกิดทั้งเลือดออกายในและายนอกร่างกาย (internal and external bleeding) มักเกิดร่วมกับาวะตับถูกทำลาย ไตวาย หรือก่อให้เกิดอาการของระบบประสาทส่วนกลาง ช็อก และเสียชีวิตได้

การวินิจฉัยโรคติดเชื้อไวรัส อีโบลา

การวินิจฉัยมักจะเป็นการตรวจผสมผสานระหว่างการตรวจหาแอนติเจน โดยวิธี RT-PCR ร่วมกับหาแอนติบอดี คือ IgM หรือ IgG จากตัวอย่างเลือด นํ้าเหลือง หรือจากอวัยวะ อาจใช้การแยกเชื้อไวรัสโดยการเพาะเชื้อ หรือการเลี้ยงในหนูตะเา หรือบางครั้งอาจตรวจพบเชื้อได้จากการส่องด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนในชื้นเนื้อจากตับ ม้าม ผิวหนัง หรืออวัยวะอื่นๆ การชันสูตรศพโดยการตรวจชื้นเนื้อ (Formalin-fixed skin biopsy) หรือการผ่าศพพิสูจน์ด้วยการตรวจหาูมิคุ้มกันหรือองค์ประกอบทางเคมีของเซลลและเนื้อเยื่อสามารถทําได้และเนื่องจากโรคนี้มีอันตรายต่อมนุษย์สูงมาก ดังนั้นการตรวจและศึกษาทางห้องปฏิบัติการที่เกี่ยวข้องกับโรคนี้ กระทําได้เฉพาะในระบบป้องกันอันตรายที่อาจเกิดแก่ผู้ปฏิบัติงาน รวมทั้งชุมชนในระดับสูงสุด (BSL-4)

การรักษาโรคติดเชื้อไวรัส อีโบลา

ไม่มีการรักษาจําเพาะ ในรายที่มีอาการรุนแรงต้องการการดูแลอย่างใกล้ชิด ให้สารนํ้าอย่างเพียงพอ

แหล่งรังโรคติดเชื้อไวรัส อีโบลา

ยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด ถึงแม้จะมีการศึกษาอย่างกว้างขวาง จากหลักฐานที่เพิ่มขึ้นชี้ให้เห็นถึงบทบาทของลิง (ซึ่งมีโรคที่คล้ายคลึงกับคน) และ/หรือ ค้างคาวในห่วงโซ่การถ่ายทอดเชื้อสู่คน ในทวีปแอฟริกา พบว่าการติดเชื้อไวรัสอีโบลาในผู้ป่วยรายแรกที่พบ (human index case) มีความเกี่ยวข้องกับการสัมผัสลิงกอริลล่า ลิงซิมแปนซี ลิงอื่นๆ สัตว์จำพวกเลียงผา กวางผา และเม่นที่ตายหรือถูกฆ่าในป่าทึบ จนถึงปัจจุบันนี้ พบเชื้อไวรัสอีโบลาในสัตว์ป่า เช่น ซากลิงซิมแปนซี (ในประเทศไอวอรีโคสต์และสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก) ลิงกอริลล่า (ในประเทศกาบองและประเทศคองโก) และตัว duikers (ในประเทศคองโก) ที่พบตายในป่าทึบ การตายของลิงชิมแปนซี และลิงกอริลล่าจำนวนมากสามารถใช้ในการเฝ้าติดตามการแพร่กระจายของไวรัสได้ แต่อย่างไรก็ตาม แม้สัตว์เหล่านี้จะสามารถติดเชื้อและแพร่เชื้อสู่คนได้ แต่ไม่น่าจะเป็นแหล่งรังโรค และจากหลักฐานที่มีอยู่บ่งชี้ว่า ค้างคาวน่าจะเป็นแหล่งรังโรค จากการตรวจหาการสร้างแอนติบอดี และ RT-PCR ในค้างคาว และความสัมพันธ์ของการสร้างแอนติบอดีในคนที่สัมผัสค้างคาว

