T-PAGEANT.COM: ตำนานพญานาค >>> เพิ่มเติม ป่าคำชะโนด - T-PAGEANT.COM

Jump to content


GD AD AD nk

ATIME

AD AD AD AD AD AD AD

AD AD AD AD AD AD
AD AD AD AD AD AD AD AD
AD



ข่าวสารจากทางเวบ

สวัสดี สมาชิก ชาว T-pageant ณ บอร์ดใหม่ ทุกท่านนะครับ กรุณาอ่านเพื่อประโยชน์และการใช้งานที่มีประสิทธิภาพ
1.ระบบสมาชิกจะไม่เชื่อมโยงจากระบบเก่า ขอให้ทุกท่านที่เพิ่งเข้ามาสมัครสมาชิกใหม่(ถ้าใช้ชื่อเดิมจะดีมากเพราะเราจำสมาชิกเก่าได้ทุกคน)
2. ระบบการใช้งานของเว็บบอร์ดรูปแบบใหม่ รองรับ Browser ที่เป็น IE8 ขึ้นไป แต่เราขอแนะนำ Firefox หรือ Chrome ในการใช้งาน หากไม่มีขอให้ไปทดลองโหลดมาใช้งานได้ ที่นี่
3. สมาชิกที่มีความประสงค์จะเข้าใช้งานใน member zone และ t-zapp กรุณาอ่าน ที่นี่
4. หากมีปัญหาในการใช้งาน กรุณาติดต่อมายัง Webmaster ที่อีเมล์ t_pageant@hotmail.com


ข้อความที่ท่านได้อ่านในเว็บเพจนี้ เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเว็บไซต์แห่งนี้ ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย
และ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรองด้วยตัวเอง



Admin Team

  • 2 Pages +
  • 1
  • 2
  • You cannot start a new topic
  • You cannot reply to this topic

ตำนานพญานาค >>> เพิ่มเติม ป่าคำชะโนด Complete !!!

#1 User is online   Gilderoy Lockhart 

  • Best Charming Smile
  • PipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPip
  • Group: Zap2012
  • Posts: 5,534
  • Joined: 19-December 10
  • LocationHogwarts School

Posted 08 January 2011 - 02:12 PM


ตำนานพญานาค


Posted Image

พญานาค นาค หรืองูใหญ่มีหงอน ถือเป็นสัญลักษณ์แห่งความยิ่งใหญ่ ความอุดมสมบูรณ์ ความมีวาสนา และนาคยังเป็นสัญลักษณ์ของบันไดสายรุ้งสู่จักรวาล พญานาคยังเป็น เทพเจ้าแห่งท้องน้ำ บางแห่งก็ว่าเป็นเทพเจ้าแห่งฟ้า มักเรียกกันว่า พญานาคของพวกนาค และยังมีชื่อที่เรียกกันเป็นอย่างอื่นก็มากเช่น ุชงค์ วาสุกิ หรือวาสุกรี นาค นาคา อนันตนาคร หรือเศษนาค (อนัตนาคราช) เป็นต้น

Posted Image

ตำนานความเชื่อเรืองพญานาคมีความเก่าแก่มาก ดูท่าว่าจะเก่ากว่าพุทธศาสนาอีกด้วย สืบค้นได้ว่ามีต้นกำเนิดมาจากอินเดียใต้ ด้วยเหตุจากูมิประเทศทางอินเดียใต้เป็นป่าเขาจึงทำให้มีงูอยู่ชุกชุม และด้วยเหตุที่งูนั้นลักษณะทางกายาพ คือมีพิษร้ายแรง งูจึงเป็นสัตว์ที่มนุษย์ให้การนับถือว่ามีอำนาจ ชาวอินเดียใต้จึงนับถืองู

Posted Image

พญานาค เป็นสัตว์เทวะชนิดหนึ่งในเทพนิยายและตำนานพื้นบ้าน บ้างก็ว่าเป็นสัตว์ในป่าหิมพานต์ มีความเชื่อเรื่องพญานาคแพร่หลายในูมิาคต่างๆ ทั่วทวีปเอเชีย โดยเรียกชื่อต่างๆ กัน

Posted Image

ต้นกำเนิดความเชื่อเรื่องพญานาคน่าจะอยู่ที่อินเดีย ด้วยมีนิยายหลายเรื่องเล่าถึงพญานาค โดยเฉพาะในมหากาพย์มหาารตะ ซึ่งถือเป็นปรปักษ์ของพญาครุฑ ส่วนในตำนานพุทธประวัติ ก็เล่าถึงพญานาคไว้หลายครั้งด้วยกัน

Posted Image

ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังมีตำนานเรื่องพญานาคอย่างแพร่หลาย ชาวบ้านในูมิาคนี้มักเชื่อกันว่าพญานาคอาศัยอยู่ในแม่น้ำโขง หรือเมืองบาดาล และเชื่อกันว่าเคยมีคนเคยพบรอยพญานาคขึ้นมาในวันออกพรรษาโดยจะมีลักษณะคล้ายรอยของงูขนาดใหญ่ และเมื่อไปเล่นน้ำในแม่น้ำโขงควรยกมือไหว้เพื่อเป็นการสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์

Posted Image

Posted Image


ลักษณะของพญานาคตามความเชื่อในแต่ละูมิาคจะแตกต่างกันไป แต่พื้นฐานคือพญานาคนั้นมีลักษณะตัวเป็นงูตัวใหญ่มีหงอนสีทองและตาสีแดง เกล็ดเหมือนปลามีหลายสีแตกต่างกันไปตามบารมี บ้างก็มีสีเขียว บ้างก็มีสีดำ หรือบ้างก็มี 7 สี

Posted Image

ที่สำคัญคือ นาคตระกูลธรรมดาจะมีเศียรเดียว แต่ตระกูลที่สูงขึ้นไปนั้นจะมีสามเศียร ห้าเศียร เจ็ดเศียรและเก้าเศียร

Posted Image

Posted Image

Posted Image

Posted Image

Posted Image


นาคจำพวกนี้จะสืบเชื้อสายมาจาก พญาเศษนาคราช (อนันตนาคราช) ผู้เป็นบัลลังก์ของพระวิษณุนารายณ์ปรมนาท (พระวิษณุ หรือพระนารายณ์) ณ เกษียณสมุทร

Posted Image

นาคนี้ปรากฏในที่หลายแห่งว่า ตัวยาวอย่างงู มีหงอนเป็นอันงาม แม้แต่ในปทานุกรมก็ยังแปลไว้ว่างูหงอน ในรามายณะ พญานาคเคยทำตัวเป็นบัลลังก์ให้กับพระวิษณุ (พระนารายณ์) ที่บรรทมอยู่ในเกษียรสมุทร ในปางมัสยาวตาร พญานาคเคยเป็นเชือกผูกเรือของท้าวสัตยพรต หรือ พระมนูไววัสวัต ไว้กับกระโดงปลาใหญ (นารายณ์) เมื่อคราวน้ำท่วมโลก

Posted Image

ในปางกูรมาวตาร พญานาคก็ต้องไปเป็นเชือกพันกับูเขามันทระ สำหรับเทวดาและอสูรดึงไปดึงมาเพื่อใหู้เขานั้นหมุนหวังผลในการทำน้ำอมฤต

Posted Image

นอกจากพญานาคจะเป็นแท่นบรรทมของพระนารายณ์กลางเกษียณสมุทรแล้ว พญานาคยังเคยเป็นสังวาลของพระอิศวร

Posted Image

และเคยเป็นลูกศรของอินทรชิต เรียกว่า ศรนาคบาศ ซึ่งพระพรหมเป็นผู้ประทานให้ การที่ศรจะมีอานุาพมากนั้นต้องใช้พิษของพญานาค กล่าวคือ อินทรชิตจะต้องตั้งปรัมพิธีชุบศรนาคบาศในโพรงไม้โรทัน จากนั้นเมื่อนาคคายพิษใส่ศรครบ 7 วัน ศรจะมีอานุาพร้ายแรง สามารถเอาชนะได้ทั้ง 3 โลก คือ สวรรค์ มนุษย์ และบาดาล แต่สุดท้ายแล้วอินทรชิตก็ไม่สามารถทำพิธีชุบศรได้สำเร็จเนื่องจากชมพูวราชแปลงร่างเป็นหมีมากัดโพรงไม้โรทันโค่นเสียก่อน เหล่านาคที่กำลังคายพิษอยู่นั้นคิดว่าครุฑมาจึงพากันเลื้อยหนีไปหมด แต่ถึงแม้ว่าศรนี้จะชุบไม่สำเร็จแต่ก็ยังมีอานุาพร้ายแรง สามารถใช้เรียกนาคจำนวนมากให้มากให้พ่นพิษใส่คู่ต่อสู้ได้ แต่อย่างไรก็ตามแม้ว่าศรนาคบาศจะมีอานุาพร้ายแรงเพียงใด แต่ก็มีอานุาพน้อยกว่าศรพลายวาตของพระราม ซึ่งใช้เรียกพญาครุฑ

Posted Image

ยังมีปรากฎรามายณะ หรือรามเกียรติ อีกว่าพญาอนัตนาคราช ซึ่งที่เป็นที่ประทับของพระวิษณุหรือพระนารายณ์นั้น ได้อวตารมาเกิดเป็นพระลักษณ์ โดยมีรูปกายสีทอง

Posted Image

ในาพคือ พระลักษณ์ พระราม นางสีดา เรียกจากซ้ายไปขาว และด้านล่างคือ หนุมาน ทหารเอกของพระราม

Posted Image

ครั้งที่อินทรชิตแผลงศรนาคบาศไปต้องพระลักษมณ์ พระอนุชาของพระราม นาคจึงขึ้นมาพันกายและคายพิษใส่พระลักษณ์ ซึ่งจากความเชื่อนี้ แสดงให้เห็นว่า พญานาคสามารถเลื้อยแทรกแผ่นดินขึ้นมาได้

Posted Image

ความเชื่อเกี่ยวกับคุณลักษณะ และคุณสมบัติของพญานาค

พญานาค หรือ งูใหญ่มีหงอน ในตำนานของฝรั่ง หรือชาวตะวันตก ถือว่าเป็นตัวแทนของกิเลส ความชั่วร้าย ตรงข้ามกับชาวตะวันออก ที่ถือว่า งูใหญ่ พญานาค มังกร เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ พลังอำนาจ ชาวฮินดูถือว่า พญานาคเป็นผู้ใกล้ชิดกับเทพองค์ต่างๆ เป็นเทพเจ้าแห่งน้ำ เช่น อนันตนาคราช ที่เป็นบัลลังก์ของพระนารายณ์ตรงกับความเชื่อของลัทธิพราหมณ์ ที่เชื่อว่า นาค เป็นเทพแห่งน้ำ เช่นปีนี้ นาค ให้น้ำ 1 ตัว แปลว่า น้ำจะมาก จะท่วมที่ทำการเกษตร ไร่นา ถ้าปีไหน นาคให้น้ำ 7 ตัว น้ำจะน้อย ตัวเลขนาคให้น้ำจะกลับกันกับเหตุการณ์ เนื่องจาก ถ้านาคให้น้ำ 7 ตัว น้ำจะน้อยเพราะนาคกลืนน้ำไว้ ตามความหมายที่เข้าใจกันมาว่า นาคตัวยาวๆ อย่างงู ในบาลีลิปิกรม ว่า มีหน้าเป็นคน หางเป็นงู เป็นพวกกึ่งเทวดา เมืองที่อยู่เรียกว่า บาดาล ซึ่งเข้าใจกันว่าอยู่ใต้แผ่นดินที่เราอยู่กันในปัจจุบันนี้

Posted Image

พญานาค คือ งูใหญ่มีหงอน เป็นสัญลักษณ์แห่งความยิ่งใหญ่ ความอุดมสมบูรณ์ ความมีวาสนา และ บันไดสายรุ้งสู่จักรวาล เป็นผู้มีอิทธิฤทธิ์ จากการจำศีล บำเพ็ญาวนา ศรัทธาในพุทธศาสนา ไม่เบียดเบียนผู้อื่น เราจะพบเห็น เป็นรูปปั้นหน้าโบสถ์ ตามวัดต่างๆบันไดขึ้นสู่วัดในพุทธศาสนา าพเรื่องราวที่เกี่ยวข้อง กับศาสนาพุทธอีกมากมาย

Posted Image

Posted Image


พญานาค เป็นสัตว์มหัศจรรย์ ที่มีคุณสมบัติพิเศษ คือ สามารถแปลงกายได้ พญานาค มีอิทธิฤทธิ์ และมีชีวิตใกล้กับคน พญานาคมีทั้งที่เกิดจากครร์ และจากไข่ มีอิทธิฤทธิ์สามารถบันดาลให้เกิดคุณและโทษได้ และสามารถแปลงเป็นมนุษย์ได้ เช่น คราวที่แปลงเป็นคนมาขอบวชกับพระพุทธเจ้า พญานาคสามารถเกิดได้ทั้งบนบกและในน้ำ ในหนังสือไตรูมิพระร่วง กล่าวถึงนาคที่ชื่อ ถลชะ ที่แปลว่า เกิดบนบก จะเนรมิตกายได้เฉพาะบนบก และนาคชื่อ ชลซะ แปลว่า เกิดจากน้ำ จะเนรมิตกายได้เฉพาะในน้ำเท่านั้น

Posted Image

Posted Image


พญานาค ถึงแม้จะเนรมิตกายเป็นอะไร แต่ในสาวะ 5 อย่างนี้ จะต้องปรากฎเป็นงูใหญ่เช่นเดิม คือ ขณะเกิด ขณะลอกคราบ ขณะสมสู่กันระหว่างนาคกับนาค ขณะนอนหลับ โดยไม่มีสติ และที่สำคัญ ตอนตาย ก็กลับเป็นงูใหญ่เหมือนเดิม พญานาค มีพิษร้าย สามารถทำอันตรายผู้อื่นได้ด้วยพิษ ถึง 64 ชนิด ซึ่งตามตำนานกล่าวว่า สัตว์จำพวกงู แมงป่อง ตะขาบ คางคก มด ฯลฯ มีพิษได้ ซึ่งก็ด้วยเหตุที่ นาคคายพิษทิ้งไว้ แล้วพวกงูไปเลีย พวกที่มาถึงก่อนก็เอาไปมาก พวกมาทีหลัง เช่น แมงป่อง กับ มด ได้พิษน้อย แค่เอาหาง เอากันไปป้ายเศษพิษ จำพวกนี้จึงมีพิษน้อย และพญานาคต้องคายพิษทุก 15 วัน

Posted Image

พญานาค อาศัยอยู่ใต้ดิน หรือบาดาล ในไตรูมิพระร่วง กล่าวว่า ที่ที่นาคอยู่นั้นลึกลงไปใต้ดิน 1 โยชน์ หรือ 16 กิโลเมตร มีปราสาทราชวังที่วิจิตรพิสดารไม่แพ้สวรรค์ ที่มีอยู่ถึง 7 ชั้น เรียงซ้อนๆ กัน ชั้นสูงๆ ก็จะมีความสุขเหมือนสวรรค์ พญานาค สามารถผสมพันธุ์กับสัตว์ชนิดอื่นได้ แปลงกายแล้วผสมพันธุ์กับมนุษย์ได้ เมื่อนาคตั้งท้องจะออกลูกเป็นไข่เหมือนงู มีทั้งพันธุ์เศียรเดียว 3, 5 และ 7 เศียร สามารถขึ้นลง ตั้งแต่ใต้บาดาลพื้นโลก จนถึงสวรรค์ ในทุกตำนานมักจะกล่าวถึงนาคที่ขั้น-ลง ระหว่างเมืองบาดาล กับเมืองสวรรค์ ที่จะแปลงกายเป็นอะไรตามที่คิด ตามสาวะเหตุการณ์นั้นๆ จะเห็นว่า พญานาค หรือ งูใหญ่ นั้นมีความเป็นมาและถิ่นที่อยู่เป็นส่วนในพหนึ่งต่างหาก จะมีเป็นบางครั้งที่มนุษย์สามารถมองเห็นได้ พญานาค เป็นทั้งเอกลักษณ์ของความดี และความไม่ดี

Posted Image

ตามตำนานอุปปาติกะว่า พญานาคนี้เป็นโอรสพระกัศยปเทพบิดร และนางกัทรุเป็นมารดา บุตรของพระทักษะประชาบดี ส่วนเมืองที่อยู่ที่เรียกว่าบาดาลนั้น ตามวิษณุปุราณะ และปัทมปุราณะว่ามีถึงเจ็ดชั้น เรียงลำดับซ้อนๆ กันลงไป คือ 1อตล มีผู้ครองชื่อมหามายะ 2. วิตล ผู้ครองชื่อหาตเกศวร 3. สุตล ผู้ครองชื่อท้าวพลี 4. ตลาตล ผู้ครองชื่อมายุ 5 มหาตล ว่าเป็นที่อยู่ของพวกนาค 6. รสาตล เป็นที่อยู่ของพวกแทตย์และทานพ 7. ปาตาล นี้แหละที่เราเรียกว่าบาดาล เป็นที่อยู่ของวาสุกรีนาคราช ปรากฏตามคัมีร์ว่า เมืองบาดาลนี้ ในชั้นสูงๆ มีความสนุกสนานปานกับเมืองสวรรค์ และก็หาใช่ว่าจะอยู่แต่นาคพวกเดียวก็หาไม่ ยังมีรพวกแทตย์และทานพ อันเป็นเหล่ากอของพระกัศยปะกับนางทิติ ได้เป็นผู้ครองอยู่ก็หลายชั้น พวกนาคแท้ๆ คงได้อยู่ในชั้นที่ 5 กับชั้นที่ 7 เท่านั้น

Posted Image

ในความเชื่อบางส่วนเชื่อว่า พญานาค เป็นราชาแห่งงู จัดเป็นเดรัจฉานด้วย เพราะมีลำตัวไปทางขวางและไม่สามารถบรรลุธรรมได้ แต่ก็จัดอยู่ฝ่ายสุคติูมิ อยู่สวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกา นาคแบ่ง ออกเป็น 4 ตระกูลใหญ่ คือ ตระกูลวิรูปักษ์ พญานาคตระกูลสีทอง ตระกูลเอราปถ พญานาคตระกูลสีเขียว ตระกูลฉัพพยาปุตตะ พญานาคตระกูลสีรุ้ง และตระกูลกัณหาโคตมะ พญานาคตระกูลสีดำ

Posted Image

พญานาคเกิดได้ทั้ง 4 แบบ คือ แบบโอปปาติกะเกิดแล้วโตทันที แบบสังเสทชะ เกิดจากเหงื่อไคล สิ่งหมักหมม แบบชลาพุชะเกิดจากครร์ แบบอัณฑชะเกิดจากฟองไข่ พญานาคชั้นสูงเกิดแบบโอปปาติกะ เป็นชนชั้นปกครอง ที่อยู่ของพญานาคมีตั้งแต่ในแม่น้ำ หนอง คลอง บึงต่างๆ ในอากาศ จนไปถึงสวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกา พวกพญานาคอยู่ ในการปกครองของท้าววิรูปักษ์ ผู้ปกครองสวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกาด้านทิศตะวันตก ท้าววิรูปักษ์ เป็นมหาราชของพวกนาค เป็นโลกบาลครองทิศปัจจิม ด้านทิศตะวันตก มีปราสาททิพย์อยู่บนยอดเขายุคนธรทางด้านตะวันตก มีพาหนะเป็นช้างทิพย์ชื่อ โสมนัส เหล่านาคจะคอยขับกล่อมบำเรอด้วยดนตรีทิพย์อยู่ตลอดเวลา พระโอรสมีมากถึง 91 องค์ โดนตามตำนานกล่าวว่า เหตุที่มาเกิดเป็นพญานาคเพราะทำบุญเจือด้วยราคะ

Posted Image

พญานาค ในประวัติศาสตร์

ในพงศาวดารเขมร กล่าวว่าในราวพุทธศตวรรษที่ 6 พระทองเป็นโอรสกษัตริย์เขมร ก็เคยได้แต่งงานกับพระธิดาพญานาค มีนามว่า นางทาวดี ถึงมีโอรสด้วยกัน ชื่อพระเกตุมาลา และได้สืบกษัตริย์ครองประเทศเขมรกันต่อๆ มา อีกสามราชวงศ์กษัตริย์

Posted Image

กระทั่งถึงสมเด็จพระอุทัยราชก็มีมเหสีเป็นนาค คราวนี้ออกลูกครั้งแรกเป็นไข่ เอาไปทิ้ง คือฝังทรายไว้ ถึงคราวนายคงเคราซึ่งเป็นส่วยน้ำ นำน้ำในทะเลชุบศรเมืองลพบุรไปส่ง ได้พบไข่นี้ฟักเป็นคน จึงเก็บมาเลี้ยงไว้ ให้ชื่อว่านายร่วง แต่นางนาคตนนี้ออกลูกครั้งที่สอง หาตกเป็นฟองไม่ เป็นมนุษย์ทีเดียว โอรสผู้นี้ายหลังมีนามว่าพระเจ้าปทุมสุริยวงศ์ ได้เป็นกษัตริย์เขมรที่มีเดชานุาพมาก

Posted Image

พญานาค กับความเชื่อเกี่ยวกับที่เกี่ยวพันกับชีวิต สายน้ำ ธรรมชาติ

ตามความเชื่อของชาวพุทธ เทวดาแห่งน้ำ คือ วรุณและสาคร ที่ต่างก็เป็นจอมแห่งนาคราช นอกจากที่เกี่ยวข้องกับน้ำบนโลกแล้ว นาคยังเกี่ยวข้องกับน้ำในสวรรค์อีกด้วย คนโบราณเชื่อว่า สายรุ้ง กับ นาค เป็นอันเดียวกัน ที่เชื่อมระหว่างโลกมนุษย์กับโลกสวรรค์ข้างหนึ่งของรุ้งจะดูดน้ำจากพื้นโลกขึ้นไปข้างบน เมื่อถึงจุดที่สูงสุดก็จะปล่อยน้ำลงมาเป็นฝนที่มีลำตัวของนาคเป็นท่อส่ง

Posted Image

ในตำนานสิงหนวัติ กล่าวว่า เมื่อเจ้าเมืองสิงหนวัติอพยพคนมาจากทางเหนือ พญานาคแปลงกายมาช่วยชี้ที่ตั้งเมืองใหม่ และขอให้อยู่ในทศพิธราชธรรม พอตกกลางคืนก็ขึ้นมาสร้างคูเมือง 4 ด้าน เป็น เมืองนาคพันธุ์สิงหนวัติ ต่อมาเมื่อยกทัพปราบเมืองอื่นได้ และรวมดินแดนเข้าด้วยกัน จึงเปลี่ยนชื่อเป็น แคว้นโยนกนาคราช ที่เห็นได้ชัดก็คือ ที่ปราสาทพนมรุ้ง จะมีคูเมืองที่เป็นสระน้ำ 4 ด้าน รอบปราสาทและมี พญานาค อยู่ด้วย ตามความเชื่อของคนสมัยโบราณ นาคจะมีความหมายเป็นอย่างอื่นไม่ได้นอกจากน้ำ เช่น การสร้างศาสนสถานไม่ว่าจะเป็นอุโบสถ นาคที่ราวบันได จึงมี พญานาค ซึ่งตามความเป็นจริง (ความเชื่อ) การสร้างต้องสร้างกลางน้ำ เพื่อให้ดูเหมือนว่าศาสนสถานนั้นลอยอยู่เหนือน้ำ แต่ก็ไม่ต้องสร้างจริงๆ เพียงแต่มีสัญลักษณ์ พญานาค ไว้ เช่น ที่ปราสาทพนมรุ้ง จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นต้น

Posted Image

แม้เกี่ยวกับชีวิตมนุษย์ ก็จะมีอยู่ในราศีเกิด เช่นของคนนักษัตรปีมะโรง ที่มีความหมายถึง ความยิ่งใหญ่และพลังอำนาจ ที่มี พญานาค เป็นสัญลักษณ์

นาคให้น้ำ
พญานาค เป็นสัญลักษณ์แห่งธาตุน้ำ "นาคให้น้ำ" เป็นเกณฑ์ที่ชาวบ้านรู้และเข้าใจดี ที่ใช้วัดในแต่ละปี จำนวนนาคให้น้ำมีไม่เกิน 7 ตัว ถ้าปีไหนอุดมสมบูรณ์มีน้ำมากเรียกว่า "นาคให้น้ำ 1 ตัว" แต่หากปีไหนแห้งแล้งเรียกว่าปีนั้น "มีนาคให้น้ำ 7 ตัว" จะวัดกลับกันกับจำนวนนาค ก็คือที่น้ำหายไป เกิดความแห้งแล้งนั้นก็เพราะ พญานาคเกี่ยงกันให้น้ำ แต่ละตัวจึงกลืนน้ำไว้ในท้องไม่ยอมพ่นน้ำลงมา

Posted Image

โดยในาพเป็นาพปฏิทินปี ๒๕๔๔ ของธนาคารออมสิน มีนาคให้น้ำในปีนั้น ที่สะท้อนคติความเชื่อเรื่องเกี่ยวกับการให้น้ำของนาค แสดงให้เห็นว่า นาคเป็นสัญลักษณ์ของน้ำ และเป็นสิ่งที่โยงนาคกับธาตุน้ำโดยตรง

อิทธิพลของพญานาคกับคนไทย
เรามักจะเห็นสัญลักษณ์ที่เกี่ยวกับนาคได้เสมอ ในงาน จิตรกรรม ประติมากรรม และหัตถกรรม นาคเป็นส่วนประกอบที่สำคัญทางสถาปัตยกรรม โดยเฉพาะตามอาคารวัดต่างๆ หลังคาอาคารที่สร้างขึ้นสำหรับสถาบันพระมหากษัตริย์ และสถานบันศาสนสถาน ตามคตินิยมที่ว่า นาคยิ่งใหญ่คู่ควรกับสถาบันอันสูงส่ง เช่น นาคสะดุ้ง ที่ทอดลำตัวยาวตามบันได นาคลำยอง ที่ทำเป็นป้านลมหลังคาโบสถ์ ที่ต่อเชื่อมกับนาคสะดุ้ง นาคเบือน นาคจำลอง และนาคทันต์ คันทวยรูปพญานาค

Posted Image

พญานาค กับตำนานในพระพุทธศาสนา

ตามตำนาน พญานาค มีอยู่ก่อนสมัยพระพุทธเจ้าแล้ว ดังเช่น ในปางพุทธาวตาร หรือในสมัยพระสมณโคดมบรมพุทธะ ก็มีเรื่องนาคมาเกี่ยวข้องเป็นหลายคราว เช่น ในอดีตกาลทศชาดกปางูริทัตต์ องค์พระโพธิส้ตว์ของเรายังได้เคยถือกำเนิดเป็นนาค ชื่อ ทัตตกุมาร บิดาชื่อ ธตรฐ เป็นพญานาค มารดาชื่อ สมุททชา เป็นมนุษย์ คือ เป็นธิดาท้าวพรหมทัต กรุงพาราณสี ได้ขึ้นมาบำเพ็ญศีลบนฝั่งแม่น้ำยมุนา แล้วถูกอาลัมพายน์หมองูจับเอาตัวไป

Posted Image

ครั้งหนึ่งเมื่อพระพุทธองค์ทรงลอยถาดทอง อันนางสุชาดาถวายพร้อมด้วยมธุปายาส ณ แม่น้ำเนรัญชรา ก็ว่า ถาดนั้นได้จมลงไปอยู่เมืองนาค พญากาฬุชคินทร์ซึ่งเป็นผู้ครอง ซึ่งหลับไหลมาตั่งแต่สมัยพระพุทธเจ้าในอดีต และจะตื่นทุกครั้งที่ได้ยินเสียงถาดเมื่อได้ยินเสียงถาดกระทบกัน ในกาลนี้ก็เช่นเดียวกัน เมื่อพญากาฬุชคินทร์ได้ยินเสียงถาดกระทบกันจากการลอยของพระมหาบุรุษก็ตื่นนอนขึ้นครั้งหนึ่ง และรู้ได้ว่าพระพุทธเจ้าองค์ใหม่เกิดในโลกแล้ว พญากาฬุชคินทร์งัวเงียแล้วงึมงำว่า "เมื่อวานนี้พระชินสีห์ (หมายถึงพระกัสสปพุทธเจ้า) อุบัติในโลกพระองค์หนึ่งแล้ว ซ้ำก็บังเกิดขึ้นอีกพระองค์หนึ่งเล่า" หลังจากลุกขึ้นมาไหว้พระพุทธเจ้าพระองค์ที่เกิดใหม่ แล้วก็หลับต่อไปอีก

Posted Image

หลังจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้ธรรมพิเศษแล้ว ได้เสด็จไปตามเมืองต่างๆ เพื่อแสดงธรรมเทศนา มีครั้งหนึ่งได้เสด็จออกจากร่มไม้อธุปปาลนิโครธ ไปยังร่มไม้จิกชื่อ "มุจลินท์" ทรงนั่งเสวยวิมุตติสุข อยู่ 7 วัน คราวเดียวกันนั้นมีฝนตกพรำๆ ประกอบไปด้วยลมหนาวตลอด 7 วัน ได้มีพญานาคชื่อ "มุจลินท์" เข้ามาวงด้วยขด 7 รอบพร้อมกับแผ่พังพานปกพระผู้มีพระาคเจ้า เพื่อจะป้องกันฝนตกและลมมิให้ถูกพระวรกาย หลังจากฝนหายแล้ว คลายขนดออก แปลงเพศเป็นมานพมายืนเฝ้าที่เบื้องพระพักตร์ ด้วยความศรัทธาอย่างแรงกล้า

Posted Image

ความเชื่อดังกล่าวทำให้ชาวพุทธสร้างพระพุทธรูปปางนาคปรก แต่มักจะสร้างแบบพระนั่งบนตัวพญานาค ซึ่งดูเหมือนว่าเอาพญานาคเป็นบัลลังก์ เพื่อให้เกิดความสง่างาม และทำให้คิดว่า พญานาค คือ ผู้คุ้มครองพระศาสดา

Posted Image

เมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จขึ้นไปโปรดพระมารดาบนดาวดึงส์ ครบ 3 เดือน เมื่อเสด็จกลับโลกมนุษย์ พญานาคได้เนรมิตบันไดแก้ว เงิน ทอง เสด็จลงมา มนุษย์ เทวดา พญานาค ได้ฉลองสมโชด้วยการจุดบั้งไฟถวาย โดยเฉพาะเหล่าพญานาค ดังนั้นต่อมาเหล่าพญานาคจึงได้ถือเอาวันออกพรรษาเป็นวันสำคัญ

Posted Image

ในสมัยพระพุทธเจ้า มีพญานาคตนหนึ่งนั่งฟังธรรมเทศนาของพระพุทธเจ้าแล้วได้เกิดศรัทธา จึงได้แปลงกายเป็นมนุษย์ขอบวชเป็นพระิกษุ แต่อยู่มาวันหนึ่งเข้านอนในตอนกลางวัน หลังจากหลับแล้วมนต์ได้เสื่อมกลายเป็นงูใหญ่ จนพระิกษุรูปอื่นไปเห็นเข้า ต่อมาพระพุทธเจ้าทรงทราบจึงให้พระิกษุนาคนั้นสึกออกไป เพราะเป็นสัตว์เดรัจฉาน นาคตนนั้นผิดหวังมาก จึงขอถวายคำว่า นาค ไว้ใช้เรียกผู้ที่เข้ามาขอบวชในพระพุทธศาสนา เพื่อเป็นอนุสรณ์ในความศรัทธาของตน

Posted Image

Posted Image


ต่อจากนั้นมาพระพุทธเจ้าจึงทรงบัญญัติไม่ให้สัตว์เดรัจฉาน ไม่ว่าจะเป็นนาค ครุฑ หรือสัตว์อื่นๆ บวชอีกเป็นอันขาด เพราะก่อนที่อุปัชฌาย์จะอุปสมบทให้แก่ผู้ขอบวชจะต้องถาม อันตรายิกธรรม หรือข้อขัดข้องที่จะทำให้ผู้นั้นบวชเป็นพระิกษุไม่ได้ รวม 8 ข้อเสียก่อน ในจำนวน 8 ข้อนั้น มีข้อหนึ่งถามว่า "ท่านเป็นมนุษย์หรือเปล่า"

คำว่า "นาค" ในบาลีลิปิกรม และ ปทานุกรม แปลไว้ว่า ประเสริฐ ในสมัยสมเด็จกรมพระยาวชิรญาณฯ ได้เคยทรงไว้ในพระพุทธประวัติ โดยเข้าพระทัยว่านาคไม่ใช่งู และคงจะเป็นพวกที่นับถือเทวรูปนาคปรก ได้แก่ พวกชฎิลกัสสปะสามพี่น้อง บางท่านเห็นว่า นาคนี้เก่งที่สุด ถึงกับปรากฎว่าเอาสตางค์โยนลงไปในน้ำ พวกนี้สามารถที่จะว่ายและดำไปหยิบสตางค์ชูให้ดูได้ก่อนที่สตางค์จะจมลงถึงท้องทะเล มีอยู่ในนครศรีธรรมราช ปัตตานี ที่เขาเรียกกันว่าชาวน้ำ หรือชาวเล าษามลายู เรียก ชะลัง

Posted Image

Posted Image

Posted Image


พญานาค...สะพาน (สายรุ้ง) ที่เชื่อมโลกมนุษย์กับสวรรค์ หรืออีกชื่อหนึ่งก็คือ โลกศักดิ์สิทธิ์ ความเชื่อที่ว่า พญานาค กับ รุ้ง เป็นอันเดียวกัน ก็คือสะพานเชื่อมโลกมนุษย์กับสวรรค์นั่นเอง
นาคสะดุ้ง...ที่ราวบันไดโบสถ์นั้นได้สร้างขึ้นตามความเชื่อถือ "บันไดนาค" ก็ด้วยความเชื่อดังกล่าว แม้ตอนที่พระพุทธเจ้าเสด็จลงมาจากดาวดึงส์ ก็โดยบันไดแก้วมณีสีรุ้ง ที่เทวดาเนรมิตขึ้นและมีพญานาคจำนวน 2 ตน เอาหลังหนุนบันไดไว้ หรือแม้แต่ ตุง ของชาวล้านนา และพม่า ก็เชื่อกันว่าคลี่คลายมาจากพญานาค และหมายถึงบันไดสู่สวรรค์