วิธีการแพร่โรคติดเชื้อไวรัส อีโบลา

พบการติดต่อของเชื้อไวรัสอีโบลาสู่คน โดยการสัมผัสโดยตรงกับเลือดหรือเครื่องในของลิงที่ติดเชื้อ หรือเกิดขณะจัดการหรือชําแหละสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่ตาย โดยยังไม่พบรายงานจากการติดเชื้อผ่านทางละอองฝอยที่ลอยในอากาศ สำหรับการติดต่อจากคนสู่คน เกิดจากการสัมผัสโดยตรงกับเลือดที่ติดเชื้อ สารคัดหลั่ง อวัยวะ หรือนํ้าอสุจิ นอกจากนี้ การติดเชื้อในโรงพยาบาลก็พบได้บ่อยผ่านทางเข็มและหลอดฉีดยาที่ปนเปื้อนเชื้อ และยังพบการแพร่กระจายเชื้ออีโบลาในพิธีศพได้บ่อย เนื่องจากญาติผู้เสียชีวิตอาจมีการสัมผัสโดยตรงกับร่างกายของผู้เสียชีวิต

ระยะติดต่อของโรคติดเชื้อไวรัส อีโบลา

จะไม่มีการแพร่เชื้อก่อนระยะมีไข้ และจะแพร่เชื้อเพิ่มมากขึ้นในระยะที่มีอาการป่วยนานเท่าที่เลือดและสารคัดหลั่งยังมีไวรัสอยู่ ในผู้ป่วยรายหนึ่งที่ได้รับเชื้อจากห้องปฏิบัติการสามารถตรวจพบเชื้ออีโบลาในน้ำอสุจิได้ในวันที่ 61 แต่ตรวจไม่พบในวันที่ 76 หลังเริ่มป่วย

มาตรการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัส อีโบลา

ยังไม่มีวัคซีนหรือการรักษาแบบเฉพาะเจาะจงสําหรับโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา ควรป้องกันการมีเพศสัมพันธ์หลังการเจ็บป่วยเป็นเวลา 3 เดือน หรือจนกระทั่งตรวจไม่พบไวรัสในนํ้าอสุจิ

มาตรการควบคุมการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส อีโบลา

แยกผู้ป่วยสงสัยจากผู้ป่วยอื่นๆ และเฝ้าระวังผู้สัมผัสใกล้ชิด ใช้มาตรการ ป้องกันการติดเชื้อในสถานพยาบาลอย่างเข้มงวด รวมถึงดําเนินการให้ความรู้แก่ชุมชนอย่างเหมาะสมและรวดเร็ว

คำแนะนำสำหรับประชาชนทั่วไป

  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์ป่าที่นำเข้ามาโดยไม่ผ่านการตรวจโรคทั้งที่ป่วยหรือไม่ป่วย
  • หลีกเลี่ยงการการรับประทานสัตว์ป่าที่ป่วยตายโดยไม่ทราบสาเหตุ โดยเฉพาะสัตว์จำพวกลิง หรือค้างคาว หรืออาหารเมนูพิสดารที่ใช้สัตว์ป่า หรือสัตว์แปลกๆ มาประกอบอาหาร
คำแนะนำสำหรับผู้ที่จะเดินทางไปยังประเทศที่มีการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส อีโบลา

  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์ป่า ทั้งที่ป่วยหรือไม่ป่วย
  • หลีกเลี่ยงการการรับประทานสัตว์ป่าที่ป่วยตายโดยไม่ทราบสาเหตุ โดยเฉพาะสัตว์จำพวก ลิง หรือค้างคาว หรืออาหารเมนูพิสดารที่ใช้สัตว์ป่า หรือสัตว์แปลกๆ มาประกอบอาหาร
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสารคัดหลั่ง เช่น เลือด หรือสิ่งของเครื่องใช้ของผู้ป่วยที่อาจปนเปื้อนกับสารคัดหลั่งของผู้ป่วย หรือศพศพของผู้ป่วยที่เสียชีวิต
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสโดยตรงกับผู้ป่วย หากมีความจำเป็นให้สวมอุปกรณ์ป้องกันร่างกาย และล้างมือ บ่อยๆ
  • หากมีอาการเริ่มป่วย เช่น มีไข้สูง อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ เจ็บคอ อาเจียน ท้องเสีย และมีผื่นนูนแดงตามตัว ให้รีบพบแพทย์ทัน
อย่างไรก็ตาม องค์การอนามัยโลกไม่แนะนำให้จำกัดการเดินทางหรือการค้าระหว่างประเทศ สำหรับผู้ที่จะเดินทางไปยังประเทศที่มีการระบาดของโรคนี้ สำหรับนักท่องเที่ยวยังมีความเสี่ยงในระดับที่ต่ำมาก เนื่องจากผู้ที่ติดเชื้อส่วนใหญ่ มีการติดเชื้อโดยตรงจากการสัมผัสกับของเหลวในร่างกาย หรือสารคัดหลั่งของผู้ป่วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโรงพยาบาล จากการใช้อุปกรณ์ทางการแพทย์ (เข็มและหลอดฉีดยา) ที่ปนเปื้อนเชื้อ รวมถึงไม่มีการป้องกันเมื่อมีการสัมผัสกับสารคัดหลั่งที่ติดเชื้อ