Posted Image

ความเชื่อของชาวฮินดู ก็ถือว่า นาคเป็นสะพานเชื่อมาวะปกติ กับที่สถิตของเทพ ทางเดินสู่วิษณุโลก เช่น ปราสาทนครวัด จึงทำเป็น พญานาคราช ที่ทอดยาวรับมนุษย์ตัวเล็กๆ สู่โลกแห่งความศักดิ์สิทธิ์ หรือก็บั้งไฟของชาวอีสานที่ทำกันในงานประเพณีเดือนหก ก็ยังทำเป็นลวดลาย และเป็นรูปพญานาค พญานาคนั้นจะถูกส่งไปบอกแถนบนฟ้าให้ปล่อยฝนลงมา

Posted Image

Posted Image


ความเชื่อเกี่ยวกับ พญานาค ในดินแดนต่างๆ ของไทย

าคเหนือ
มีตำนานเกี่ยวกับพญานาคอยู่เช่นกัน ดังในตำนานสิงหนวัติซึ่งเป็นตำนานเก่าแก่ของทางาคเหนือเอง "เมื่อเจ้าเมืองสิงหนวัติอพยพคนมาจากทางเหนือ พญานาคแปลงกายมาช่วยชี้ที่ตั้งเมืองใหม่ และขอให้อยู่ในทศพิธราชธรรม พอตกกลางคืนก็ขึ้นมาสร้างคูเมืองเป็นเมืองนาคพันธุ์สิงหนวัติ ต่อมายกทัพปราบเมืองอื่นได้และรวมดินแดนเข้าด้วยกันจึงเปลี่ยนชื่อเป็น แคว้นโยนกนคร ต้นวงศ์ของพญามังรายผู้ก่อกำเนิดอาณาจักรล้านนานั่นเอง"

Posted Image

าคตะวันออกเฉียงเหนือ
นาคล้วนมีส่วนร่วมในตำนานอย่างชัดเจน เช่น ผู้คนที่อาศัยอยู่บริเวณลุ่มแม่น้ำโขงเชื่อว่า แม่น้ำโขงเกิดจากการแถตัวของพญานาค นอกจากนี้ยังรวมถึงบั้งไฟพญานาค โดยมีตำนานว่าในวันออกพรรษาหรือเป็นวันที่พระพุทธเจ้าเสด็จจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ พญานาคแห่งแม่น้ำโขงต่างชื่นชมยินดี จึงเฮ็ด (จุด) บั้งไฟถวายการเสด็จกลับของพระพุทธเจ้าจนกลายเป็นประเพณีทุกปี

Posted Image

และเนื่องจากเชื่อว่าพญานาคเป็นเจ้าบาดาล เป็นผู้ให้กำเนิดน้ำ ดังนั้นเมื่อชาวนาจะทำพิธีแรกไถนา จึงต้องดูวัน เดือน ปี และทิศที่จะบ่ายหน้าควายเพื่อไม้ให้ควายลากไถไปในทิศที่ทวนเกร็ดนาค ไม่อย่างนั้นการทำนาจะเกิดอุปสรรคต่างขึ้น

ลูกไฟแดงอมชมพู ที่พุ่งขึ้นจากแม่น้ำโขง สู่ท้องฟ้าในวันออกพรรษา ที่บริเวณเขต อ.โพนพิสัย เห็นจนชินและเรียกสิ่งนี้ว่า "บั้งไฟพญานาค" เพราะลูกไฟที่ว่านี้จะเป็นลูกไฟ สีแดงอมชมพู ไม่มีเสียงไม่มีควัน ไม่มีเปลว ขึ้นตรง ไม่โค้งและตกลงมาเหมือนลูกไฟทั่วไป จะดับกลางอากาศ สังเกตได้ง่ายจากลูกไฟทั่วไป จะเกิดขึ้นในเขตตั้งแต่ บริเวณค่าย ตชด.(อ่างปลาบึก), วัดหินหมากเป้ง อ.ศรีเชียงใหม่, ท่าน้ำวัดหลวง ต.วัดหลวง เรื่อยลงไปจนถึง เขตบ้านน้ำเป กิ่ง อ.รัตนวาปี แต่ก่อนจะเห็นเกิดขึ้นเฉพาะท่าน้ำวัดหลวง, วัดจุมพล, วัดไทย และท่าน้ำวัดจอมนาง อ.โพนพิสัยแต่ทุกวันนี้จะเห็นเกิดที่บ้านน้ำเป, บ้านท่าม่วง, ตาลชุม, ปากคาด และ แก่งอาฮง อ.บึงกาฬ

Posted Image

ก่อนนี้คน อ.โพนพิสัย เห็นแล้วเฉยๆ เพราะเห็นประจำทุกปีในวันออกพรรษา ผู้เขียนสมัยเมื่ออายุยังน้อย เมื่อปี 2508 (เป็นคน อ.โพนพิสัย) เมื่อวันออกพรรษา ได้ไปนั่งดูอยู่ที่ท่าน้ำวัดไทย อ.โพนพิสัย และได้ลงเรือไปไหลเรือไฟด้วย เมื่อไหลเรือไฟมาถึงบริเวณท่าน้ำวัดหลวงก็จะเริ่มเห็นลูกไฟดังกล่าวพุ่งขึ้นจากแม่น้ำโขง ขึ้นสูงไม่เกิน 2-3 วา นานๆ จะพุ่งขึ้นที จะขึ้นก็ต่อเมื่อประชาชนบนฝั่งเวียนเทียนเสร็จ เงียบ ลูกไฟถึงจะขึ้นให้เห็น แต่ทุกวันนี้ เมื่อ 18.00 น. ก็ขึ้นแล้วขึ้นสูงถึง 200-300 เมตร และขึ้นแต่ละทีก็มากด้วย ตั้งแต่ 5-20 ลูกติดต่อกัน

Posted Image

สังเกตว่า ลูกไฟนี้หากขึ้นกลางโขงจะเบนเข้าหาฝั่ง หากขึ้นใกล้ฝั่งจะเบนออกกลางโขง ลูกไฟนี้จะขึ้นเฉพาะวันออกพรรษาเท่านั้น แต่ถ้าหากวันพระไทยไม่ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ ของลาว ลูกไฟนี้ก็จะไม่ขึ้น ปีไหน (วันออกพรรษา) ตรงกันทั้งไทย และ ลาว ลูกไฟนี้จะขึ้นมาก เชื่อกันว่าที่ เขต อ.โพนพิสัย มีเมืองบาดาล อยู่ใต้พื้นดินและเป็นทางออกสู่เมืองมนุษย์ เรียกว่า เป็นเมืองหน้าด่านจึงมีบั้งไฟพญานาค เกิดขึ้นเป็นประจำที่นี้ ส่วนเมืองหลวงนั้นอยู่ที่ แก่งอาฮง อ.บึงกาฬ ที่ว่าอย่างนั้นเพราะที่แก่งอาฮง เมื่อหน้าแล้งจะมีสะดือแม่น้ำโขง ตลอดความยาวของแม่น้ำโขง ที่ไหลผ่านหลายประเทศ ตรงที่ลึกที่สุดก็อยู่ที่แก่งอาฮง เมื่อหน้าแล้ง ชาวประมงวัดโดยใช้เชือกผูกก้อนหินหย่อนลงไปได้ 99 วา ที่นี้จะมีลูกไฟขึ้นเป็นสีเขียวนวล บ่อยครั้งที่ชาวลุ่มแม่น้ำโขงต้องเสียชีวิตลงในระหว่างการเดินทางทางน้ำ พวกเขาเชื่อว่าเป็นการกระทำผิดต่อเจ้าแม่สองนาง หรือ เทพเจ้าทางน้ำ จึงถูกลงโทษเหตุนี้เรียกว่า "เงือกกิน" "เงือก, งู" เป็นสิ่งเดียวกันกับพญานาค แต่พญานาคนั้นมีพเป็นที่อยู่อีกมิติหนึ่ง สามารถแปลงร่างได้หลายชนิด แปลงกายเป็นมนุษย์ หรือ อะไรก็ได้ เพียงแค่คิดเท่านั้นรูปร่างก็เปลี่ยนไปแล้ว จึงได้ปรากฏอยู่บ่อยๆ ว่ามีคนเห็นงูใหญ่ หรือเห็นคนเดินลงไปในน้ำ หรือหลายครั้งที่มีคนพบรอยประหลาดแต่ก็เชื่อว่าเป็นรอยพญานาคที่เกิดขึ้นในเขต อ.โพนพิสัยหรือที่อื่นๆ แม้แต่กลางกรุงเทพ ฯ ก็เคยเกิดขึ้นมาแล้ว แต่หากคิดว่าทำไมและเกิดขึ้นได้อย่างไรนั้น และทำไมจะต้องเกิดขึ้นเฉพาะในวันออกพรรษาเท่านั้น และจะต้องตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ ของลาวจึงเชื่อได้ว่าพญานาค มีสัญชาติเชื้อชาติ ลาว ถึงแม้จะเกิดขึ้นทางฝั่งไทยก็ตาม

Posted Image

นับว่าเป็นเรื่องเหลือเชื่อ และเป็นสิ่งมหัศจรรย์แห่งลุ่มแม่น้ำโขงที่แท้จริง เพราะลูกไฟประหลาดหรือที่เรียกว่า "บั้งไฟพญานาค" นี้เกิดขึ้นเฉพาะในเขต จ.หนองคายเท่านั้น ตามแนวแม่น้ำโขง ไม่มีขึ้นที่อื่นแม้จะอยู่ตามริมแม่น้ำโขงเช่นกัน จึงนับได้ว่าหนองคายกับเวียงจันทน์ สมัยก่อนนั้นการปกครองและการสร้างเมืองโดยพญานาค จึงได้รับอิทธิพลนี้เช่นกัน ถึงแม้ว่าจะถูกแยกการปกครอง และแยกประเทศออกจากกัน แต่ในความเป็นจริงทางูมิศาสตร์ก็เป็นพื้นที่เดียวกัน ตำนานประเพณีต่างๆ ของคนแถบลุ่มแม่น้ำโขง จะเกี่ยวข้องกับพญานาคกันทั้งนั้น เพราะพญานาค หมายถึง ความอุดมสมบูรณ์ทางการเกษตร และความเป็นอยู่ของมนุษย์

Posted Image

จุดที่เกิดบั้งไฟพญานาค

:: ในเขตอำเอสังคม บริเวณหน้าที่ว่าการอำเอสังคม, อ่างปลาบึก บ้านผาตั้ง อำเอสังคม

:: ในเขตอำเอศรีเชียงใหม่ วัดหินหมากเป้ง ต.พระพุทธบาท

:: ในเขตอำเอเมือง บ้านหินโงม ตำบลหินโงม อำเอเมือง, หน้าสถานีตำรวจูธรตำบลบ้านเดื่อ ตำลบบ้านเดื่อ อำเอ เมือง หนองคาย

:: ในเขตอำเอโพนพิสัย ปากห้วยหลวง ตำบลห้วยหลวง อำเอโพนพิสัย, ในเขตเทศบาลตำบลจุมพล หน้าวัดไทย วัดจุมพล วัดจอมนาง ตำบลจุมพล อำเอโพนพิสัย หนองสรวง อำเอโพนพิสัย, เวินพระสุก ท่าทรายรวมโชค ตำบลกุดบง อำเอโพนพิสัย, บ้านหนองกุ้ง ตำบลกุดบง อำเอโพนพิสัย

:: ในเขตกิ่งอำเอรัตนวาปี ปากห้วยเป บ้านน้ำเป ตำบลน้ำเป กิ่งอำเอรัตนวาปีบ้านท่าม่วง,วัดเปงจาเหนือ กิ่งอำเอรัตนวาปี

:: ในเขตอำเอปากคาด บ้านปากคาดมวลชล ห้วยคาด อำเอปากคาด

:: ในเขตอำเอบึงกาฬ วัดอาฮง ตำบลหอคำ อำเอบึงกาฬ

ที่อื่นๆ นอกจาก 14 แห่งนี้ที่อื่นก็อาจจะมีขึ้นบ้าง นอกจากในลำน้ำน้ำโขงแล้วตามห้วย หนองคลองบึง สระน้ำ กลางทุ่งนาที่มีน้ำขัง แม้แต่บ่อบาดาลที่ชาวบ้านขุดเพื่อเอาน้ำมาใช้ ในเขตจังหวัดหนองคาย ก็มีบั้งไฟพญานาคขึ้นเป็นที่น่าอัศจรรย์

ปี 2542 เกิดมากที่สุด ที่ชายตลิ่ง หน้าสถานี ตำรวจูธรตำบลบ้านเดื่อ ห่างจาก อ.เมือง หนองคาย เพียง 15 กม.

พญานาคกับตำนานปรัมปราของไทย

เหตุที่พระสุกจมน้ำ ที่เวินสุก บ้านหนองกุ้ง อำเอโพนพิสัย
มีการเล่าขานถึงความศรัทธาของพญานาคว่า เหล่าพญานาค นั้นเป็นผู้ที่มีความเคารพ และศรัทธาในพระพุทธเจ้ามาก หลังจากที่มีการสร้างพระพุทธรูปขึ้นที่เมืองล้านช้าง ประเทศลาว ความทราบถึงเหล่าพญานาค ที่อยู่เมืองบาดาล จึงได้แปลงกายขึ้นไปขอพระพุทธรูปกับเจ้าเมืองล้านช้าง โดยเจาะจงขอเอาพระสุก เพื่อไปไหว้สักการะบูชา ที่เมืองบาดาล ปกติเหล่าพญานาคเป็นผู้ที่ถือศีลแปดเคร่งครัดมาก พญานาค จะไม่ทำร้ายใคร ส่วนมนุษย์ตายในน้ำที่ว่าเงือกกินนั้น เงือกก็คือ พญานาค ชั้นเลว ประพฤติตนเกเร จึงชอบทำร้ายมนุษย์ตามน้ำ ในปัจจุบันนี้พระสุกก็ยังจมอยู่ในแม่น้ำโขง ที่ที่เชื่อกันว่าเป็นที่อยู่อาศัยของเหล่า พญานาค ในเมืองบาดาล เวินสุกอยู่ตรงข้ามกับบ้านหนองกุ้ง อำเอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย ตรงนั้นเป็นบริเวณปากน้ำงึมไหลลงมาออกแม่น้ำโขง เป็นแม่น้ำสองสี

Posted Image

Posted Image


จนถึงขณะนี้พระสุก ยังคงจมอยู่ใต้ลำน้ำโขง (ในาพบน คือ พระสุก องค์จำลอง ในวัดหลวง จังหวัดหนองคาย ซึ่งองค์จริงได้จมน้ำหา่ยไปในขณะอัญเชิญมายังประเทศไทย) ซึ่งได้เคยมี พิธีอัญเชิญพระสุกขึ้นจากน้ำ โดยมีชาวบ้านและพระิกษุหลายรูปเห็นเหตุการณ์ในขณะที่พิธีอัญเชิญเริ่มขึ้น พระสุกที่ค่อยๆ ลอยโผล่พ้นน้ำขึ้นมาเองได้ประมาณหน้าอกขององค์พระ แต่แล้วก็กลับจมลงไปอีก สรุปคือ ไม่สามารถอัญเชิญขึ้นมาได้ แม้ต่อมามีความพยายามทำพิธีอัญเชิญอีก แต่ก็ไม่ประสบผลสำเร็จ นอกจากนี้แล้วยังมีเรื่องแปลกเกิดขึ้นที่ายในเจดีย์ อันเป็นที่ประดิษฐาน องค์พระสุกจำลอง คือ บริเวณเพดานายในเจดีย์เหนือองค์พระสุก มีน้ำหยดลงมาตลอดเวลา ซึ่งไม่ทราบว่าน้ำดังกล่าวมาจากไหน เจ้าอาวาสวัดหลวง จังหวัดหนองคาย ได้ให้ช่างขึ้นไปสำรวจดูบริเวณยอดเจดีย์ว่ามีรอยรั่วหรือมีน้ำขังอยู่หรือไม่ เนื่องจากเกรงว่าจะทำให้ยอดเจดีย์ทรุด และทำให้พื้นเจดีย์ได้รับความเสียหาย แต่ก็ไม่ปรากฏว่ามีน้ำขังอยู่ และไม่มีรอยรั่วรอยร้าวใดๆ เกิดขึ้น ซึ่งสร้างความแปลกประหลาดใจเป็นอย่างยิ่ง ช่างหลายคนพยายามที่จะหาวิธีแก้ไขแต่ก็ไม่หาย ซึ่งในปัจจบันก็ยังไม่มีใครทราบว่าน้ำดังกล่าวมาจากไหน และหยดลงมาได้อย่างไร จนกระทั่งได้มีการพาร่างทรงมาประทับทรง โดยร่างทรงกล่าวว่า "เหตุที่มีน้ำหยดเกิดขึ้นตลอดเวลานั้นเนื่องจาก มีพญานาคตนหนึ่ง นำน้ำมาหล่อเลี้ยงและปกปักรักษาองค์พระพุทธรูปหลวงพ่อพระสุกอยู่ ไม่ให้เกิดเหตุเทัยขึ้น"

Posted Image

เป็นที่น่าประหลาดว่า บริเวณที่ประดิษฐานองค์พระสุกจำลอง เป็นยอดเจดีย์ซึ่งปิดมิดชิด ไม่ใช่หลังคา น้ำจะรั่วเข้าไปได้อย่างไร

Posted Image

จะเห็นว่า เพดานเป็นรอยรั่วรอยใหญ่ เนื่องจากน้ำซึมลงมามากจนรอยรั่วขนาดใหญ่ โดยได้มีการพยายามซ่อมแซมหลายครั้งแต่ก็ไม่เป็นผล

Posted Image

จะเห็นว่า น้ำซึมตลอดเวลา ไม่เพียงเฉพาะฤดูฝนเท่านั้น ซึ่งยังไม่มีใครทราบว่าน้ำมากมายขนาดนี้มาจากไหน

Posted Image

บริเวณพื้นเปียกไปด้วยน้ำ สังเกตได้จากเงาบริเวณพื้น

Posted Image

โดยในปัจจุบันทางวัดได้นำบาตรมารองรับน้ำที่หยดลงมาจากเพดานเจดีย์ โดยเชื่อว่าเป็นน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์ ให้ผู้ที่มาสักการะได้ดื่มกิน หรือนำกลับไปบูชาเพื่อความเป็นสิริมงคล โดยบาตรน้ำมนต์นี้จะอยู่ทางขวาายในเจดีย์ และทางซ้ายก็มีโอ่งขนาดเล็กสำหรับเป็นที่พักน้ำที่หยดลงมา

เมืองพญานาค หรือเมืองบาดาล
ในเมื่อมีเมืองมนุษย์ หรือโลกมนุษย์ โลกสวรรค์ หรือเมืองสวรรค์ ก็ต้องมีเมืองบาดาล (เมืองพญานาค) สองเมืองนอกจากเมืองมนุษย์แล้วหลายคนก็คงต้องอยากไปเห็นแน่ วิสัยของมนุษย์ชอบในสิ่งที่ท้าทาย ยิ่งห้ามก็ยิ่งอยากพบ อยากเห็นเมืองบาดาลอยู่ใต้เมืองมนุษย์ลงไปในใต้ดิน 16 กิโลเมตร (ตามความเชื่อ) มีคำเล่าลือเกี่ยวกับเมืองบาดาลในเขต อำเอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย

พระพุทธเจ้าเสด็จเทวโลก
ครั้งหนึ่ง เมื่อพระพุทธเจ้าได้เสด็จพร้อมด้วยพระอรหันต์จำนวน 500 รูป เพื่อเสด็จไปยังเทวโลก ได้ผ่านวิมานของเหล่าพญานาค ที่กำลังมีการรื่นเริงกันอย่างสนุกสนาน ที่มี นันโทปนันทนาคราช เป็นประธานใหญ่ เมื่อเห็นคณะสงฆ์ผ่านไปเหนือวิมานจึงมีความโกรธมาก จึงได้ตรงไปยังเขาพระสุเมรุแปลงตนเป็นนาคขนาดใหญ่ พันโอบเขาพระสุเมรุด้วยขดถึง 7 รอบ แล้วแผ่พังพานบังชั้นดาวดึงส์เอาไว้ เพื่อไม่ให้พระพุทธเจ้าและพระสงฆ์ผ่านไปได้ และเมื่อเป็นดังนั้นได้มีพระอรหันต์หลายรูปอาสาปราบ แต่พระพุทธเจ้าไม่ทรงอนุญาต จน พระโมคคัลลานะ ผู้ซึ่งตามเสด็จไปด้วยอาสา พระองค์จึงทรงอนุญาต

Posted Image

ดังนั้น พระโมคคัลลานะ จึงได้แปลงกายเป็นนาคราชขนาดใหญ่กว่าถึงเท่าตัว พันเอานาคนันโทปะนันทะนาคราช เอาไว้ด้วยขดถึง 14 รอบ นาคราชทนไม่ไหวบันดาลให้ไฟลุกขึ้น พระโมคคัลลานะ ก็ให้เกิดไฟขึ้นเช่นกัน ไฟของนันโทปะนันทะนาคราชสู่ไม่ไหว จึงถามว่า "ท่านผู้เจริญ ท่านเป็นใคร" ตอบว่า "เราคือโมคคัลลานะ ศิษย์ของตถาคต" นันโทปะนันทะนาคราช จึงบอกว่า ท่านจงคืนร่างกลับเป็นพระเหมือนเดิมเถิด แต่ด้วยนิสัยของผู้รู้ว่า นันโทปะนันทะนาคราช เป็นคนไม่ยอมแพ้ใครง่ายๆ จึงได้แปลงกายให้เล็กนิดเดียว สามารถเข้ารูหู รูจมูกได้ แล้วเข้าไปตามรูต่างๆ จน นันโทปะนันทะนาคราช ทนไม่ไหว และนันโทปะนันทะนาคราช สู้ไม่ได้จึงหนีไป พระโมคคัลลานะ จึงแปลงร่างเป็นพญาครุฑไล่ติดตามไป เมื่อหนีไม่พ้นจึงแปลงร่างเป็นมาณพหนุ่ม ยอมแพ้พระโมคคัลลานะและที่สุดจึงยอมให้พระพุทธเจ้าพร้อมพระอรหันต์ผ่านไปแต่โดยดี

Posted Image

ใต้เมืองโพนพิสัย
ลักษณะของอำเอโพนพิสัย จังหวัดหนองคายที่ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขง ด้านหัวเมืองจะมีลำห้วยหลวงไหลออกมา เรียกว่า ปากห้วยหลวง ตรงข้ามกับอำเอโพนพิสัย คือ บ้านโดน ที่ขึ้นกับเมืองปากงึม ทุกวันนี้มีเรื่องเล่าขานเกี่ยวกับเมืองบาดาลที่เชื่อว่าอยู่ใต้อำเอโพนพิสัย ว่า ในหน้าแล้งจะมีหาดทรายขึ้นกลางแม่น้ำโขง

Posted Image

แต่บริเวณอำเอโพนพิสัยหาดทรายนี้จะขึ้นอยู่ฝั่งลาว บริเวณบ้านโดน วันหนึ่งในหน้าแล้งตอนเที่ยงวัน ได้มีหญิงสาวชาวบ้านโดนคนหนึ่ง ได้ลงมาตักเพื่อไปดื่ม โดยมีกระป๋องน้ำ (หาบครุ) ลงมาที่หาดทราย เพราะบริเวณนั้นมีน้ำออกบ่อ (น้ำริน) เมื่อลงมาแล้วได้หายไป ชาวบ้านลงมาเห็นแต่กระป๋องน้ำ (หาบครุ) พ่อ แม่ ต่างก็ตามหากันแต่ไม่พบ จนครบ 7 วัน เมื่อไม่เห็นลูกสาว และคิดว่าลูกสาวคงจมน้ำตายแล้ว จึงได้พร้อมกับญาติพี่น้อง ชาวบ้านจัดทำบุญอุทิศให้ ในตอนกลางคืนก็มีหมอลำสมโช จนเวลาต่อมาเวลาประมาณเที่ยงคืน ลูกสาวคนที่เข้าใจว่าจมน้ำตาย ก็ปรากฎตัวขึ้นที่บ้าน ขณะที่ชาวบ้านกำลังฟังหมอลำกันอยู่ ทำให้ญาติพี่น้องแตกตื่นกันเป็นอย่างมาก บางคนก็วิ่งหนีเพราะคิดว่าเจอผีหลอกเข้า สุดท้ายลูกสาวจึงได้เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้ฟัง หลังจากที่ตั้งสติได้ และแล้วญาติพี่น้องก็เข่ามาร่วมวงนั่งฟัง หญิงสาวเล่าให้ทุกคนฟังว่า "วันนั้นอากาศร้อนมาก น้ำดื่มหมดโอ่ง เมื่อลงไปเพื่อจะตักน้ำ เมื่อวางกระป๋องน้ำ (หาบครุ) ปรากฎว่าเห็นมีหมู เหมือนกับว่าได้ยกเท้าหน้าเรียกให้เข้าไปหา ตนได้เดินเข้าไปหา แล้วหมูตัวนั้นก็บอกว่าให้หลับตา จะพาลงไปเมืองบาดาล พอหลับตาได้สักครู่ หมูตัวนั้นก็บอกให้ลืมตา เมื่อลืมตาขึ้นปรากฎว่าตนมาอยู่อีกเมืองหนึ่ง ซึ่งมีลักษณะเหมือนกับเมืองมนุษย์ มีดิน มีบ้านเรือนเรียงรายกันอยู่ แต่จะมีแปลกก็ตรงที่ ทุกคนจะนุ่งผ้าแดง และมีผ้าพันศีรษะเป็นสีแดงเหมือนกัน โดยด้านหน้าจะปล่อยให้ผ้าแดงห้อยลงเหมือนกับหัวงู เมื่อเดินตามชายคนนั้น (กลับร่างหมู กลายเป็นคน) ก็มีชาวบ้านถามกันว่า นำมนุษย์ลงมาทำไม (เพราะกลิ่นมนุษย์ต่างกับเมืองบาดาล) ชายคนนั้นก็บอกว่าพามาเที่ยวดูเมือง ได้เดินไปเรื่อยๆ เมื่อแหงนหน้ามองดูท้องฟ้ากลับปรากฎว่าเป็นสีน้ำตาลอ่อนๆ เหมือนสีขุ่นๆ ของน้ำ ชายคนนั้นได้บอกว่า นี่เป็นเมืองบาดาล และเป็นเมืองหน้าด่าน ส่วนตัวเมืองหลวงนั้นยังอยู่อีกไกล และชาวเมืองจะมีงานสมโชเมื่อถึงวันออกพรรษาของเมืองมนุษย์ ซึ่งถือว่าตลอด 3 เดือน ที่เข้าพรรษานั้นเหล่าชาวเมืองที่นี่ก็จะจำศีลปฏิบัติธรรมเพื่อเป็นการบูชาพระพุทธเจ้า หลังจากที่เดินชมเมืองอยู่ไม่นาน ชายคนนั้นก็ได้นำขึ้นมาส่ง โดยการเดินมาทางเดิม ก็เป็นการเดินมาเรื่อยๆ แต่ได้ขึ้นมายืนอยู่บริเวณหาดทรายเหมือนเดิม แล้วก็ได้ขึ้นมาหาพ่อ แม่ นี้"

Posted Image

จากการเล่าของลูกสาว พ่อ แม่ ญาติพี่น้องจึงได้จัดงานทำบุญทำพิธีสู่ขวัญ เพื่อเป็นการต้อนรับขวัญให้กับลูกสาว ต่อมาอีก 7 วัน ลูกสาวก็ได้เจ็บป่วยและเสียชีวิตในที่สุด (เหตุการณ์นี้สอบถามได้จากผู้เฒ่า ผู้แก่ชาวโพนพิสัย คุ้มวัดศรีเกิดได้)

พญานาค กับแม่น้ำโขงและป่าคำชะโนด

Posted Image

ประเทศในแถบอุษาคเนย์ (เอเชียตะวันออกเฉียงใต้) ต่างก็มีตำนานเล่าขานเกี่ยวกับพญานาคแตกต่างกันออกไปดังที่ได้กล่าวมาบ้างแล้ว สำหรับประเทศไทย จังหวัดหนองคายถือเป็น "เมืองแห่งพญานาค" เพราะนอกจากจะมีคนพบร่องรอยของพญานาคในเมืองนี้อยู่บ่อยครั้งแล้ว ริมโขงเมืองหนองคาย-เวียงจันทน์ ยังมี "บั้งไฟพญานาค" ปรากฏการณ์มนัศจรรย์ที่เกิดขึ้นในคืนวันออกพรรษาของทุกๆ ปี ซึ่งมีชื่อเสียงไปไกล มีเรื่องเล่าสืบต่อกันมาว่า สุทโธเป็นพญานาคครองเมืองหนองกระแสครึ่งหนึ่ง และอีกครึ่งหนึ่งเป็นพญานาคเช่นเดียวกันปกครอง มีชื่อว่า สุวรรณนาค และมีบริวารฝ่ายละ 5,000 เช่นเดียวกัน ทั้งสองฝ่ายอยู่ร่วมกันด้วยความรัก ความสามัคคี เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน มีอาหารการกินก็แบ่งกันกิน มีการช่วยเหลือซึ่งกันและกันเป็นเพื่อนตายกันตลอดมา แต่มีข้อตกลงกันอยู่ข้อหนึ่งว่า ถ้าฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดออกไปหากินล่าเนื้อหาอาหารอีกฝ่ายหนึ่งไม่ต้องออกไปล่าเนื้อหาอาหาร เพราะเกรงว่าบริวารไพร่พลจะกระทบกระทั่งกันและอาจจะเกิดรบรากันขึ้น แต่ให้ฝ่ายที่ออกไปล่าเนื้อหาอาหารนำอาหารที่หามาได้แบ่งกันกินฝ่ายละครึ่ง การกระทำโดยวิธีนี้อยู่ด้วยกันอย่างสงบสุขตลอดมา

Posted Image

อยู่มาวันหนึ่งสุวรรณนาคพาบริวารไพร่พลออกไปล่าเนื้อหาอาหารได้ช้างมาเป็นอาหาร ได้แบ่งให้สุทโธนาคครึ่งหนึ่งพร้อมกับนำขนของช้างไปให้ดูเพื่อเป็นหลักฐานต่างฝ่ายต่างกินเนื้ออย่างอิ่มหนำสำราญด้วยกันทั้งสองฝ่าย และวันต่อมาอีกวันหนึ่งสุวรรณนาคได้พาบริวารไพร่พลออกไปล่าเนื้อหาอาหารได้เม่นมา สุวรรณนาคได้แบ่งให้สุทโธนาคครึ่งหนึ่งเหมือนเดิม พร้อมทั้งนำขนของเม่นไปให้ดู ปรากฎว่าเม่นตัวเล็กนิดเดียว แต่ขนของเม่นใหญ่ เม่นตัวเล็กเมื่อแบ่งเนื้อเม่นให้สุทโธนาคจึงต้องแบ่งให้น้อย สุทโธนาคได้พิจารณาดูขนเม่นเห็นว่าขนาดขนช้างเล็กนิดเดียวตัวยังใหญ่โตขนาดนี้ แต่นี่ขนใหญ่ขนาดนี้ตัวจะใหญ่โตขนาดไหน ถึงอย่างไรตัวเม่นจะต้องใหญ่กว่าช้างอย่างแน่นอน คิดได้อย่างนี้จึงให้เสนาอำมาตย์นำเนื้อเม่นที่ได้รับส่วนแบ่งครึ่งหนึ่งไปคืนให้สุวรรณนาคพร้อมกับฝากบอกไปว่า "ไม่ขอรับอาหารส่วนแบ่งที่ไม่เป็นธรรมจากเพื่อนที่ไม่ซื่อสัตย์" ฝ่ายสุวรรณนาคเมื่อได้ยินดังนั้น จึงได้รีบเดินทางไปพบสุทโธนาคเพื่อชี้แจงให้ทราบว่าเม่นถึงแม้ขนมันจะใหญ่โตแต่ตัวเล็กนิดเดียว ขอให้เพื่อนรับเนื้อเม่นไว้เป็นอาหารเสียเถิด สุวรรณนาคพูดเท่าไรสุทโธนาคก็ไม่เชื่อ ผลสุดท้ายทั้งสองฝ่ายจึงประกาศสงครามกัน

Posted Image

ฝ่ายสุทโธนาคซึ่งมีความโกรธเป็นทุนอยู่ตั้งแต่เห็นเนื้อเม่นอยู่แล้วจึงสั่งบริวารไพร่พลทหารรุกรบทันที ฝ่ายสุวรรณนาคจึงรีบเรียกระดมบริวารไพร่พลต่อสู้ทันทีเช่นเดียวกัน ตามการบอกเล่าสู่กันฟังมาว่าพญานาคทั้งสองรบกันอยู่ถึง 7 ปี ต่างฝ่ายต่างเมื่อยล้า เพราะต่างฝ่ายต่างหวังจะเอาชนะกันให้ได้ เพื่อจะครองความเป็นใหญ่ในหนองกระแสเพียงคนเดียวจนทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่บริเวณหนองกระแสและบริเวณรอบๆ หนองกระแสเกิดความเสียหายเดือดร้อนไปตามกัน เมื่อเกิดรบกันรุนแรงที่สุดจนทำให้พื้นโลกสะเทือนเกิดแผ่นดินไหวทั้งหมด เทวดาน้อยใหญ่ทั้งหลายเกิดความเดือดร้อนไปทั้งสามพ คือ บาดาล โลกมนุษย์และสวรรค์ พื้นโลกสะเทือนเกิดแผ่นดินไหวไปทั่ว ความเดือดร้อนจึงทราบถึงพระอินทร์ จึงได้เสด็จลงมายังโลกมนุษย์ที่หนองกระแส แล้วตรัสเป็นโองการให้ทั้งสองฝ่ายยุติการสู้รบกัน ให้ถือว่าทั้งสองฝ่ายเสมอกัน ไม่มีใครแพ้ใครชนะและให้สร้างแม่น้ำคนละสายออกจากหนองกระแส ใครสร้างถึงทะเลก่อนจะให้ปลาบึกไปอยู่ในแม่น้ำนั้น พญาสุทโธนาคจึงพาบริวารสร้างแม่น้ำมุ่งไปทางทิศตะวันออกของหนองกระแส เมื่อถึงตรงไหนมีูเขาขวางอยู่ แม่น้ำจะคดโค้งไปตามูเขา เพราะสุทโธนาคเป็นนาคใจร้อน แม่น้ำสายนี้เรียกว่า "แม่น้ำโขง" คำว่าโขง มาจากคำว่า โค้ง หรือไม่ตรงนั่นเอง