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ ได้ทำความรู้จักกัน โรคติดเชื้อไวรัส อีโบลา กันไปแล้ว หากชาวไทยคนไหนมีโอกาสที่จะเดินทางไปยังแถบแอฟริกา ก็ขอให้ระมัดระวังตัวและดูแลสุขาพร่างกายของตัวเองอย่างที่แนะนำไว้นะคะ จะได้ไม่ติดเชื้อ อีโบล่า นี้


http://th.wikipedia....%B8%A5%E0%B8%B2


#3118026 LIVE :>>>>>>>>>>>>>>...

Posted by 2Devil on 21 June 2014 - 03:31 PM





Posted Image


โค้ชอ๊อต ผู้ฝึกสอนทีมลูกยางทีมชาติ ประกาศรายชื่อ 12 นักตบชุดลุย 4 เส้าที่จีนแล้ว นำทีมโดยผู้เล่นตัวหลักอย่าง



ปลื้มจิตร์,อรอุมา,นุศรา และ วิลาวัณย์ ขณะที่ เอ็มอร,หัตถยา และ กรรณิการ์ ได้ร่วมเดินทางไปทดสอบฝีมือ

"โค้ชอ๊อต"เกียรติพงษ์ รัชตเกรียงไกร ผู้ฝึกสอนทีมวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย


ได้ประกาศรายชื่อนักกีฬาชุดลุยศึก 4 เส้าที่ประเทศจีน วันที่ 27 มิถุนายน ถึง 5 กรกฎาคมนี้ ออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

นักกีฬา 12 คนประกอบไปด้วย


1.นุศรา ต้อมคำ
2.พรพรรณ เกิดปราชญ์
3.ทัดดาว นึกแจ้ง
4.ปลื้มจิตร์ ถินขาว
5.หัตถยา บำรุงสุข
6.ปิยะนุช แป้นน้อย
7.อรอุมา สิทธิรักษ์
8.วิลาวัณย์ อิญญาพงษ์
9.ฐาปไพพรรณ ไชยศรี
10กรรณิการ์ ธิปะโชติ
11.อัจฉราพร คงยศ
12.เอ็มอร พานุสิทธิ์

http://volleyball.sm...5%E0%B8%99.html







#3049450 LIVE :>>>>>>>>>>>>>>...

Posted by 2Devil on 01 June 2014 - 12:05 AM



กระทู้เเนะนำ pantip


http://pantip.com/topic/32125407

http://pantip.com/topic/32125213


คนรักเธอมากจริงๆ ตำนานไหลหลังเมืองไทย Posted Image


นึกเเล้วใจหาย ต่อไปไม่ได้เห็นเเจ็คในทีมชาติเเล้ว ใจอยากให้ไปโอลิมปิกด้วยกันก่อน


#2893658 ผู้ว่าเชียงราย สั่งซื้อต้นซากุระจากญี่ปุ่นมาปลูก1,000ต้น ยาว20กิโล

Posted by 2Devil on 01 May 2014 - 01:23 AM



ต้นนี้ก็สวย

ยี่เข่ง มีชื่อเป็นาษาอังกฤษว่า Crape Myrtle
or Crepe Myrtle เป็นพืชในตระกูลเดียวกับ
เสลา อินทนินบก อินทนินน้ำ ตะแบก



Posted Image


Posted Image



Posted Image


#2861808 นร. >>>>>>>>>>>>>>...