Posted Image

ส่วนสุวรรณนาค เมื่อได้รับโองการจึงพาบริวารไพร่พลอพยพออกจากหนองกระแส สร้างแม่น้ำมุ่งไปทางทิศใต้ พญาสุวรรณนาคเป็นนาคที่ใจเย็น พิถีพิถันและตรง การสร้างแม่น้ำจึงทำให้ตรง แม่น้ำนี้เรียกว่า "แม่น้ำน่าน" เป็นแม่น้ำที่ตรงกว่าแม่น้ำทุกสาย

Posted Image

ในการสร้างแม่น้ำแข่งขันกันในครั้งนั้นปรากฏว่าแม่น้ำโขงของสุทโธนาคสร้างเสร็จก่อนจึงเป็นผู้ชนะและมีปลาบึกอาศัยอยู่ในแม่น้ำโขงแห่งเดียวในโลก ตามตามราชโองการของพระอินทร์และสุทโธนาคได้เข้าเฝ้าพระอินทร์ทูลขอทางขึ้นลงระหว่างเมืองบาดาลกับโลกมนุษย์เอาไว้ 3 แห่ง พระอินทร์จึงทรงอนุญาตให้มีทางขึ้นลงได้ ดังนี้

1. ที่ธาตุหลวงนครเวียงจันทน์

Posted Image

2. ที่หนองคันแท

Posted Image

3. ที่พรหมประกายโลก (ที่คำชะโนด)

Posted Image

ส่วนที่ 1-2 เป็นทางขึ้นลงสู่เมืองบาดาลของพญานาคเท่านั้น ส่วนสถานที่ 3 ที่พรหมประกายโลกคือที่พรหมได้กลิ่นไอดิน (ตำนานพรหมสร้างโลก กล่าวว่า แต่เดิมเมื่อโลกอุบัติขึ้นในจักรวาล ยังไม่มีมนุษย์ แผ่นดินในสมัยนั้นบริสุทธิ์ บังเกิดง้วนดิน มีลักษณะเหมือนนมข้นที่เคี่ยวจนงวด ลอยอยู่เหนือพื้นน้ำ มีกลิ่นหอมหวาน รสประดุจดั่งน้ำผึ้ง พรหมซึ่งอยู่ในพรหมโลก มีร่างเป็นทิพย์ โปร่งใสสว่างในตัว เนื่องจากเป็นผู้ปฏิบัติธรรมระดับฌาณขึ้นไป ใช้ปิติ เป็นอาหาร แต่เมื่อได้กลิ่นง้วนดิน จึงลงมาสู่โลกมนุษย์ และกินง้วนดินนั้น เมื่อกินของที่หยาบกว่า ร่างกายก็ทึบแสง แสงสว่างก็หายไป สีผิวพรรณก็แตกต่างกันไป จึงเกิดการดูหมิ่น รังเกียจกัน ตั้งแต่บัดนั้นมา และพรหมเหล่านั้น ก็กลับพรหมโลกไม่ได้ ต่อมาอาหารที่ปราณีตอย่างง้วนดิน ก็เปลี่ยนไปเป็น กระบิดิน เครือดิน จนถึงข้าวสาลีไม่มีเปลือก ที่กินเท่าไหร่ ก็จะกลับปรากฏเท่าเดิม ไม่มีหมด ต่อมาความโลเกิดขึ้น มีการกักตุนอาหาร และหวงแหน แย่งชิง อาหารก็เปลี่ยนแปลง หยาบลงเรื่อยอีก ยิ่งกินของหยาบ จิตใจก็หยาบขึ้นไปเรื่อยๆ มีกิเลสครอบงำเพิ่มขึ้น และจิตใจเสื่อมทรามไป บางพวกคิดได้ ก็หันกลับมาปฏิบัติธรรม ยกระดับจิตใจของตนใหม่) แล้วพรหมเทวดาลงมากินดินจนหมดฤทธิ์กลายเป็นมนุษย์หรือผู้ให้กำเนิดมนุษย์ ให้สุทโธนาคไปตั้งบ้านเมืองครอบครองเฝ้าอยู่ที่นั่น ซึ่งมีต้นชะโนดหรือซะโนดขึ้นเป็นสัญลักษณ์ ลักษณะต้นชะโนดให้เอาต้นมะพร้าว ต้นหมากและต้นตาลอย่างละเท่าๆ กันผสมกัน ในเวลา 1 เดือนทางจันทรคติ ข้างขึ้น 15 ค่ำให้พญานาคสุทโธและบริวารกลายร่างเป็นมนุษย์ เรียกชื่อว่าเจ้าปู่ศรีสุทโธ และอีก 15 วันข้างแรม ให้พญานาคและบริวารกลายร่างเป็นนาคเรียกชื่อว่า พญานาคศรีสุทโธนับแต่นั้นมาจนถึงปัจจุบัน

Posted Image

ตั้งแต่บัดนั้นมาถึงกึ่งพุทธกาล นับแต่ปี พ.ศ.2500 ถอยหลังไป พี่น้องชาวบ้านม่วง บ้านเมืองไพร บ้านวังทอง อำเอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี จะไปพบเห็นชาวเมืองชะโนดไปเที่ยวงานบุญประจำปีหรือบุญมหาชาติที่ชาวบ้านเรียกว่าบุญพระเวท ทั้งผู้หญิงและผู้ชายอยู่บ่อยครั้งและบางทีจะเป็นผู้หญิงไปยืมเครื่องมือทอหูก (ฟืม) ไปทอผ้าอยู่เป็นประจำและปาฏิหาริย์ครั้งล่าสุดคือ ปี พ.ศ.2519 เกิดน้ำท่วมใหญ่ในที่ราบลุ่มแม่น้ำโขง (รวมทั้งท้องที่อำเอบ้านดุง) แต่น้ำไม่ท่วมคำชะโนด

Posted Image

เจ้าพ่อพญาศรีสุทโธได้จัดมีการแข่งเรือ และประกวดชายงามที่เมืองชะโนด นายคำตา ทองสีเหลือง ซึ่งเป็นชาวบ้านวังทอง ตำบลวังทอง อำเอบ้านดุง ได้บวชอยู่ที่วัดศิริสุทโธ (วัดโนนตูมและได้ถึงแก่มรณาพเมื่อ ปี พ.ศ.2533) ติดกับเมืองชะโนดได้เป็นผู้ได้รับคัดเลือกจากเจ้าพ่อพญาศรีสุทโธให้ไปประกวดชายงาม และบุคคลดังกล่าวเกิดความคลุ้มคลั่งอยู่ประมาณ 1 อาทิตย์ ญาติพี่น้องได้ทำการรักษาโดยใช้หมอเวทมนต์ (อีสานเรียกว่า หมอทำ) จัดเวรยามอยู่เฝ้ารักษาและในที่สุดได้หายไปนานประมาณ 6 ชั่วโมง แล้วได้กลับมาและได้เล่าเรื่องเมืองชะโนดให้พ่อแม่พี่น้องทั้งหลายฟังถึงความงามความวิจิตรพิสดารต่างๆ ของเมืองบาดาลให้ผู้สนใจฟัง

Posted Image

ปัจจุบันนี้คำชะโนดเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์มีชื่อเสียงในระดับประเทศ เรือตรี อนิวรรตน์ พะโยมเยี่ยม อดีตนายอำเอบ้านดุง ได้ชักชวนข้าราชการทุกฝ่ายตลอดทั้ง ตำรวจ อส. พ่อค้าประชาชนได้ทำสะพานทางเข้าเมืองชะโนด ตลอดทั้งปรับปรุงบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ เพื่อให้เป็นสถานที่เคารพสักการะของชาวอำเอบ้านดุงและจังหวัดอื่นและจนได้รับการคัดเลือกจากจังหวัดอุดรธานีให้นำน้ำจากบ่อศักดิ์สิทธิ์คำชะโนดไปร่วมงานพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 5 รอบ ณ มณฑลพระราชพิธีท้องสนามหลวงกรุงเทพมหานคร ในวันเสาร์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ.2530 และในปี พ.ศ.2533 นายมังกร มาเวียงปลัดอำเอบ้านดุง (หัวหน้าฝ่ายกิจการพิเศษ) ได้ชักชวนข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน ผู้มีจิตศรัทธาร่วมกันจัดทำบุญทอดผ้าป่าสร้างสะพานคอนกรีตเสริมเหล็ก เพื่อความมั่นคงแข็งแรงเข้าไปเมืองชะโนด

Posted Image

ป่าคำชะโนดกลายเป็นสถานที่เลื่องชื่อชั่วข้ามคืนก็เพราะเรื่องเล่า "ผีจ้างหนัง" (คนอีสานเรียก ผีบังบดหรือเมืองลับแล ไม่สามารถมองเห็นได้ทั่วไป นอกเสียจากว่าจะมีอะไรดลใจให้เห็น) อันสุดแสนมหัศจรรย์พันลึกที่เกิดขึ้น เมื่อบริษัทหนังเร่ชื่อก้องแห่งาคอีสานถูกว่าจ้างจากใครคนหนึ่งให้ไปฉายหนังกลางแปลงในหมู่บ้านวังทอง ด้วยจำนวนเงิน 4,000 บาท แต่มีข้อแม้คือ ต้องฉายจบแค่ตี 4 ของวันใหม่และให้ออกจากหมู่บ้านก่อนฟ้าสาง โดยห้ามหันหลังกลับมามอง 18 ปีล่วงผ่าน ดูเหมือนเรื่องเล่านี้ยังคงเป็นที่โจษขานสืบมา โดยเฉพาะในหมู่ชาว ต.วังทอง ผู้เชื่อมั่นและศรัทธาต่อผืนป่า เหตุการณ์ "ผีจ้างหนัง" จึงเป็นสิ่งที่พวกเขาคิดว่ามีอยู่จริง แม้อาจไม่มีน้ำหนักเพียงพอที่จะสามารถพิสูจน์ได้ที่นี่เคยเกิดเหตุการณ์ผีจ้างหนัง ชาวบ้านจากบ้านโนนเมือง ซึ่งมีบ้านอยู่ใกล้ๆ กับป่าคำชะโนด ได้เล่าด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า ตัวเขาคุ้นเคยกับป่าแห่งนี้ดีและเชื่อในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับบริษัทหนังเร่ เพราะอาจเป็นวันเฉลิมฉลองของเจ้าที่พอดีจึงเจอเข้าโดยบังเอิญ "ผมอยู่ที่นี่มาตั้งแต่เด็กๆ ไม่เคยเจออะไรผิดปกตินะ เพราะส่วนที่เป็นป่าใครก็ไม่กล้ารุกล้ำ แค่เดินเข้าไปนิดเดียวเจอน้ำแล้ว ถ้าไม่ใช่อำนาจของท่านทำขึ้น คนฉายหนังก็คงไม่สามารถไปตั้งจอหนังได้หรอก"

Posted Image

ชาวบ้านแถบนั่นเล่าว่า "หนังจะเริ่มฉายตั้งแต่หัวค่ำแล้วละ แต่ตอนนั้นไม่มีผู้คนมาดูเลย พอ 3 ทุ่ม ก็มีคนมาดูจำนวนเยอะมาก แต่ที่แปลกก็คือ ผู้หญิงจะนุ่งขาวห่มขาวนั่งอยู่ด้านหน้า ส่วนผู้ชายใส่เสื้อผ้าสีดำนั่งอีกข้าง และทั้งหมดก็นั่งกันสงบเรียบร้อยเหมือนไม่มีการเคลื่อนไหวตัวเลย ยิ่งกว่านั้นไม่ว่าจะฉายหนังอะไรก็ไม่มีการส่งเสียงเอะอะเหมือนหนังกลางแปลงทั่วไป ฉายหนังบู๊ก็เฉย ฉายหนังตลกก็เงียบ แต่ที่น่าแปลกคือ ในงานไม่มีร้านขายของกินของใช้ แม้แต่ร้านขายบุหรี่ก็ไม่มี" ถ้อยคำบางส่วนที่ ธงชัย แสงชัย เจ้าของบริษัทหนังเร่กล่าว ถ่ายทอดไว้ในปี พ.ศ.2532 จากประสบการณ์ตรงของลูกน้องที่โดนผีจ้างหนังไปฉาย

Posted Image

ป่าคำชะโนดเป็นชื่อที่ตั้งตามลักษณะูมิประเทศ เนื่องจากบริเวณนั้นมีต้นชะโนด (อยู่ในตระกูลเดียวกับปาล์ม คล้ายๆ ต้นตาล ต้นหมากหรือไม่ก็ต้นมะพร้าว แต่สูงกว่า) ขึ้นอยู่อย่างหนาแน่น มองไปทางไหนก็เห็นแต่ทิวชะโนดสูงเด่นเป็นสง่า – ปี พ.ศ.2520 เป็นครั้งแรกที่ชาวบ้านได้ทำการสำรวจจำนวนต้นชะโนดในป่าแห่งนี้ มีอยู่ราว 2,000 กว่าต้น จนมาถึงปี พ.ศ.2544 ชาวบ้านสำรวจอีกครั้งพบว่าต้นชะโนดลดลงเหลือเพียง 1,865 ต้น ถึงกระนั้นที่นี่ยังคงความเย็นชื้นและให้บรรยากาศวังเวงเหมือนเดิม ต้นชะโนด มีที่เดียวคือที่นี่ แต่ที่น่าแปลกใจคือ หากพ้นจากดงชะโนดแห่งนี้ไป ห่างกันแค่ไม่ถึง 300 เมตร ก็ไม่มีต้นชะโนดปรากฏให้เห็นแม้แต่ต้นเดียว นี่เองจึงทำให้ผืนดินราว 20 ไร่ ถูกตั้งฉายาให้เป็นป่าแห่งชะโนดขนานแท้

Posted Image

"เคยมีคนคิดเอาต้นชะโนดไปปลูกที่อื่นนะ แต่ไม่นานก็ต้องเอากลับมาคืนที่เดิม เพราะชีวิตการงานไม่ก้าวหน้า ชีวิตครอบครัวมีแต่ความเดือดร้อน ขนาดว่าแค่เอาเมล็ดหรือส่วนใดส่วนหนึ่ง อาจจะเป็นใบแห้งๆ ออกจากป่า สุดท้ายต้องเอามาคืนกันหมด" รูปล่างคือ เม็ดของต้นชะโนด

Posted Image

ที่นี่มีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า "วังนาคินทร์คำชะโนด" ที่มาก็คือมีบ่อน้ำอยู่กลางดงชะโนด เป็นบ่อน้ำขนาดเล็กๆ แต่กลับมีน้ำซึมออกมาตามธรรมชาติตลอดเวลา ทำให้ชาวบ้านเชื่อกันว่าบ่อน้ำประทานมาให้โดยพญานาคที่อาศัยอยู่ในบริเวณผืนป่า สำหรับบ่อน้ำในป่าคำชะโนดว่ากันว่าเป็นบ่อน้ำที่ความศักดิ์สิทธิ์อย่างมาก ชาวบ้านเชื่อกันอย่างนั้น มีหลายคนเคยลองอธิษฐานตรงหน้าบ่อน้ำก็ได้ตามประสงค์ บางคนเจ็บป่วยไปดื่มหรืออาบโรคร้ายก็หายเป็นปลิดทิ้ง สร้างความอัศจรรย์ใจยิ่งนัก แต่นั่นไม่ใช่ทุกคน อยู่ที่ความเชื่อมีมากน้อยแค่ไหน หลายคนไม่เชื่อแถมยังลบหลู่ ตักน้ำจากบ่อแล้วนำมาล้างเท้าแทนที่จะหายป่วยไข้กลับทุกข์ทรมานซ้ำหนักกว่าเดิม

Posted Image

Posted Image

Posted Image

Posted Image

Posted Image


เช่นเดียวกับใครที่อยากจะเข้าไปสัมผัสป่าลี้ลับคำชะโนดก็ต้องสำรวมและปฏิบัติตาม ข้อห้ามอื่นๆ เป็นต้นว่า ห้ามใส่รองเท้าทั่วทั้งบริเวณป่า หมวก แว่นตา ร่ม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่ ห้ามเด็ดขาด เพราะสิ่งเหล่านี้คือการดูถูกดูหมิ่นต่อผู้ปกปักรักษาผืนดิน ในสมัยก่อนมีความเชื่อว่า ห้ามใส่เสื้อสีแดงด้วยเข้าไปในบริเวณป่าคำชะโนด แต่ายหลังเมื่อหลวงตาคำ สิริสุทโธ เจ้าอาวาสวัดศรีสุทโธ วัดละแวกป่าคำชะโนด ได้ทำพิธีขอยกเว้น ายหลังก็ใส่ได้ เป็นคำกล่าวของ ทองหล่อ ตลิ่งชัน กำนันตำบลวังทอง

Posted Image

Posted Image

Posted Image

Posted Image


ความเชื่อเรื่องพญานาคของคนที่นี่นั้นอาจไม่แตกต่างจากชาวหนองคายที่เชื่อว่าพญานาคมีจริง บั้งไฟพญานาคเกิดจากอิทธิฤทธิ์ของเจ้าแห่งเมืองบาดาล ไม่ใช่ฝีมือของมนุษย์ธรรมดาเหมือนเมื่อครั้งถูกนำเสนอผ่านหนัง รวมถึงสื่อทีวีบางช่องเมื่อหลายปีก่อนโน้น ชาวบ้านละแวกป่าคำชะโนดก็คล้ายกัน พวกเขาสร้างทางเดินที่เชื่อมจากโลกายนอกกับผืนป่าอันศักดิ์สิทธิ์เข้าไว้ ด้วยรูปปั้นพญานาค 2 ตัว 7 เศียร นอนเลื้อยยาวไปจนสุดทางเดินราว 300 เมตร เพื่อสะท้อนถึงพลังอำนาจและบารมีของพญานาคราช กระทั่งในวันออกพรรษาขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ชาวบ้านก็มีความเชื่อว่าเป็นวันที่พญานาคจะขึ้นมาหายใจ ดวงไฟสีแดงที่ผุดกลางบ่อน้ำแล้วลอยขึ้นท้องฟ้า (คล้ายๆ กับบั้งไฟพญานาคผุดกลางลำน้ำโขงที่ จ.หนองคาย) นั่นละคือ ลมหายใจพญานาค ใครเห็นจะเป็นบุญของชีวิต

Posted Image

พญานาค แ้ท้จริงคือปลาชนิดหนึ่ง ???

ได้มีรูปาพของทหารอเมริกันกลุ่มหนึ่งยืนอุ้มปลาชนิดหนึ่ง ซึ่งถูกระบุว่าคือพญานาค ซึ่งาพนี้มีแหล่งที่มาจากประเทศลาว โดยมีคำบรรยายาษาลาว ว่า “บางพยาบา” หรือนางพญานาค ( Queen of Nagas ) รูปนี้ถ่ายเมื่อ วันที่ 27 มิ.ย. 2516 โดยทหารอเมริกันที่ตั้งฐานทัพอยู่ในประเทศลาว จับปลาชนิดหนึ่งได้ในแม่น้ำโขง ปลาตัวนี้วัดความยาวได้ ประมาณ 7.80 เมตร มีลำตัวยาวคล้ายงู มีเกล็ดเป็นประกายเลื่อม 7 สี มีหัวเหมือนม้า มีขนคอสีแดงดุจเปลวเพลิง และมีเลือดเป็นสีเขียวอ่อน ต่อมาได้มีข่าวลือว่า ทหารหลายคนกินเนื้อปลาตัวที่จับได้นี้ และทุกคนที่กินเนื้อปลาเข้าไป และจับปลาตัวนี้ได้ก็มีอันต้องตายตามกันไป แต่เป็นเรื่องเล่าที่ไม่มีแหล่งข้อมูลยืนยัน โดยในายหลังมีผู้อธิบายว่าคือปลาชนิดหนึ่ง

Posted Image

นานมาแล้วที่ชาวเรือเล่าลือถึง "มังกรทะเลลึก" (Dragons of The Deep) มีนิยายเก่าแก่บรรยายว่า "มังกรทะเลมีลำตัวยาวคล้ายงู หัวเหมือนม้า มีขนคอสีแดงดุจเปลวเพลิง" ชาวประมงเคยพบขณะแล่นเรือหาปลาในทะเล โดยนักวิทยาศาสตร์ ได้ทำการค้นคว้าหาความจริง ในที่สุดก็พบความจริงว่า "มังกรทะเลลึก" ที่กล่าวถึงนั้น ที่แท้แล้วก็คือ ปลาประหลาดชนิดหนึ่ง ที่เรียกว่า “ปลาใบพาย” หรือปลาริบบิ้น นั่นเอง บางทีก็เรียกว่า ปลาออร์ (OAR FISH)

Posted Image

Posted Image


ปลาชนิดนี้ มีขากรรไกรยาว หน้าผากโหนกคล้ายม้า ตาโต ครีบบนหลัง ยื่นออกมายาวเลยหัว มีครีบพิเศษ ยื่นออกมาทั้งสองข้างของส่วนหัว คล้ายใบพาย หรือหงอนเล็กๆ และมีลำตัวแบน แต่ปลาประหลาดชนิดนี้ จะพบได้ยากที่สุดในโลก เพราะมันอยู่ในความลึกของท้องทะเล ถึง 3,000 ฟุต และเคยพบตัวใหญ่ที่สุด มีความยาวถึง 200 ฟุต แม้ว่าสัตว์ประหลาดชนิดนี้จะมีขนาดใหญ่โตอย่างไร แต่ก็ไม่เป็นพิษเป็นัยกับมนุษย์ เพราะมันไม่มีเขี้ยวเล็บหรือพิษอะไร มันเป็นเพียงสัตว์โลกที่แปลกประหลาด พันธุ์หนึ่งเท่านั้น ส่วนใหญ่ก็จะพบในสาพที่ตายแล้ว เพราะเมื่อมันพลัดหลงมาน้ำตื้นเมื่อไหร่ มันก็จะตายทันที ซึ่งต่อมาได้มีผู้พบปลาชนิดนี้มากขึ้น

Posted Image

ดังนั้นที่มีผู้อ้างว่าจับปลาชนิดนี้ได้ที่แม่น้ำโขงจึงเป็นไปไม่ได้ เนื่องจากแม่น้ำโขงเป็นน้ำจืดไม่ใช่น้ำเค็ม และมีความลึกสุดในฤดูน้ำหลาก หรือฤดูฝนประมาณ 20 เมตร โดยบริเวณ แก่งอาฮง ถือว่าเป็นจุดที่แม่น้ำโขงมีความลึกที่สุดไม่สามารถวัดความลึกได้ กระแสน้ำบริเวณแก่งอาฮงจะไหลเชี่ยวมากในฤดูน้ำหลาก และมีกระแสน้ำไหลวนเป็นรูปกรวยขนาดใหญ่ซึ่งชาวบ้านเชื่อกันว่าเป็น "สะดือแม่น้ำโขง" โดยบริเวณนี้ความกว้างประมาณ 300 เมตร

Posted Image

อย่างไรก็ตาม ปลาใบพาย หรือปลาออร์ เป็นปลาน้ำเค็ม จึงยืนยันได้ว่าปลาตัวนี้ ไม่ใช่พญานาค และไม่น่าจะพบได้บริเวณแม่น้ำโขง ซึ่งไม่ทราบว่า ผู้เริ่มเผยแพร่รูปาพ "นางพยานาก หรือ นางพญานาค" นี้มีวัตถุประสงค์ใดแอบแฝงอยู่กันแน่ ???

Posted Image

แม้ว่าจะยังไม่ทราบได้แน่ชัดว่าแท้จริงแล้วพญานาคมีจริงหรือเป็นแค่ตำนานที่กล่าวขานกันมานาน แต่ปรากฎหลักฐานเกี่ยวกับพญานาคซึ่งคือ "หงอนพญานาค" ประดิษฐานอยู่วัดโพธิ์ชัยเป็นวัตถุมงคลจำนวน 2 ชิ้น ลักษณะเป็นรูปสามเหลี่ยมฐานยาว 4 นิ้ว สูง 6 นิ้ว ผิวขรุขระคล้ายหินปูน มีรอยตามแนวความสูง 4 รอย กับ 5 รอย ฐานสีน้ำตาลเข้ม ปลายเป็นสีขาวและโค้งงอเล็กน้อย

Posted Image

พระมหาสมนึก โสณปัญโญ เล่าว่า "ชาวลาวซึ่งเป็นเชื้อพระวงศ์ได้แห่วัตถุมงคลที่เชื่อว่าเป็นหงอนของพระยานาค มาอย่างยิ่งใหญ่พร้อมเครื่องบรรณาการต่างๆ เช่น แจกันเงิน พานเงิน ขันเงิน น้ำเต้าเงิน กระติบข้าวเงิน งาช้าง และพระพุทธรูปที่ทำจากไม้จันทร์หอม เมื่อมาถึงจังหวัดหนองคายได้แบ่งขบวนออกเป็น 3 ขบวน เพื่อนำเครื่องราชบรรณาการไปประดิษฐานไว้ที่วัด 3 วัด ประกอบด้วย วัดโพธิ์ชัย วัดน้ำโมง และวัดหลวงพ่อพระสุก เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้กราบไว้บูชา

เรื่องราวของ พญานาค ก็ยังคงเป็นปริศนา คำถามที่ว่า พญานาคมีจริงหรือไม่ ? ยังคงเป็นท้าทายสิ่งที่หลายคนพยายามค้นหาคำตอบกันต่อไป...

จากหนังสือเทวกำเนิด พระยาสัจจาิรมย์ฯ (สรวง ศรีเพ็ญ) และข้อมูลจากแหล่งต่างๆ


--------------------------------------------------

Please follow other legends here.

ตำนานพระลาวล้านช้างสามพี่น้อง

Please wait for the other legendary track soon.

...เพียงแค่คุณแวะเข้ามาชม เราก็แอบนิยมคุณอยู่ในใจ...

Sent from my Nokia3310 using Tapatalk


-----------If you like my post. Please give + points to me. It made ​​me realize that. ---------------------
You want to support me to continue doing good thing for the posts. Thanks a lot. ---------------------


Posted Image

Some say love is a pain, But I think love is happiness. It was really something for me.

Posted Image

Posted Image
13


  • 2 Pages +
  • 1
  • 2
  • You cannot start a new topic
  • You cannot reply to this topic

Other Replies To This Topic

#21 User is offline   กวาเอง 

  • หนุ่มน้อยหน้าใสกิ๊ง
  • PipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPip
  • Group: Members
  • Posts: 1,295
  • Joined: 11-December 10

Posted 09 January 2011 - 12:07 AM

อิพี่หมี มาจากตะกูลพญานาคนะกด+ให้หน่อย
ว่าไม่ได้วันนี้แกมาสาระ

>>>Alicia Cafe<<<
0

#22 User is offline   นางมารกระเดือกทองประกายเพชร 

  • นางงามเดินสายระดับชาติ
  • PipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPip
  • Group: Members
  • Posts: 562
  • Joined: 12-December 10

Posted 09 January 2011 - 12:38 AM

ต้องอ่านเรื่องบาดาล ของคุณหญิงทมยันตีค่ะ สนุกมาก เขียนเกี่ยวกับเทวนาคา
นางเอกชื่อมุกลินลวา เป็นลูกสาวของชลบุษปา ลูกสาวพระสมุทรกานดา กับมนุษย์

ส่วนพระเอกเป็นเทวนาคา ชื่อุชเคนทรา เป็นลูกชายของพญาวาสุกินาคราช

มีาคสองต่อด้วยชื่อเทวปักษี เขียนเกี่ยวกับพระยาเวนไตย (ครุฑ) แต่ว่ายังไม่ตีพิมพ์ออกมาเลย

รอนานมากๆ
0

#23 User is online   Gilderoy Lockhart 

  • Best Charming Smile
  • PipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPip
  • Group: Zap2012
  • Posts: 5,534
  • Joined: 19-December 10
  • LocationHogwarts School

Posted 09 January 2011 - 11:13 AM

View Postกลุสตรีหมีขายหวย, on 08 January 2011 - 10:26 PM, said:

ส่วนใครสนใจข้อมูลตำนานพญานาคเพิ่มเติมก็เชิญที่ >> ตำนานนาคเผ่าต่างๆ <<


ขอบคุณคับ ที่ช่วยทำให้กระทู้นี้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ^^
Sent from my Nokia3310 using Tapatalk


-----------If you like my post. Please give + points to me. It made ​​me realize that. ---------------------
You want to support me to continue doing good thing for the posts. Thanks a lot. ---------------------


Posted Image

Some say love is a pain, But I think love is happiness. It was really something for me.

Posted Image

Posted Image
0

#24 User is offline   หม่อมหมีDon't care!! 

  • สมาชิก
  • PipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPip
  • Group: Members
  • Posts: 2,399
  • Joined: 09-December 10
  • Locationสอดรู้!

Posted 09 January 2011 - 12:35 PM

อีกที่นึงที่เป็นที่เคารพและเชื่อถือว่าเป็นเกาะ หรือประตูสู่เมืองบาดาลของพญานาคก็คงเป็น เกาะคำชะโนด

Posted ImagePosted ImagePosted Image


พญานาค เกาะลอยน้ำ ... อาถรรพณ์ ป่าคำชะโนด
ที่แห่งนี้คือป่าศักดิ์สิทธิ์ ป่าลี้ลับ ป่าอาถรรพ์และคือป่าที่มีตำนาน ที่ชาวไทยในาคตะวันออกเฉียงเหนือ และชาวลาวให้ความนับถือ เพราะเชื่อกันว่าเป็นที่ตั้งของเมืองนาคินทร์ และวังพญานาค ต้นตำนานแม่น้ำโขง เป็นป่าที่มีความน่าสนใจในแง่พฤกษศาสตร์ ที่โลกต้องทึ่ง!!! กับต้นคำชะโนดที่มีอายุนับหลายร้อยปี และมีอยู่ที่เดียว ณ ป่าคำชะโนด

บนพื้นที่ราว 20 ไร่ ณ ต.วังทอง อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี คือ ที่ตั้งของ ป่าคำชะโนด ที่ตั้งตามลักษณะูมิประเทศ เนื่องจากบริเวณนั้นมีต้นชะโนด (อยู่ในตระกูลเดียวกับปาล์ม คล้ายๆ ต้นตาล ต้นหมาก หรือไม่ก็ต้นมะพร้าว แต่สูงกว่า) ขึ้นอยู่อย่างหนาแน่น มองไปทางไหนก็เห็นแต่ทิวชะโนดสูงเด่นเป็นสง่า ปี 2520 เป็นครั้งแรกที่ชาวบ้านได้ทำการสำรวจจำนวนต้นชะโนดในป่าแห่งนี้ มีอยู่ราว 2,000 กว่าต้น จนมาถึงปี 2544 ชาวบ้านสำรวจอีกครั้งพบว่าต้นชะโนดลดลงเหลือเพียง 1,865 ต้น ถึงกระนั้นที่นี่ยังคงความเย็นชื้นและให้บรรยากาศวังเวงเหมือนเดิม แต่ ที่น่าแปลกใจคือ หากพ้นจากดงชะโนดแห่งนี้ไป ห่างกันแค่ไม่ถึง 300 เมตร ก็ไม่มีต้นชะโนดปรากฏให้เห็นแม้แต่ต้นเดียว นี่เองจึงทำให้ผืนดินราว 20 ไร่ ถูกตั้งฉายาให้เป็นป่าแห่งชะโนดขนานแท้

"เคยมีคนคิดเอาต้นชะโนดไปปลูกที่อื่นนะ แต่ไม่นานก็ต้องเอากลับมาคืนที่เดิม เพราะชีวิตการงานไม่ก้าวหน้า ชีวิตครอบครัวมีแต่ความเดือดร้อน ขนาดว่าแค่เอาเมล็ด หรือส่วนใดส่วนหนึ่ง อาจจะเป็นใบแห้งๆ ออกจากป่า สุดท้ายต้องเอามาคืนกันหมด" ทองอินทร์ ปักเสติ ชาวบ้านโนนเมือง ซึ่งมีบ้านอยู่ใกล้ๆ กับป่าคำชะโนด
ผืนป่าแห่งนี้ยังมีเรื่องน่าประหลาดอีกเรื่องคือ เวลา น้ำแล้งก็จะเห็นว่าดินเชื่อมต่อกันไม่มีอะไร แต่เวลาน้ำท่วม ที่ดินรอบๆ จะท่วมหมด แต่ปรากฏว่าป่านี้น้ำไม่ท่วม น้ำขึ้นสูงอย่างไรก็ไม่ท่วม ชาวบ้านจึงเชื่อว่า เกาะนี้ลอยน้ำได้ และเชื่อว่าที่เป็นเช่นนี้เพราะเจ้าที่เป็นคนทำไม่ให้ผืนป่าแห่งนี้จมน้ำ. . .