Posted by 2Devil on 22 April 2014 - 11:41 PM



*กระทู้ก่อนหน้านี้

- 10 สัตว์มีพิษที่ร้ายเเรงที่สุดในโลก >>>>> http://goo.gl/KlQtJQ
- 10 สัตว์โบราณที่นักวิทยาศาสตร์อยากโคลนนิ่ง >>>>> http://goo.gl/k5EL4h



นี่คืองู 10 ชนิดที่ว่ากันว่ามันสวยเเละเเปลกติดอันดับโลก
มีใครสนใจอยากเลี้ยงใหม Posted Image


เครดิต snakeearth



อันดับที่ 10 : California Red-Sided Garter Snake


หนึ่งในสายพันธุ์ของ Garter Snake พบได้โดยทั่วไปในทวีปอเมริกาเหนือ อาศัยอยู่ตามหนองน้ำหรือลำธารในรัฐแคลิฟอร์เนีย
ลักษณะโดยทั่วไปจะมีขนาดความยาว 65-100 เซนติเมตร ซึ่งตัวเมียจะมีขนาดที่ใหญ่กว่าตัวผู้
ถือเป็นงูอีกสายพันธุ์หนึ่งที่มีสีสันสวยงาม และมีผู้สนใจนิยมเลี้ยงเป็นจำนวนมาก รับตัวตามสาพแวดล้อมได้ดี
กินอาหารง่ายโดยกินปลา กบ กิ้งก่า หนู เป็นอาหาร มีสีสันที่สด และลายที่สวยงาม
นิสัยไม่ดุร้าย ไม่มีพิษ เกล็ดแข็งและเรียบ ลื่น


Posted Image


Posted Image

Posted Image


Posted Image


Posted Image


Posted Image


Posted Image


Posted Image




#2857809 นร.>>>>> นี่คือสัตว์โบราณ 10 ชนิดที่นักวิทยาศาสตร์อยากโคล...

Posted by 2Devil on 21 April 2014 - 11:00 PM






หลังจากเมื่อวานพาไปดู 10 สัตว์มีพิษที่ร้ายเเรงที่สุดในโลกไปเเล้ว
>>>> http://goo.gl/KlQtJQ


วันนี้มาดู 10 สัตว์โบราณที่สูญพันธุ์ไปจากโลกนี้เเล้ว เเต่เดี๊ยวก่อน...
นักวิทยาศาสตร์ลงความเห็นกันว่า อาจจะ " โคลนนิ่ง" พวกมันให้กลับมามีชีวิตอีกครั้งบนโลกนี้
( ในการสำรวจนี้ไม่รวมไดโนเสาร์นะครับ )ในอนาคตพวกเรา หรือ ลูกหลานเราอาจได้เจอพวกมันตัวเป็นๆก็เป็นไปได้
จะมีตัวอะไรบ้างมาลุ้นกัน...
ขอบคุณข้อมูลจาก นิตยสารนิวไซเอินทิสต์.



อันดับที่ 10 : กวางไอริช (Megaloceros giganteus)

เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่สูญพันธ์เมื่อประมาณ 11,700 ปีก่อน ซึ่งเคยอาศัยอยู่ในแถบทวีปยุโรป และทวีปเอเชีย
(จากการขุดพบซากฟอสซิล) ลำตัวสูง 2 เมตร ความกว้างของเขา 4 เมตร / มนุษย์สมัยก่อนใช้เขาของมันเป็น

เครื่องประดับในบ้าน กวางไอริชถูกกำจัด จนสูญพันธ์เรียบร้อย ด้วยฝีมือของมนุษย์และ

จากัยน้ำแข็ง เมื่อ 11,000 ปีมาแล้ว มันมักอาศัยอยู่กันเป็นฝูง ระดับดีเอ็นเอที่รักษาไว้ได้อยู่ที่ 3/5 เคยอาศัยอยู่ที่ยุโรป

สัตว์ที่น่าอุ้มบุญได้คือกวาง แต่ความเหมาะสมอยู่แค่ 2/5 เพราะขนาดต่างกัน

Posted Image

Posted Image


Posted Image

Posted Image

Posted Image

Posted Image

Posted Image

Posted Image



http://www.youtube.com/watch?v=A3Ssl97cFb0






#2854952 นร. >>>>>>>>> นี่คือสัตว์ 10 ชนิดที่มีพิ...