ทองอินทร์ ปักเสติ ชาวบ้านโนนเมือง ซึ่งมีบ้านอยู่ใกล้ๆ กับป่าคำชะโนด ได้ย้อนถึงเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นในป่าคำชะโนดอีกหนึ่งเรื่องเล่าของป่า แห่งนี้ ซึ่งคนายนอก ฟังดูอาจคิดว่าเป็นเรื่องอุปโลกน์ขึ้นมาเพื่อหลอกให้คนกลัวกันเล่นๆ สำหรับชาวบ้านที่อยู่มานานนมกลับเชื่อสนิทใจ ไม่ใช่นิทานปรัมปรา หรือนิยายประโลมโลก แต่นั่นคือแรงศรัทธาที่ชาวบ้านมีต่อป่าอันลี้ลับและเต็มไปด้วยเรื่องเล่ามาก มาย …

เดิมทีคนท้องถิ่นจะเรียกที่นี่ว่า "วังนาคินทร์คำชะโนด" ที่มาก็คือมีบ่อน้ำอยู่กลางดงชะโนด เป็นบ่อน้ำขนาดเล็กๆ แต่กลับมีน้ำซึมออกมาตามธรรมชาติตลอดเวลา ทำให้ชาวบ้านเชื่อกันว่าบ่อน้ำประทานมาให้โดยพญานาคที่อาศัยอยู่ในบริเวณผืน ป่า สำหรับบ่อน้ำในป่าคำชะโนด ว่ากันว่าเป็นบ่อน้ำที่ความศักดิ์สิทธิ์อย่างมาก ชาวบ้านเชื่อกันอย่างนั้น มีหลายคนเคยลองอธิษฐานตรงหน้าบ่อน้ำก็ได้ตามประสงค์ บางคนเจ็บป่วยไปดื่มหรืออาบโรคร้ายก็หายเป็นปลิดทิ้ง สร้างความอัศจรรย์ใจยิ่งนัก แต่นั่นไม่ใช่ทุกคน อยู่ที่ความเชื่อมีมากน้อยแค่ไหน หลายคนไม่เชื่อแถมยังลบหลู่ ตักน้ำจากบ่อแล้วนำมาล้างเท้าแทนที่จะหายป่วยไข้กลับทุกข์ทรมานซ้ำหนักกว่า เดิม

เช่นเดียวกับใครที่อยากจะเข้าไปสัมผัสป่าลี้ลับคำชะโนดก็ต้องสำรวมและปฏิบัติตามข้อห้ามอื่นๆ เป็นต้นว่า ห้ามใส่รองเท้าทั่วทั้งบริเวณป่า หมวก แว่นตา ร่ม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่ ห้ามเด็ดขาด เพราะสิ่งเหล่านี้คือการดูถูกดูหมิ่นต่อผู้ปกปักรักษาผืนดิน

"แต่ก่อนห้ามใส่เสื้อสีแดงด้วย ไม่ได้เลยนะ ใครใส่เข้ามานี่เป็นเรื่อง อยู่ไม่ได้นานหรอก ต้องรีบออกไป ไม่รู้เพราะอะไร เหมือนท่านไม่ชอบ แต่พอหลวงปู่ (หลวงตาคำ สิริสุทโธ เจ้าอาวาสวัดศรีสุทโธ วัดละแวกป่าคำชะโนด) ได้ทำพิธีขอยกเว้นตอนหลังก็ใส่ได้" ทองหล่อ ตลิ่งชัน กำนันตำบลวังทอง กล่าว

ความเชื่อเรื่องพญานาคของคนที่นี่นั้นอาจไม่แตกต่างจากชาวหนองคายที่เชื่อ ว่าพญานาคมีจริง บั้งไฟพญานาคเกิดจากอิทธิฤทธิ์ของเจ้าแห่งเมืองบาดาล ไม่ใช่ฝีมือของมนุษย์ธรรมดาเหมือนเมื่อครั้งถูกนำเสนอผ่านหนัง รวมถึงสื่อทีวีบางช่องเมื่อหลายปีก่อนโน้น ชาวบ้านละแวกป่าคำชะโนดก็คล้ายกัน พวก เขาสร้างทางเดินที่เชื่อมจากโลกายนอกกับผืนป่าอันศักดิ์สิทธิ์เข้าไว้ด้วย รูปปั้นพญานาค 2 ตัว 7 เศียร นอนเลื้อยยาวไปจนสุดทางเดินราว 300 เมตร เพื่อสะท้อนถึงพลังอำนาจและบารมีของพญานาคราช

กระทั่งในวันออกพรรษา ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ชาวบ้านก็มีความเชื่อว่าเป็นวันที่พญานาคจะขึ้นมาหายใจ ดวงไฟสีแดงที่ผุดกลางบ่อน้ำแล้วลอยขึ้นท้องฟ้า (คล้ายๆ กับบั้งไฟพญานาคผุดกลางลำน้ำโขงที่ จ.หนองคาย) นั่นละคือ ลมหายใจพญานาค โดยชาวบ้านเชื่อว่าใครเห็นจะเป็นบุญของชีวิตเลยทีเดียว

ป่าคำชะโนด... ยังมีเรื่องเล่าอีกนับไม่ถ้วน ทั้งที่สร้างความรู้สึกชวนขนหัวลุก และตื่นเต้นเสียวสันหลัง เชื่อหรือไม่เชื่อนั้นแล้วแต่วิจารณญาณส่วนบุคคล หรือคุณจะลองไปพิสูจน์...?


ขอขอบคุณข้อมูลจาก

Posted Image Posted Image


คนดีเลิฟเลสคุ้มน่ะ

1

#25 User is offline   หม่อมหมีDon't care!! 

  • สมาชิก
  • PipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPip
  • Group: Members
  • Posts: 2,399
  • Joined: 09-December 10
  • Locationสอดรู้!

Posted 09 January 2011 - 12:45 PM

Posted Image
ทางเดินพญานาคอันศักดิ์สิทธิ์นำพาไปสู่เกาะคำชะโนด
หลายคนคงเคยได้ยินเรื่องราวของสัตว์กึ่งเทพ หรือ “พญานาค” กันมาบ้างไม่มากก็น้อย เนื่องจากประเทศในแถบอุษาคเนย์ ต่างก็มีตำนานเล่าขานเกี่ยวกับพญานาคแตกต่างกันออกไป
สำหรับเมืองไทย จังหวัดหนองคายถือเป็น “เมืองแห่งพญานาค” เพราะนอกจากจะมีคนพบร่องรอยของพญานาคในเมืองนี้อยู่บ่อยครั้งแล้ว ริมโขงเมืองหนองคาย-เวียงจันทน์ยังมี “บั้งไฟพญานาค” ปรากฏการณ์ประหลาดที่เกิดขึ้นในคืนวันออกพรรษาของทุกๆปี เป็นที่โด่งดังขึ้นชื่อ และปริศนาเกี่ยวกับพญานาคตามลำน้ำโขงนี่เอง ที่เป็นเหตุกระตุ้นให้ “ผู้จัดการท่องเที่ยว” เดินทางท่องเที่ยวไปตามรอยพญานาคกันในจังหวัดลุ่มน้ำโขง(าคอีสาน) เพื่อศึกษาและเรียนรู้ถึงตำนานความเชื่อของพญานาค สัตว์กึ่งเทพ ที่สามารถพบเห็นรูปจำลองได้ทั่วตามศาสนสถานต่างๆในดินแดนอุษาคเนย์ ลือชาไปไกล

1... อนึ่งก่อนที่จะไปเที่ยวตามรอยพญานาคกัน “ผู้จัดการท่องเที่ยว” ของพาทุกท่านย้อนกลับไปในครั้งที่แม่น้ำโขงยังไม่ถือกำเนิดเกิดขึ้น

Posted Image

บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่เชื่อว่าเป็นประตูสู่วังนาคินทร์
สมัยนั้นมีเหล่าพญานาค 2 กลุ่ม กลุ่มหนึ่งมีผู้นำชื่อว่า “สุทโธนาค” ส่วนอีกกลุ่มมีผู้นำชื่อ “สุวรรณนาค” อาศัยอยู่ในอาณาจักรแห่งหนึ่งร่วมกันอย่างสงบสุขมาช้านาน โดยวิธีถ้อยทีถ้อยอาศัย หากฝ่ายใดออกไปหาอาหารอีกฝ่ายจะต้องอยู่เฝ้าอาณาจักร และอาหารที่หามาได้จะต้องแบ่งครึ่งกันกิน
ต่อมามีเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น เมื่อฝ่ายสุทโธนาคและบริวารออกหาอาหารได้ช้างมา 1 ตัว และจัดแจงแบ่งครึ่งให้อีกฝ่ายตามปกติ ครั้งต่อมาฝ่ายสุวรรณนาคออกหาอาหารแล้วได้เม่นมา 1 ตัว และก็ได้แบ่งครึ่งเม่นนั้นให้อีกฝ่ายเป็นปกติเช่นกัน
แต่เมื่อสุทโธนาคเห็นเม่นครึ่งหนึ่งก็เกิดฉงนใจขึ้นว่า ช้างซึ่งขนเล็กๆสั้นๆตนกลับแบ่งให้อีกฝ่ายตั้งเยอะ แต่เม่นซึ่งขนใหญ่กว่าก็แปลว่าเม่นต้องตัวใหญ่กว่าช้างแน่ๆ ทำไมสุวรรณนาคจึงแบ่งมาให้ฝ่ายตนเพียงนิดเดียว ทำให้สุทโธนาคเกิดโมโห แม้สุวรรณนาคจะพยายามอธิบายเท่าไรสุทโธนาคก็ไม่ยอมฟัง มุทะลุดุดันจะหาเรื่องให้ได้ จนในที่สุดก็ทะเลาะกันถึงขั้นรบราฆ่าฟันกันมาถึง 7 ปี
Posted Image


หงอนพญานาค 1 ใน 2ชิ้น ที่วัดโพธิ์ชัยเก็บรักษาไว้ายในตู้โชว์ในพระอุโบสถ

ซึ่งการรบพุ่งของ ทั้งสองฝ่ายทำให้แผ่นดินสะเทือน เหล่าเทวดาฟ้าดินทั้งหลายอยู่ไม่เป็นสุข ความรู้ไปถึงพระอินทร์ จึงได้เรียกพญานาคทั้ง 2 ฝ่ายไปเจรจาสงบศึกโดยให้แต่ละฝ่ายแข่งกันสร้างแม่น้ำ หากฝ่ายใดสร้างไปออกทะเลก่อนเป็นฝ่ายชนะ และจะให้รางวัลเป็นปลาบึกไปประจำที่แม่น้ำแห่งนั้น
ด้วยความที่สุทโธนาคเป็นพญานาคที่มีนิสัยอารมณ์ร้อน มุทะลุ ขณะที่สร้างแม่น้ำหากมีอุปสรรคเช่นูเขากั้นขวางทาง ก็จะระเบิดูเขาหรือไม่ก็สร้างลดเลี้ยวไปโดยไม่พยายามที่จะแก้ปัญหา จึงได้แม่น้ำที่มีโขดหิน เกาะแก่งมากมายระเกะระกะ และมีเส้นทางที่ลดเลี้ยวเคียวคดโค้งไปโค้งมามากที่สุด ต่อมาจึงได้ชื่อว่า “แม่น้ำโขง”
ส่วนฝ่ายสุวรรณนาคเป็นพญานาคที่มีนิสัยสุาพสุขุมใจเย็น จึงค่อยๆสร้างไปเรื่อยๆคิดไปเรื่อย ทำให้แม่น้ำที่สร้างเป็นเส้นตรง แต่ก็ต้องใช้เวลาในการสร้างนานมากจนกลายเป็นที่มาของชื่อ “แม่น้ำน่าน” ซึ่งผลก็คือฝ่ายสุทโธนาคเป็นผู้ชนะ และได้ปลาบึกจากพระอินทร์เป็นรางวัลตามสัญญา จึงได้ถือว่าแม่น้ำนั้นเป็นที่อยู่อาศัยของพญานาค
ต่อมาเนื่องจากพญานาคเป็นสัตว์เมืองบาดาล ไม่สามารถอยู่บนโลกมนุษย์ได้นาน สุทโธนาคจึงได้ขอให้พระอินทร์กำหนดสถานที่อยู่ให้ชัดเจนและมีทางขึ้นลง ระหว่างเมืองบาดาลกับเมืองมนุษย์ ซึ่งพระอินทร์ก็ได้กำหนดจุดที่เป็นประตูเชื่อมต่อไว้ 3 แห่งด้วยกันคือที่เวียงจันทน์ ประเทศลาว 2 แห่ง และแห่งที่ 3 ให้เป็นที่พำนักของสุทโธนาคคือที่ คำชะโนด จังหวัดอุดรธานีในปัจจุบัน


คนดีเลิฟเลสคุ้มน่ะ

0

#26 User is offline   หม่อมหมีDon't care!! 

  • สมาชิก
  • PipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPip
  • Group: Members
  • Posts: 2,399
  • Joined: 09-December 10
  • Locationสอดรู้!

Posted 09 January 2011 - 12:49 PM

2… หลังจากที่รู้เรื่องราวตำนานท้องถิ่นเกี่ยวกับพญานาค สัตว์กึ่งเทพที่มีอิทธิฤทธิ์กันแล้ว รถก็พาพวกเรามาถึงยัง “เมืองคำชะโนด” อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี และมาหยุดจอดตรงทางเดินพญานาคพอดิบพอดี ทางเดินนี้ดูสวยงามด้วยรูปร่างของพญานาค ซึ่งหากใครจะเดินทางผ่านทางเดินพญานาคแห่งนี้ ไปยังเมืองคำชะโนดด้านใน จะต้องถอดรองเท้าถอดหมวกออกด้วย เพื่อเป็นการเคารพและให้เกียรติสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ หรือ ที่เรียกว่า “วังนาคินทร์”

Posted Image
จุดชมบั้งไฟพญานาคที่สำคัญของเมืองโพนพิสัยอยู่ที่วัดไทยแห่งนี้ เพราะเชื่อว่าเป็นศูนย์กลางของเมืองบาดาล

หากใครได้สังเกต จะเห็นความแปลกของพื้นที่ รอบๆเกาะคำชะโนดจะเป็นทุ่งนาโล่งกว้าง มีเฉพาะที่เกาะคำชะโนดแห่งนี้เท่านั้น ที่มีลักษณะเป็นป่าดงดิบประมาณ 20 กว่าไร่ โดยมีไม้หลักคือไม้ชะโนด ถ้าใครนึกไม่ออกว่าต้นชะโนดมีลักษณะเป็นอย่างไร “ผู้จัดการท่องเที่ยว” ขอแนะนำให้นึกาพต้นไม้ที่มีลักษณะเป็นลูกผสมระหว่างต้นตาล ต้นมะพร้าว และต้นหมาก ดูสูงชะรูดนั้นคือต้นชะโนดนั้นเอง
ทางเดินพญานาคนำพวกเรามาถึงยังเมืองคำชะโนด หรือวังนาคินทร์ หรือ “วัดสิริสุทโธ” ทางด้านซ้ายมือจะมีศาลาที่ประดิษฐานของเจ้าพ่อปู่ศรีสุทโธ หรือสุทโธนาค และเจ้าย่าปทุมมา ส่วนทางด้านขวามือหากเดินตามทางเดินไปเรื่อยๆ จะเจอกับบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งในตำนานก็คือ ทางขึ้นลงระหว่างเมืองบาดาลกับโลกมนุษย์ของเหล่าพญานาคที่ พระอินทร์ทรงประทานให้
สำหรับเหตุที่เชื่อว่าบ่อน้ำแห่งนี้เป็นบ่อน้ำ ศักดิ์สิทธิ์ เนื่องจากน้ำในบ่อน้ำแห่งนี้ก็ไม่เคยลดแห้งลง จะรักษาระดับอยู่เท่าเดิมตลอดทั้งปี และเคยมีคนเอาไม้ไผ่ 2 ลำมาต่อกันแล้วหยั่งลงไปดุความลึกของน้ำแต่หยั่งไม่ถึง เชื่อกันว่าน้ำในบ่อนี้ จะไปทะลุที่สะดือแม่น้ำโขงหรือบริเวณวัดอาฮงศิลาวาส จ.หนองคายในปัจจุบัน
และความพิเศษของวังนาคินทร์แห่งนี้อีกประการหนึ่งก็คือ มีลักษณะเป็นเกาะที่ลอยน้ำ แม้รอบๆเกาะรวมถึงทางเดินพญานาคจะถูกน้ำท่วม แต่เมืองคำชะโนดแห่งนี้ไม่เคยถูกน้ำท่วมเลยแม้แต่ครั้งเดียว เพราะเมื่อน้ำขึ้นเกาะคำชะโนดแห่งนี้ก็จะลอยตามน้ำไปด้วย นอกจากนี้บริเวณ วัดสิริสุทโธ ยังเคยมีรอยพญานาคปรากฏให้เห็นบ่อยครั้งด้วย โดยเกิดขึ้นครั้งแรกในปี พ.ศ.2527 มีรอยพญานาคขนาดกว้างประมาณ 60-70 ซ.ม. ความยาวไปเรื่อยๆคล้ายลักษณะงูเลื้อย เกิดขึ้นทั่วบริเวณวัด ครั้งที่ 2 เกิดขึ้นในปี พ.ศ.2537 และครั้งล่าสุดเกิดรอยพญานาคขึ้นในวันขึ้น 9 ค่ำเดือน 11 ปี พ.ศ.2549 รอบศาลาวัด ซึ่งนี่ก็เป็นเรื่องน่าแปลกอีกเรื่องหนึ่งที่ชาวบ้านละแวกนี้เล่าให้พวกเรา ฟัง
3... จากวัดสิริสุทโธ อุดรฯ พวกเราเคลื่อนย้ายพลข้ามจังหวัดตามรอยพญานาคกันต่อที่เมืองแห่งพญานาคหนองคาย ที่ “วัดโพธิ์ชัย” ต.ในเมือง อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย ซึ่งเป็นวัดที่ประดิษฐานหลวงพ่อพระใส พระคู่บ้านคู่เมืองหนองคาย และยังเป็นวัดที่เก็บรักษาหงอนพญานาค 2 ชิ้น ซึ่งบุคคลที่อ้างว่าเป็นเจ้าแห่งอาณาจักรล้านช้างนำมาฝากไว้ที่วัด เพื่อให้ผู้คนกราบไหว้บูชา โดยหงอนพญานาคนี้เป็นรูปสามเหลี่ยมฐานยาว 4 นิ้ว สูง 6 นิ้ว มีรอยเป็นแนวตามความสูง 4 รอย กับ 5 รอย ฐานสีน้ำตาลเข้ม ปลายเป็นสีขาว โค้งงอเล็กน้อย ผิวขรุขระ เก็บอยู่ในตู้โชว์ ายในพระอุโบสถ