Posted by 2Devil on 21 April 2014 - 01:03 AM

อันดับ 6 Stonefish - ปลาหิน


พบได้ทั่วไปในท้องทะเลของโลก..ถ้ามีการจัดประกวดความอัปลักษ์ผมเชื่อว่าเจ้านี่จะต้องติดอันดับอย่างแน่นอน
และในเรื่องพิษมันได้ชื่อว่าเป็นปลาที่มีพิษร้ายแรงที่สุดในโลก พิษของปลาหินนี้จะอยู่ในหนามของตัวมันเอง
มีคนบอกว่า ถ้าคุณโดนมันแทงเข้าละก้อ คุณจะได้ลิ้มรสความเจ็บปวดเท่าที่มนุษย์คนหนึ่งจะเจ็บได้เลยทีเดียว
หลังจากอาการเจ็บสุดขั้วผ่านพ้นไป สิ่งที่จะตามมาก็คือร่างกายคุณจะเป็นอัมพาต และลาจากโลกนี้ไปในที่สุด

ปลาที่มีพิษร้ายเเรงที่สุดในโลก ถ้าหนามของมันเเทงคุณคุณจะเจ็บปวดเเบบที่ไม่เคยรู้สึกเจ็บมาก่อนเลย

เจ็บมาก พอหายเจ็บคุณจะเป็นอัมพาตเเละตายในที่สุด


Posted Image



Posted Image


Posted Image

Posted Image

Posted Image

Posted Image

Posted Image

Posted Image


http://www.youtube.com/watch?v=lAR5FyZGZb4




#2854917 นร. >>>>>>>>> นี่คือสัตว์ 10 ชนิดที่มีพิ...

Posted by 2Devil on 21 April 2014 - 12:48 AM

อันดับที่ 7 The Brazilian wandering spider -แมงมุมบราซิล

คนที่เป็นโรคกลัวแมงมุมบางคนอาจตายจากอาการช็อคก่อนที่จะโดนมันกัดเสียอีก
แมงมุมบราซิลหรือแมงมุมกล้วย ได้รับการบันทึกลงในกินเนสเวิลด์เรคคอรด์ว่าเป็นแมงมุมที่มีพิษร้ายแรงที่สุดในโลก
พิษของมันมีฤทธิ์ทำลายประสาท พวกมันจะอันตรายอย่างมาก เพราะโดยนิสัยของมันแล้วมันชอบแอบอยู่ตามรองเท้า
ตู้เสื้อผ้า แม้กระทั่งในรถยนต์ พิษของมันถ้าโดนกัดนอกจากจะทำให้เจ็บปวดอย่างมากแล้ว มันจะทำให้อวัยวะเพศของเราควบคุมไม่ได้
(เลื้อยได้เหมือนงู?) และ ถ้ารอดตายจากการโดนมันกัด มันก็จะทำให้เราเสื่อมสมรรถาพทางเพศซึ่งทรมานยิ่งกว่าตายหลายเท่านัก
(มันฆ่าคุณไม่ได้ แต่มันจะพาความเป็นชายคุณลงนรกไปแน่ๆ)

ถ้าถูกกัด น้องชายของคุณจะใช้การไม่ได้ไปตลอดชีวิต เสื่อมสมรราพทางเพศ


Posted Image


Posted Image


Posted Image


Posted Image


Posted Image


Posted Image


Posted Image




http://www.youtube.com/watch?v=1v6_nXLahuc







#2854901 นร. >>>>>>>>> นี่คือสัตว์ 10 ชนิดที่มีพิ...

Posted by 2Devil on 21 April 2014 - 12:41 AM

อันดับที่ 8 Inland Taipan snake - งูไทปันโพ้นทะเล


งูไทปันถูกพบได้มากในทวีปออสเตรเลีย เป็งูที่มีพิษร้ายแรงมาก พิษที่มันปล่อยออกมาจากการกัดหนึ่งครั้ง
สามารถฆ่าคนได้ถึง 100 คน หรือหนู 250000 ตัว พิษของมันสามารถฆ่าคนได้ายใน 45 นาที
แต่อย่างไรก็ตาม งูไทปันเป็นงูที่ค่อนข้างขี้อาย ไม่เคยมีการบันทึกว่ามีคนตายจากพิษของมัน

พิษของมันฆ่าคนายใน 45 นาที เเละ การปล่อยพิษของมันเเค่ 1 ครั้ง ฆ่าคนได้ 100คน
หนู 2 เเสน 5 หมื่นตัว


Posted Image

Posted Image



Posted Image




Posted Image


Posted Image


Posted Image



http://www.youtube.com/watch?v=HXh0rLQPK5g