Posted Image

ชมพระพุทธรูปปางนาคปรกอันใหญ่โตมหึมาและความเป็นมาได้ที่ศาลาแก้วกู่
จากวัดโพธิ์ชัย พวกเราเดินทางไปต่ออารมณ์กันที่ “วัดไทย” ต.จุมพล อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย เชื่อกันว่า เมืองบาดาลตั้งอยู่ใต้วัดไทยแห่งนี้ เนื่องจากนิมิตของท่านเจ้าอาวาส และปรากฏการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้น เช่น ฝากระโปรงรถเกิดรอยแปลกๆคล้ายรอยพญานาค เป็นต้น วัดนี้จึงเป็นศูนย์กลางที่จะลงไปสู่เมืองบาดาล ศูนย์กลางของการบวงสรวง ศูนย์การของการทำพิธีต่างๆ และที่วัดไทยแห่งนี้ยังเป็นจุดชมบั้งไฟพญานาคที่สำคัญของ อ.โพนพิสัย อีกด้วย
สถานที่ต่อไปในการเดินทางตามรอยพญานาคคือ “วัดอาฮงศิลาวาส” ต.ไกสี อ.บึงกาฬ จ.หนองคาย ที่เชื่อกันว่าเป็น แม่น้ำโขงที่ไหลผ่านวัดอาฮง ช่วงกิโลเมตรที่ 115-116 คือ สะดือแม่น้ำโขง หรือจุดที่ลึกที่สุดของลำน้ำโขง เคยวัดความลึกในหน้าแล้งได้ถึง 99 วา และยังเชื่อด้วยว่าจุดนี้เชื่อต่อกับบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่เมืองคำชะโนด จ.อุดรธานี
หลังจากที่พวกเราเก็บาพบรรยากาศสวยงามประทับใจกันริมฝั่ง โขง เบื้องหลังเป็นวิวทิวทัศน์ของลาวประเทศเพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียงกันแล้ว ก็ไปจบเส้นทางตามรอยพญานาคกันที่ “ศาลาแก้วกู่” ต.หาดคำ อ.เมือง จ.หนองคาย สถานที่ที่เปรียบเสมือนพิพิธัณฑ์กลางแจ้ง แสดงรูปปั้นทางศาสนาต่างๆอันใหญ่ยักษ์มากมาย รวมถึงรูปปั้นทางคติความเชื่อโบราณและนิทานพื้นบ้านด้วย โดยเชื่อว่าทุกศาสนาสอนให้คนเป็นคนดี
ายในพิพิธัณฑ์กลางแจ้งนี้ มีรูปปั้นเกี่ยวกับพญานาค โดยมีตำนานเล่าว่า ในสมัยที่เจ้าชายสิทธถะตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสวยวิมุติสุข ก่อนที่ท่านจะตัดสินใจเผยแพร่พระพุทธศาสนาแก่เวไนยสัตว์ ท่านได้นั่งพิจารณาธรรมอยู่ใต้ต้นจิกริมสระน้ำแห่งหนึ่ง ปรากฏว่ามีฟ้าฝนกรรโชกแรงทำให้ท่านไม่สะดวกในการปฏิบัติธรรม พญานาคเห็นดังนั้นก็เลื้อยขึ้นมาขดตัว แล้วอัญเชิญพระสัมมาสัมพุทธเจ้าขึ้นประทับนั่ง และแผ่คอเพื่อป้องฝนป้องลมไม่ให้เปียกพระวรกายของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จนเป็นที่มาของพระพุทธรูปปางนาคปรกในปัจจุบัน


Posted Image


รอบๆเกาะคำชะโนดล้วนแต่เป็นพื้นที่โล่งกว้างผิดกับเกาะนี้ที่เป็นป่าชะโนดสูงชะลูดโดดเด่น
4... สำหรับพญานาค สัตว์กึ่งเทพที่มีอิทธิฤทธิ์สามารถแปลงกายเป็นมนุษย์ได้ แต่จะกลับสู่สาพเดิมใน 5 สาวการณ์คือ ตอนแรกเกิด ตอนลอกคราบ ตอนสมสู่ ตอนหลับไม่ได้สติ และตอนตาย โดยมีตำนานเล่าว่า เมื่อครั้งพระพุทธเจ้าตรัสรู้ และเสด็จออกเผยแพร่พระพุทธศาสนา พญานาคได้ฟังก็บังเกิดความเลื่อมใสศรัทธาจึงได้จำแลงแปลงกายเป็นชายมาขอบวช ในพระพุทธศาสนากับพระพุทธเจ้า
แต่ในคืนหนึ่งพญานาคจำแลงบังเอิญเผลอหลับ และกลายร่างเดิมขดอยู่ในกุฏิ พระพุทธเจ้าทรงทราบเรื่องจึงขอให้ลาสิกขา เนื่องจากเป็นสัตว์เดรัจฉาน จะบวชเป็นิกษุมิได้เพราะอาจจะปฏิบัติธรรมได้ไม่ ครบทำให้เสื่อมเสียได้ แม้พญานาคจะยอมทำตาม แต่ด้วยความศรัทธามั่นในพระพุทธศาสนาจึงขอว่า หากมีการบวชในครั้งต่อๆไป ก็ขอให้ฝากความศรัทธาเลื่อมใสของตนไว้ในพระพุทธศาสนาด้วย ดังนั้นก่อนจะบวชพระจึงได้มีการบวชนาคไว้ก่อน
ต่อมาเมื่อครั้งพระพุทธเจ้าเสด็จกลับจากการไปแสดงพระธรรม เทศนาโปรดพระพุทธมารดา ณ สวรรค์ชั้นดาวดึงส์เป็นเวลาตลอดพรรษา 3 เดือน ทั้ง 3 โลกต่างก็มีความยินดีและเตรียมการต้อนรับ โดยเหล่าเทวดาได้เนรมิตบันไดทอง เงิน และแก้ว ทอดลงมาส่งเสด็จฯถึงพื้นโลก มนุษย์ได้จัดถวายอาหารคาวหวานและของแห้ง รวมทั้งดอกไม้ธูปเทียน ส่วนเหล่าพญานาคที่จำพรรษาอยู่เมืองบาดาล ก็ได้ร่วมกันพ่นลูกไฟถวายเป็นพุทธบูชา
Posted Image


บ่อพญานาคที่สร้างเชื่อมต่อกับบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์จริง
โดยลูกไฟที่เหล่ามวล พญานาคพ่นขึ้นมาจากเมืองบาดาลนั้นมีลักษณะเป็นดวงกลมสีแดงอมชมพู พวยพุ่งขึ้นจากลำน้ำโขงไม่มีควัน ไม่มีกลิ่น หรือที่เราเรียกกันว่า “บั้งไฟพญานาค” ที่จะเกิดขึ้นในทุกๆวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำเดือน 11 ของทุกปี ซึ่งในปีนี้ตรงกับวันศุกร์ที่ 26 ตุลาคม 2550
ซึ่งตำนานอันเกี่ยวกับ “พญานาค” ทั้งหมดนั้น เป็นเรื่องที่เล่าขานสืบต่อกันมาหลายชั่วอายุคน เป็นความเชื่อที่คนในท้องถิ่นนั้นๆรู้และเข้าใจกันในชุมชนของตน การจะเชื่อหรือไม่จึงเป็นเรื่องส่วนบุคคล ส่วนใครยังอยากได้อรรถรสที่เต็มอิ่มและจุใจกว่านี้ “ผู้จัดการท่องเที่ยว” ก็ขอแนะนำให้ลองเดินทางมาฟังตำนานจากปากคนท้องถิ่น และร่วมตามรอยพญานาคจากคำชะโนดถึงเมืองนาคินทร์กันได้ด้วยตัวท่านเอง
* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * ที่มา จากหนังสือพิมพ์ "ผู้จัดการออนไลน์"

เครดิต: http://www.palungdham.com/t348.html





คนดีเลิฟเลสคุ้มน่ะ

0

#27 User is online   Gilderoy Lockhart 

  • Best Charming Smile
  • PipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPip
  • Group: Zap2012
  • Posts: 5,534
  • Joined: 19-December 10
  • LocationHogwarts School

Posted 09 January 2011 - 09:25 PM

View Postกลุสตรีหมีขายหวย, on 09 January 2011 - 12:49 PM, said:




+1 เลยคับ น่ารักมั่กมากกกก กูรูตัวจิงอีกท่าน
Sent from my Nokia3310 using Tapatalk


-----------If you like my post. Please give + points to me. It made ​​me realize that. ---------------------
You want to support me to continue doing good thing for the posts. Thanks a lot. ---------------------


Posted Image

Some say love is a pain, But I think love is happiness. It was really something for me.

Posted Image

Posted Image
0

#28 User is offline   เด็กชายกระต่าย 

  • นางงามฝึกหัด
  • Pip
  • Group: Members
  • Posts: 16
  • Joined: 12-December 10

Posted 09 January 2011 - 11:20 PM

เชื่อว่าพญานาคมีจริง confirm
You must lose your fear of being wrong
In order to live a creative life.
0

#29 User is online   jukk 

  • Photogenic Model
  • PipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPip
  • Group: Members
  • Posts: 3,083
  • Joined: 08-December 10

Posted 10 January 2011 - 12:54 PM

อ่านเพลินเลยคะ บวก1+ คะ
0

#30 User is online   Gilderoy Lockhart 

  • Best Charming Smile
  • PipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPip
  • Group: Zap2012
  • Posts: 5,534
  • Joined: 19-December 10
  • LocationHogwarts School

Posted 10 January 2011 - 10:16 PM

View Postjukk, on 10 January 2011 - 12:54 PM, said:

อ่านเพลินเลยคะ บวก1+ คะ


ดีใจที่ชอบคับ ผมโพสเรื่องใหม่เต็มเลย ตามไปอ่านนะคับ ^^
Sent from my Nokia3310 using Tapatalk


-----------If you like my post. Please give + points to me. It made ​​me realize that. ---------------------
You want to support me to continue doing good thing for the posts. Thanks a lot. ---------------------


Posted Image

Some say love is a pain, But I think love is happiness. It was really something for me.

Posted Image

Posted Image
0

#31 User is offline   โมนาลิซ่า สวยอมตะนิรันดร์กาล 

  • Miss Thailand Intercontinental
  • PipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPip
  • Group: Members
  • Posts: 2,458
  • Joined: 12-December 10

Posted 11 January 2011 - 06:54 PM

นาคมีจริงไม่เชื่อย่าลบลู่
0

#32 User is online   Gilderoy Lockhart 

  • Best Charming Smile
  • PipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPip
  • Group: Zap2012
  • Posts: 5,534
  • Joined: 19-December 10
  • LocationHogwarts School

Posted 11 January 2011 - 08:54 PM

ไปเที่ยวป่าคำชะโนดกันมั้ยคับ ^^
Sent from my Nokia3310 using Tapatalk


-----------If you like my post. Please give + points to me. It made ​​me realize that. ---------------------
You want to support me to continue doing good thing for the posts. Thanks a lot. ---------------------


Posted Image

Some say love is a pain, But I think love is happiness. It was really something for me.

Posted Image

Posted Image
0

#33 User is offline   เหม็นปิ๊จังหวังจะเอาแต่เขาไม่รู้ 

  • ผู้มีอิทธิพลต่อวงการเ
  • PipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPip
  • Group: Members
  • Posts: 1,629
  • Joined: 12-December 10
  • Locationห้องนอนพี่โดม พี่เคน และน้องหมากค่ะ

Posted 12 January 2011 - 08:25 AM

พ่อปิ๊เป็นคนบ้านดุง แถวๆป่าคำชะโนดค่ะ
Posted Image
สวยจริง น่ารักจริง ฉลาดจริง ต้องปิ๊จังค่ะ สวยทะลุปิ๊จริงๆ
Posted Image
มาวันนี้ปิ๊ดีใจที่มีผัว เพราะปิ๊เคยเสียตัวมาหลายหน

ดีใจจังที่มีผัวเป็นตัวตน ส่วนจะเป็นคนที่เท่าไหร่ ไม่ได้จำ

Posted Image
0

#34 User is online   Gilderoy Lockhart 

  • Best Charming Smile
  • PipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPip
  • Group: Zap2012
  • Posts: 5,534
  • Joined: 19-December 10
  • LocationHogwarts School

Posted 13 January 2011 - 11:36 AM

View Postเหม็นปิ๊จังคนสวย, on 12 January 2011 - 08:25 AM, said:

พ่อปิ๊เป็นคนบ้านดุง แถวๆป่าคำชะโนดค่ะ


มิน่าล่ะ ปิ๊ถึงสวยเหมือนพญานาค ฮ่าๆๆ
Sent from my Nokia3310 using Tapatalk


-----------If you like my post. Please give + points to me. It made ​​me realize that. ---------------------
You want to support me to continue doing good thing for the posts. Thanks a lot. ---------------------


Posted Image

Some say love is a pain, But I think love is happiness. It was really something for me.

Posted Image

Posted Image
0

#35 User is offline   หม่อมหมีDon't care!! 

  • สมาชิก
  • PipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPip
  • Group: Members
  • Posts: 2,399
  • Joined: 09-December 10
  • Locationสอดรู้!

Posted 13 January 2011 - 11:54 AM

เคยฝันเกี่ยวกับงูและพญานาคบ่อยมากๆ บางครั้งก็รู้สึกเหมือนว่าตัวเองนอนขดตัวแบบงู ตื่นมาเมื่อยมากเลย แล้วช่วงเวลานั่นจะชอบทานไข่ต้มมากๆ ล่าสุดที่ฝันก็มีพญานาคตัวใหญ่หงอนแดงเกล็ดเขียวมณีมานอนทับบนตัว แล้วไม่ยอมละสายตาไปจากเราเลย พยายามหลบก็หลบไม่ได้ ก่อนแรกฝันแปลกกว่าอันนี้อีก ฝันว่าไปในถ้ำ มีพญานาคอยู่สองตัว ใหญ่มากๆแผ่พังพานอยู่สูงยาวประมาณตึกสี่ชั้น อีกตัวก็อยู่ข้างๆ ส่วนตัวเรานั่นอยู่หน้าพญานาคตัวใหญ่ แล้วกราบไหว้ แปลกดีนะ ฝันบ่อยมาก และก็เป็นคนที่ชอบเล่นน้ำดำน้ำมาตั้งแต่เด็กๆ ยิ่งน้ำตกในป่าในเขา จะชอบมาก

คนดีเลิฟเลสคุ้มน่ะ

0

#36 User is offline   หม่อมหมีDon't care!! 

  • สมาชิก
  • PipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPip
  • Group: Members
  • Posts: 2,399
  • Joined: 09-December 10
  • Locationสอดรู้!

Posted 13 January 2011 - 11:55 AM

เป็นคนที่ฝันประหลาดอยู่บ่อยครั้ง อยากรู้ก็ถามได้นะคะ จะได้เล่า เดี่ยวเล่ามากไปคนจะหาว่ากุเรื่อง

คนดีเลิฟเลสคุ้มน่ะ

0

#37 User is online   Unnur 

  • God of Beauty
  • PipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPip
  • Group: Zap2012
  • Posts: 74,140
  • Joined: 11-December 10

Posted 13 January 2011 - 01:03 PM

จัดทริปไปเที่ยวคำชะโนดกันสิคะ
เที๋ยวกันเก๋ๆ
โพสต์ รูป
0

#38 User is offline   มิ่ง มุ่ง มิ่ง 

  • มิ่ง มิ่ง มิ่้ง
  • PipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPip
  • Group: Members
  • Posts: 20,002
  • Joined: 08-December 10
  • LocationT-pageant

Posted 13 January 2011 - 06:04 PM

แวะมากด+1ให้นะพี่กิวเดอร์ลอย
ได้ความรู้เยอะเลย
โพสต์ รูป
0

#39 User is offline   น้องอาร์ม t-pageant 

  • รองอันดับ2 นางสาวเชียงใหม่
  • PipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPipPip
  • Group: Members
  • Posts: 1,097
  • Joined: 07-December 10
  • LocationT-PAGEANT LAND

Posted 13 January 2011 - 06:20 PM

โห สุดยอดมากคะ รู้เรื่อง พญานาค ขึ้นเยอะเลย
Posted Image

น้องอาร์ม อาร์มมิกา
"MISS T- PAGEANT THAILAND WORLD 2012"
0

Share this topic:


  • 2 Pages +
  • 1
  • 2
  • You cannot start a new topic
  • You cannot reply to this topic

2 User(s) are reading this topic
0 members, 2 guests, 0 anonymous users